อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2561

โรคชอบเปรียบเทียบระบาด! ขุดปมด้อยบ่อเกิด'ซึมเศร้า'

สัปดาห์นี้ใครที่เข้าข่ายเป็น “โรคชอบเปรียบเทียบ” บ้าง เช่น อิจฉา โกธร น้อยใจเพื่อนที่โพสต์ชีวิตดี๊ดีแบบไม่ลืมหูลืมตา คงต้องปรับทัศนคติกันใหม่แล้ว ก่อนรุนแรงถึงขั้นซึมเศร้า!! เสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 น.


ในยุคโซเชียลมีเดียแบบนี้มีโรคหนึ่งที่กำลังระบาดในกลุ่มวัยรุ่นและมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น นั่นคือ “โรคชอบเปรียบเทียบ” สมัยก่อนถ้ามองในมุมมองผู้ใหญ่ก็เห็นว่าดี เพราะจะได้แข่งขันกัน แต่ปัจจุบันไม่ใช่!! เพราะเราไม่ได้แข่งขันกันด้วยหน้าที่การงานอย่างเดียว แต่แข่งขันกันด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ดี๊ดีด้วย

ใครที่ชอบส่องเฟซบุ๊ก หรือไอจีเพื่อนมากๆ แล้วมีอารมณ์โมโห อิจฉา บั่นทอนความรู้สึก ก็เหมือนเป็นการขุดปมด้อยของตัวเองออกมาว่า...ทำไมเราชีวิตเราไม่เป็นเหมือนคนอื่น?? หากเป็นมากๆ อาจก่อให้เกิด
“โรคซึมเศร้า” ตามมาได้!!





.นพ.มาโนช หล่อตระกูล หัวหน้าภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.มหิดล ให้ความรู้ว่า การเปรียบเทียบถือเป็นเรื่องปกติในสังคมอยู่แล้ว แต่เมื่อเปรียบเทียบเสร็จแล้วก็ทิ้งไปไม่เก็บมาคิด เช่น เห็นว่าเพื่อนถูกหวยแล้วโพสต์โชว์ในโซเชียล เราจะรู้สึกว่าทำไมไม่ถูกบ้าง พร้อมร่วมยินดีกับคนที่ถูกหวยแล้วลืมไป แบบนี้ถือว่าเป็นคนสุขภาพจิตดี หรือจิตปกติ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่รู้สึกน้อยใจว่า...ซื้อทุกงวดแต่ทำไมไม่ถูกบ้าง ทำไมเราโชคไม่ดี มีแนวโน้มที่จะทำร้ายตัวเอง

อย่างไรก็ตาม “โรคชึมเศร้า” มีภาวะตั้งต้นมาจาก
“โรคชอบเปรียบเทียบ” โดยเฉพาะยุคสมัยนี้อินเตอร์เน็ตมาเร็วและแรง มีการโพสต์ภาพทางเฟซบุ๊ก ไอจี หรือส่งภาพอวดทางไลน์ พวกนี้เวลาเห็นปุ๊บก็จะเกิดการเปรียบเทียบขึ้นมาได้บ่อยๆ ทำให้ภาวะนี้ระบาดมากขึ้น อาจจะเรียกว่าเป็น “โรคระบาด” ในยุคสมัยนี้เลยก็ได้

การเปรียบเทียบมี 2 ลักษณะ คือมองเปรียบเทียบกับคนที่เหนือกว่าเรากับคนที่ด้อยกว่า ภาวะที่เป็นปัญหาคือเปรียบเทียบกับคนที่เหนือกว่าหรือดีกว่าเราจึงทำให้รู้สึกแย่ แต่ถ้าเปรียบเทียบกับคนที่ด้อยกว่า บางคนบอกว่าเป็นวิธีที่ทำให้มีกำลังใจดี แต่จริงๆ แล้วการเปรียบเทียบทั้ง 2 ลักษณะถ้าใช้ผิดๆ ก็มีผลลบทั้งคู่



เคยมีกระแสข่าวนักเรียนฆ่าตัวตายทั้งๆ ที่เรียนเก่ง ก็เพราะเขาเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่เก่งกว่าแล้วรู้สึกสู้ไม่ได้ คิดว่าตัวเองด้อย อยู่กับด้านลบบ่อยๆ จนนำไปสู่เรื่องของ “ซึมเศร้า” ได้ แต่ก็มีหลายปัจจัยอื่นร่วมด้วยที่ทำให้ซึมเศร้า คือนอกจากชอบเปรียบเทียบแล้ว ยังเป็นคนที่ไม่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง พ่อแม่ดุ เพื่อนไม่คบ

อาการที่จะบ่งบอกว่าเราหรือคนใกล้ตัวเข้าข่ายเป็น “โรคชอบเปรียบเทียบ” คือเวลาเข้าเฟซบุ๊กหรือไอจี เห็นคนอื่นโพสต์ไลฟ์สไตล์ดีๆ ชีวิตดีๆ ไปเที่ยวต่างประเทศ กินอาหารดีๆ ร้านหรู มีเวลาไปออกกำลังกาย ช้อปปิ้ง แล้วมีความรู้สึกด้านลบ เช่น โกธร โมโห น้อยใจ เสียใจคนที่โพสต์ พอเลิกดูโทรศัพท์หรือปิดคอมพิวเตอร์ไปแล้วก็ยังมีความคิดแบบนั้นอยู่ หรือว่าเจอคนที่โพสต์ก็จะไม่คุยด้วยทั้งๆ ที่เขาไม่ได้มีความผิดอะไรเลย แสดงว่าเราควรต้องไปพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา

การรักษาส่วนมากจะเป็นการปรับทัศนคติ ซึ่งอาจจะมองว่าพูดง่ายแต่ทำยาก คือให้ยอมรับความจริงก่อนว่าชีวิตเราเป็นแบบนี้ ส่วนภาพที่เห็นนั้นไม่ใช่ความจริงทุกอย่าง บางคนทุกข์ใจ เสียใจ ทำงานหนัก เป็นหนี้ก็ไม่ได้มาโพสต์ให้เราเห็น เช่น คนที่โพสต์ถูกหวยเขามีเรื่องราวมาก่อนหน้านี้ว่าเคยซื้อมาหลายงวดแล้วแต่ไม่เคยถูกเขาก็ไม่ได้โพสต์ หรือดาราทำงานแค่ 1 ปีมีเงินซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ ราคาแพงๆ แต่เวลาที่เขาทำงานหนักๆ ไม่มีเวลา ไม่มีอิสระเขาก็ไม่ได้โพสต์ ฉะนั้นให้คิดเสมอว่าข้อมูลทั้งหมดที่เราเห็นต้องมีที่มาที่ไป และไม่ใช่ความจริงทั้งหมด



นอกจากนี้คนที่มีความภาคภูมิใจไม่ค่อยดี คิดว่าตัวเองไม่เก่ง และคนที่เป็นแบบนี้มักจะชอบ “เปรียบเทียบ” และจะคิดวนเวียนอยู่อย่างนี้ ถ้ามาพบแพทย์ต้องชี้ให้เห็นก่อนว่าถ้ายังเป็นอย่างนี้จะรู้สึกแย่ และจริงๆ ตัวเราเองยังมีด้านดีที่ยังมองไม่เห็น ชี้ให้เห็นด้านดีของเขาจะทำให้มีความเต็มมากขึ้น และเริ่มสนใจคนอื่นน้อยลง หรือเริ่มดึงคนอื่นเข้ามาเปรียบเทียบกับตัวเองน้อยลง

ประเด็นหลักคือเราไม่ได้ไปแก้เรื่อง “การชอบเปรียบเทียบ” ของคนไข้ แต่แก้ที่การเติมเต็มให้เขา เพราะมันจะเป็นธรรมชาติเมื่อเราเต็มแล้วก็จะเปรียบเทียบน้อยลง...

เมื่อทราบแบบนี้แล้วใครที่เริ่มเข้าข่าย หรือมีเพื่อนเริ่มเข้าข่าย ลองมองตัวเองหรือแนะนำเพื่อนว่ามีอะไรดี มีอะไรเด่นให้ดึงมันออกมา ช่วยกันสร้างความมั่นใจ เพราะอย่างที่บอกโซเชียลมันไม่มีอะไรจริงไปหมดทุกอย่าง ถ้าเราอยู่กับตัวเองได้ก็จะไม่ตก
“หลุมพราง” พวกชอบอวด ชอบโชว์ ชีวิตก็จะมีความสุขมากกว่า...
…............................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา” 


 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 311