อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 6

สัปดาห์นี้เอ่ยถึงโทษสถานกลาง เป็นอาบัติสังฆาทิเสส และโทษสถานหนักซึ่งเป็นอาบัติปาราชิก ที่เกิดแก่ภิกษุที่ล่วงละเมิดสิกขาบทในพระวินัย แตกต่างกันอย่างไร?? พฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 น.


“โทษสถานกลาง” เป็นอาบัติสังฆาทิเสสที่เกิดแก่ภิกษุที่ประพฤติปฏิบัติล่วงละเมิดสิกขาบทในพระวินัย มี 13 ข้อ คือ...

1.ทำน้ำอสุจิเคลื่อน
2.แตะต้องสัมผัสกายสตรี
3.พูดเกี้ยวพาราสีสตรี
4.พูดจาให้สตรีบำเรอกามให้
5.ทำตัวเป็นพ่อสื่อ
6.สร้างกุฏิด้วยการขอ
7.มีเจ้าภาพสร้างกุฏิให้แต่ไม่ให้สงฆ์แสดงที่ก่อน
8.ใส่ความว่าปาราชิกโดยไม่มีมูล
9.แกล้งสมมุติแล้วใส่ความว่าปาราชิกโดยไม่มีมูล
10.ทำสงฆ์แตกแยก (สังฆเภท)
11.เข้าข้างภิกษุที่ทำสงฆ์แตกแยก
12.ภิกษุทำตนเป็นคนหัวดื้อ
13.ประจบสอพลอคฤหัสถ์

“โทษสถานกลาง” เป็นอาบัติสังฆาทิเสส เป็นโทษที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการอยู่ “ปาริวาสกรรม” โดยอาศัยสงฆ์ในกรณีที่ปกปิดความผิดไว้ และ “การขอมานัต” ในกรณีที่ไม่ได้ปกปิดความผิด มีความแตกต่างไปจาก “โทษสถานหนัก” ซึ่งเป็นอาบัติปาราชิก กล่าวคือ...



ภิกษุที่ล่วงละเมิดสิกขาบทในพระวินัยที่เป็นอาบัติปาราชิกต้องขาดจากความเป็นภิกษุเพียงสถานเดียว ถึงแม้จะไม่ยอมลาสิกขาก็ไม่มีความเป็นภิกษุหลงเหลืออยู่อีกต่อไป เป็นเพียงอลัชชีที่ทำลายพระพุทธศาสนาซึ่งไม่มีความสำนึกผิดและละอายชั่วกลัวบาป ส่วนอาบัติสังฆาทิเสสเป็นโทษที่สามารถแก้ไขได้ด้วยการอยู่ปาริวาสกรรมโดยอาศัยสงฆ์ในกรณีที่ปกปิดความผิดไว้

การอยู่ “ปริวาสกรรม” โดยอาศัยสงฆ์เป็นการอยู่ชดใช้กรรมที่ได้กระทำไว้แล้ว ซึ่งภิกษุผู้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสได้ปกปิดความผิดของตนไว้จะต้องชดใช้กรรมเพื่อเป็นการลงโทษตนเองด้วยการชดใช้กรรมให้ครบเท่าจำนวนวันที่ได้กระทำความผิด ในระหว่างที่อยู่ “ปริวาสกรรม” โดยอาศัยสงฆ์นั้นต้องประพฤติวัตรต่างๆ เช่น งดใช้สิทธิบางอย่าง ลดฐานะของตนและประจานตัวเอง ในกรณีที่ไม่ได้ปกปิดความผิดต้องขอมานัตเพื่อประพฤติวัตรเช่นเดียวกับการอยู่ “ปริวาสกรรม” เป็นจำนวน 6 ราตรี ไม่ว่าจะแก้ไขอาบัติสังฆาทิเสสด้วยการอยู่ปาริวาสกรรมหรือการขอมานัตเมื่อครบตามจำนวนวันแล้วก็ยังต้องขออัพภานเพื่อให้สงฆ์รับเข้าหมู่คณะดังเดิม



หากภิกษุที่ต้องอาบัติสังฆาทิเสสไม่แก้ไขด้วยการอยู่ “ปาริวาสกรรม” หรือ “ขอมานัต” ก็เป็นเพียงแค่ภิกษุทุศีลที่ทำลายพระพุทธศาสนาเช่นกัน

ทุกวันนี้มีภิกษุที่ต้อง
“อาบัติปาราชิก” แต่ไม่ยอมลาสิกขา และภิกษุที่ต้อง “อาบัติสังฆาทิเสส” แต่ไม่ยอมอยู่ปาริวาสกรรมหรือขอมานัตเป็นจำนวนไม่น้อยที่ปะปนอยู่ในวงการสงฆ์ ซึ่งมีศีลบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นระดับสังฆาธิการหรือภิกษุทั่วๆ ไป

ถือเป็นพฤติการณ์ที่ดูหมิ่นและไม่เคารพยำเกรงต่อ “พระธรรม” ที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้และ “พระวินัย” ที่ทรงบัญญัติไว้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สร้างความมัวหมองและความเสื่อมเสียแก่ “พระพุทธศาสนา” ดังที่ปรากฎอยู่ในปัจจุบัน.
….......................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


บทความที่เกี่ยวข้อง
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 1
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 2
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 3 
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 4 

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 5

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 78