อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

ปลดยังไง?หนี้ครู'10 ล้าน' ทุกข์ไร้บ้านในวัยเกษียณ

เปิดชีวิตครูวัยเกษียณสู้เพียงลำพัง ติดหนี้ 10 ล้าน เพราะเชื่อใจคนจึงไร้บ้าน แต่ใจยังเข็มแข็ง เรือจ้างลำนี้ยังคงแล่นหาใช้คืนเท่าที่เรี่ยวแรงเหลืออยู่ อาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2561 เวลา 08.00 น.


การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ คงเป็นคำเปรียบเปรยได้ สำหรับ “เรือจ้าง” อาชีพข้าราชการครู แต่คำถามที่ตามมา...หนี้ครูจะแก้อย่างไรให้หมด?? หากใครไม่ตกอยู่ในฐานะ “ลูกหนี้” เฉกเช่น ครูพัชราพร ศักดิ์คำดวง วัย 59 ปี ใกล้เกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้ ต้องทุกข์ระทมอยู่กับหนี้ 10 ล้าน เพราะเกิดจากความเชื่อใจเป็นผู้ให้เสมอมา

หลังบรรจุในปี 2526 ที่จ.อุดรธานี กระทั่งปี 2540 ครูพัชราพร” รับเลี้ยงเด็กเสมือนลูกบุญธรรม ส่งเสียเรียนจบชั้นม.ปลาย และหายหน้าไป 4-5 ปี จู่ๆ กลับมาขอให้เป็นเถ้าแก่สู่ขอสาว เงินสด 5 หมื่น ซ้ำอ้างว่าทำเงินบริษัทหาย 3 แสน เพราะรักเช่นลูกแท้ๆ เชื่อสนิทใจนำทองไปจำนำบาทละ 700 บาท ไร้วี่แววคืน...จึงรู้ว่า “คงถูกหลอกแล้ว”



คิดแก้ไขไปพร้อมเงินเดือนที่น้อยนิด แต่บอกตัวเองเสมอว่า...อย่างไรก็ไม่เลือก “ฆ่าตัวตาย” ส่วนพี่น้องอีก 2 คนก็แยกย้ายมีครอบครัว เหลือเพียงพ่อที่แก่ชราต้องดูแล เก็บหอมรอมริบปลดหนี้ 4 ปี รวมต้น-ดอกร่วม 1 ล้าน

ความสุขกลับคืนมาได้ไม่นาน กระทั่งปี 2549 ต้องสูญเสียพ่อ ถัดมาอีก 5 ปีพี่ชายคนที่ 2 ต้องมีอันเป็นไป และในปี 2556 พี่ชายคนโตก็ยังมาจากไป ซ้ำหลานชาย (ลูกของพี่ชายคนที่ 2) ที่เลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ ต้องเสียชีวิตจากโรคความดันวัยเพียง 33 ปีเท่านั้น นับเป็นห่วงความทุกข์ เหลือเพียงหลานสาว 2 คน (ลูกของพี่ชายคนที่ 2)

แม่ของหลานๆ ป่วยเป็นอัมพฤษ์ หลานคนเล็กจึงยืมเงินเปิดธุรกิจขายตลับหมึกให้ธนาคาร จากหลักหมื่นเป็นแสน เพราะเห็นเป็นลูกหลานเหลือกันอยู่แค่นี้ เงินสะสมถูกใช้ไปพร้อมกับการสร้างบ้านที่ผุพังหลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ขอยืมบัตรเครดิตเพื่อนได้กว่า1 แสนบาทส่งไปให้หลาน แต่เงินไม่พอจึงไปยื่นกู้เงินของสถาบันแห่งหนึ่งอีก 2 แสน เพราะหลานบอกว่า “ถ้าไม่มีหมึกส่งให้เขา เงินก็ไม่ออก จึงเริ่มผิดสังเกต รถก็เอาไปเข้าไฟแนนซ์ก็ไม่พอ”



นำโฉนดบ้านที่ดิน 1 ไร่ 20 ตารางวา จำนองได้เงินมา 1 ล้าน แต่หลานก็ยังบอกว่า “เงินไม่พอ” ขอกู้เพิ่มอีก 7 แสน และต่อมาโยกเจ้าหนี้เป็น 2.5 ล้าน สัญญา 6 เดือน แต่เกินกำหนดสัญญาหนึ่งเดือน และกำลังจะถูกไล่ที่ ดิ้นรนวิ่งหานายทุนรายใหม่ เพื่อรักษาบ้านเอาไว้ ไปเจอนายหน้าฝ่ายกฎหมายของธนาคารแห่งหนึ่ง

โดยเสนอใช้ชื่อ “พี่ชาย-พี่สะใภ้” ของนายหน้าเป็นผู้กู้ เพราะ “ครูพัชราพร” กู้ไม่ได้แล้ว ขอค่าดำเนินการ 4 แสน โยกบ้านเป็นชื่อนายหน้า และกู้ไว้จ่ายค่างวดบ้านอีกหนึ่งปี 2 แสนกว่าบาท รวมทั้งค่าโอนอีก 1 แสน ค่าประกันและค่าบริหารจัดการ (ค่ากินเปล่า) 6 เดือน จึงกลายเป็น 3.8 ล้าน เหลือเงิน 1 แสนให้อยู่ได้ 1 ปี โดยผ่อนชำระเดือนละ 2 หมื่นบาท

ในระหว่างปี 2558-2560 ไม่มีเงินส่งนายหน้าจึงบอกว่า...อาจารย์ขายนะ ขายเถอะ ปกติไม่คิดจะขายสมบัติกิน ที่ดินเป็นมรดกของพ่อ เมื่อทางออกมีเท่านี้ จึงต้องไปไกล่เกลี่ยกันที่ศาล “ครูพัชราพร” แจ้งต่อศาลว่า “กำลังวิ่งอยู่หลายทาง” โจทย์ยื่นเงื่อนไข...ให้อยู่ต่อถึง ก.ย.2560 และ 4.1 ล้าน คือ “ราคาถ้าจะซื้อต่อ” ครูจึงรับเงื่อนไขแรก



ขณะนั้นก็กำลังรอคำตอบจาก “โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินและพัฒนาคุณภาพชีวิตครู” ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กระทั่ง ธ.ค. กรมบังคับคดีนำหนังสือมาติดที่บ้านให้ย้ายออก 10 ม.ค.2561

“ครูไม่รู้จะทำยังไง เพราะไม่มีที่นอนแล้วจนวันที่ 17 ..ที่ผ่านมา มีตำรวจ 4 นายไปที่โรงเรียน จ.อุดรธานี แจ้งว่ามาจับตัวในคดีฟ้องขับไล่ อาจารย์ต้องไปกับผม ไม่เช่นนั้นอาจถูกคุมตัวทั้งคืน และถ้าไปศาลไม่ทันก็จะถูกศาลคุมตัว”

ศาลท่านถามว่า...ที่จะให้ออกได้เมื่อไหร่ ณ วันนี้ต้องถูกควบคุมตัว มีเงินสดมาประกันไหม?? ครูพัชราพรตอบว่า “ไม่มีค่ะ ขอใช้ตำแหน่งประกันได้ไหมคะ” ซึ่งถูกประเมินเท่ากับ 5 หมื่น ซ้ำยังไร้เงินจ่ายค่าทำเนียมศาลอีก 4 หมื่น จึงถูกสืบทรัพย์จาก “สินเชื่อเพื่อพัฒนาชีวิตครู” ไปเจอของผู้ค้ำประกันรายแรก ต้องยึดที่ดินเอาไว้ 2 แปลง กลายเป็นทะเลากัน ถูกประจานและขมขู่จากผู้ค้ำทั้งที่บ้านและโรงเรียน

“ยังมีหน้าไปวัดได้อีก ถ้าไม่ให้เราไปวัด จะให้ไปไหน จะให้ฆ่าตัวตายหรือไง มีคนบอกให้ไปแจ้งความ แต่ก็ยังเชื่อเวรกรรม อโหสิกรรมใครทำอะไรก็ต้องได้แบบนั้น ชาติก่อนครูเองคงทำไว้เยอะ จึงหันหน้าพึ่งธรรมะ” ครูพัชราพรต้องสู้และอดทนตลอดมา หวังว่า...สักวันหนึ่งมันต้องมีทางออก



ส่วนวิบากกรรมของหลาน ถูกจับและส่งตัวไปที่ จ.เชียงราย เนื่องจากมีคดีติดตัวทั้งค้ามนุษย์ ฉ้อโกง และผิดพรบ.คอมพ์ แต่ทว่าครูพัชราพร ก็ยังใจดี เขียนจดหมาย อโหสิกรรรมให้หลาน ส่งไปที่เรือนจำให้เลิกแล้วต่อกัน ต่อไปนี้ขอให้พบเส้นทางชีวิตใหม่ที่ดีกว่า ตรงกันข้ามก็ไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับเช่นกัน

“ครูพัชราพร” บอกว่าเหมือนถูกทดสอบชีวิต และทำจิตใจให้เข็มแข็งไว้ เราคงมีวิบากกรรมมาก่อน พระท่านทักว่า “ทำไมชีวิตหนูจึงเป็นแบบนี้ โยมรู้ไหมว่าชาติที่แล้วทำอะไรไว้บ้าง” คงเป็นผลวิบากกรรมครั้งก่อน

เมื่อไม่รู้จะไปพึ่งใคร จึงหยิบจับพืชสมุนไพรใกล้ตัว เช่น อัญชัญ ใบย่านาง ใบหมี่ ทำเป็นผลงานอาจารย์ 3 ระดับ 8 ผลิตแซมพู ครีมนวด น้ำยาอเนกประสงค์ น้ำหมักชีวภาพ และอื่นๆ ยาดม ลูกประคบ แม้จะมีรายได้เดือนละ 1-3 พันบาท แต่ตลอดระยะเวลา 5-6 ปีก็ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย มีแต่คิดหาทางออกและจะสู้อย่างไรเมื่อเงินเดือนออกก็ไม่เหลือ เพราะ...หนี้สหกรณ์ 2.2 ล้าน ออมสิน 2.5 ล้าน กู้บ้าน 4.1 ล้าน และหนี้นอกระบบอีก 1 ล้าน





หากเรือจ้างลำใดที่กำลังแล่นฝ่าพายุลูกใหญ่นี้ คงอยากระบาย ร้องไห้ให้น้ำตาออกมา แต่ “ครูพัชราพร” กลับบอกว่า “ร้องไม่ออกต้องเข้มแข็ง” บางครั้งท้อแต่ถอยไม่ได้ เพราะต้องสู้อยู่ให้ได้ สร้างกำลังใจขึ้น ในวันนี้เห็นศิษย์แต่ละคนสำเร็จก็ดีใจแล้ว อาชีพครูยินดีให้ทุกอย่าง ไม่ใช่แค่สอนวิชาความรู้ แต่สอนอาชีพให้พวกเขาด้วย ชีวิตทั้งหมดมีแต่ให้

...แต่ทำไมถึงเจอแบบนี้ เงินที่ว่าแม้เป็น “สิ่งสมมุติ” แต่ “เรือจ้าง” ลำนี้ยังคงต้องแล่นหาใช้คืนเท่าที่เรี่ยวแรงคงเหลืออยู่.
......................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 4.69K