อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

ยืดอกพกปิ่นโตปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน ป่าในเมืองแท้ที่อุบล

สัปดาห์นี้ขอชื่นชมโครงการ “ยืดอก พกปิ่นโต ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” ของกรทรวง ทส. ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี แต่ระวังไอ้ห้อยไอ้โหน!! จะพาให้เสียนะ พุธที่ 13 มิถุนายน 2561 เวลา 09.00 น.


ได้ติดตามโครงการ “ยืดอก พกปิ่นโต ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” ซึ่งเป็นกิจกรรมในสัปดาห์วันสิ่งแวดล้อมโลก ที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน 2561 โดย นายวิจารณ์ สิมฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ไปร่วมกิจกรรม โดยในกิจกรรมดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้

1.มีกระบวนการปรึกษาหารือกันก่อนและระหว่างการทำงาน ของเจ้าหน้าที่กระทรวง ทส.ทั้ง 8 หน่วยงาน และหน่วยงานอื่นที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี

2.มีการรับประทานอาหารมื้อเที่ยงร่วมกันของผู้เข้าร่วมโครงการฯ โดยนำอาหารใส่ปิ่นโตจากบ้านมาทานด้วยกัน โดยไม่ใช้กล่องโฟมและพลาสติก เป็นไปตามกิจกรรมการขับเคลื่อนอาคารสำนักงานปราศจากพลาสติกและโฟม (Beat Plastic Pollution)

3.มีการปลูกต้นไม้ ทั้งบริเวณศาลากลาง และหน่วยงานต่างๆ และต่อไปจะคืบไปสู่ที่สาธารณะ และที่ของเอกชน เป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าในเมือง



โครงการดังกล่าวนี้ได้สร้างให้เกิดความรักความสามัคคี การแบ่งปันกันในหมู่คณะ และขณะนี้มีการขยายอย่างกว้างขวางจากหน่วยงานของ กระทรวง ทส. ไปสู่หน่วยงานอื่นๆ แล้วด้วย ทำให้การรณณรงค์ “เรื่องพลาสติกและโฟม” ได้ผลมากขึ้น

และที่สำคัญที่สุด คือจะมี
“ต้นไม้เกิดขึ้นใหม่” ในจังหวัดอุบลฯ มากมาย โดยเฉพาะในเมือง การทำงานก็จริงจังไม่มีฉาบฉวยสร้างภาพแต่อย่างใด ซึ่งโครงการแบบนี้จะยั่งยืน สะท้อนให้เห็นว่า ในกระทรวง ทส. มีคนดี คนเก่ง และที่สำคัญทำงานเป็นอยู่จำนวนไม่น้อย กระจายไปทั่ว แม้กระทั่งตามต่างจังหวัด ถือเป็นของจริงและเพชรแท้

ขอชื่นชมหน่วยงานของ กระทรวง ทส. ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ที่คิดทำโครงการดังกล่าวขึ้น ขอชื่นชมท่านปลัดกระทรวง ทส. นายวิจารณ์ สิมะฉายา ที่ไปร่วมกิจกรรมนี้ ถือเป็นการทำให้ผู้ทำกิจกรรมมีกำลังใจเดินหน้าต่อไป และหากมีการทำต่อเนื่องกันไปอีกหลายปี ต้นไม้ที่ปลูกไปในพื้นที่ต่างๆ ก็จะกลายเป็น “สวนป่า” และเป็น
“ป่ากลางเมือง” ที่แท้จริง



หากจะเปรียบเทียบกันกับโครงการ “ป่าในเมือง” ที่ทยอยเปิดกันเอิกเกริกในขณะนี้ ทราบมาว่ามีการดำเนินการเพียงแค่เปลี่ยนป้ายของหน่วยงานที่สร้างป่ามายาวนานให้เป็นป้ายใหม่ขึ้นมาว่า “ป่ากลางเมือง” และเท่าที่ทราบก็พบว่าไม่มีการปลูกต้นไม้เพิ่มเติมเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ควรเคารพและให้เกียรติคนที่เขาต่อสู้ทุ่มเทสร้างกันมาอย่างยากลำบาก และยาวนาน เพราะบางแห่งมีประวัติความเป็นมาถึง 77 ปีแล้ว

เช่น สวนพฤษศาสตร์พุแค จังหวัดสระบุรี ก็ควรคงไว้ บางแห่งยิ่งควรคงของเดิมทุกอย่างไว้ เพราะจัดตั้งขึ้นตามพระราชเสาวณีย์ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ คือที่ควนเขาวัง จังหวัดสงขลา และบางแห่งจัดตั้งขึ้นตามดำริของอดีตนายกรัฐมนตรี (นายชวน หลีกภัย) เช่น สวนพฤษศาสตร์ทุ่งค่าย จังหวัดตรัง ก็น่าที่จะรักษาเจตนารมย์เดิมไว้ อย่าฉกฉวยช่วงชิง

ความคิดของโครงการ “ป่าในเมือง” เป็นความคิดที่ดี แต่วิธีการกลับมีแต่ความฉาบฉวยและหวังเอาหน้าเท่านั้น มีคนมาร่วมมากมาย มาก็เฉพาะวันเปิดเท่านั้น หลังจาก “ผักชีเหี่ยว” ผู้คนก็หายวับไปกับตา ทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิม คนที่ทำงานในรูปแบบนี้ ก็คือคนที่ชอบสร้างภาพ และเสพติดอีเว้นท์ ซึ่งก็มีอยู่ไม่น้อยในกระทรวง ทส.

เพราะบางคนที่รับผิดชอบงานนี้ ถนัดสร้างภาพมาทั้งชีวิต ทำตัวเป็นคนมีอุดมการณ์ แต่เรียกเงินทอนจากลูกน้องไม่ตกไม่หล่น หรือจากหยาดเหงื่อของลูกน้องที่ลำบากยากจน กระทั่งมีเงินทองสะสมมากมาย หาที่ซ่อนแทบไม่ได้ เวลาจะพูดก็พรั่งพรูแต่อุดมการณ์ เป็นธรรมมะ แต่หลุดจากปากโจร



ถือเป็น
“ของปลอม” ในกระทรวง ทส. ที่รอวันถูกเปิดหน้ากาก หากฟ้ามีตา เวรกรรมมีจริง จะได้เห็นชะตากรรมของคนพวกนี้อย่างแน่นอน ซึ่งคงจะได้เห็นในอีกไม่ช้านี้

คอลัมน์ “พุ่มไม้ใบบัง By Narit” มีความเห็นต่อกรณีสวนป่าในเมืองว่า...

1.เห็นด้วยอย่างยิ่งให้สร้าง
“ป่าในเมืองขึ้นมาใหม่” ให้มีจำนวนมากมายหลายที่เท่าที่จะมากได้ และให้กระจายไปตามชุมชน เป็นการเพิ่มต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง เช่นที่ ปตท. ทำในกรุงเทพมหานคร

2.เห็นด้วยให้จัดสรรเพิ่มเติมเงินงบประมาณ ให้กับสวนพฤกษศาสตร์ วนอุทยาน สวนรุกขชาติ และหน่วยงานของกระทรวง ทส. อื่นให้ได้ปรับปรุง และมีการบำรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดเป็นที่ท่องเที่ยว และที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นแหล่งเรียนรู้ หรือเป็นค่ายเยาวชน ไม่ใช่ทิ้งขว้างปล่อยให้เป็นอยู่ตามยถากรรม เพราะหลายที่มีศักยภาพเพียงแต่ขาดการพัฒนา จึงอยากให้ยังคงชื่อเก่าไว้

3.ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ถ้าจะเปลี่ยนป้ายหน่วยงานเดิม แล้วมาแขวนป้ายใหม่เป็นป่ากลางเมือง เพราะหลายแห่งมีประวัติการต่อสู้ ประวัติการก่อสร้างที่น่าสนใจ และหลายแห่งเป็นสถานที่สำคัญที่เคยมี “การเสด็จ และทรงปลูกต้นไม้” ไม่ควรทำลาย หรือมองข้ามอดีตเหล่านี้



นี่คือเจตนารมณ์ของบทความนี้ ไม่เคยคิดที่จะทำลายเครดิตใครครับ และหวังเพียงสะกิด รมต.ทส. ว่าท่านทำดีมาก็หลายเรื่อง แต่เรื่องนี้ระวัง...ไอ้ห้อยไอ้โหน!! จะพาให้เสียนะครับ.
…................................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก : คุ้มข้าวกล้อง , guideubon

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 109