อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

จะสู้ศึกสงคราม'ข่าวสาร' อย่ากลบ!เคลียร์ทุกข้อครหา

ความหนักใจของนายกฯ กับข้อครหารัฐบาลในวันนี้ ต้องช่วยเคลียร์ให้หมดทุกข้อ อย่าเอาเรื่องอื่นมากลบ เพราะมันไม่สำเร็จ มีเรื่องอะไรบ้าง? พฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 09.00 น.


การเมืองในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา มีแต่อะไรที่ค่อนข้างจะดราม่าเป็นสีสัน ให้เป็นที่วิจารณ์ทำ Meme” กันสนุกสนานร่อนทั้งอินเทอร์เน็ต ซึ่ง “บิ๊กตู่” พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก็บอกว่าตัวเองก็รับรู้ อ่านหนังสือและดูโซเชียลมีเดีย เห็นทั้งด่าทั้งชมแม้ส่วนใหญ่ด่า แต่ก็ยืนยันว่าไม่เคยน้อยใจ เพราะคนที่ด่าเขาจะรู้เองว่าที่ท่านผู้นำทำไปในวันนี้ก็เพื่อวันข้างหน้า แถมยังขอว่า “อย่าทำลายนายกฯ กันมาก ทำดีก็โดนทำไม่ดีก็โดน”

เอาจริงเรื่องวิจารณ์นายกฯ นี่มันห้ามไม่ได้ในโลกเสรีปัจจุบัน ยิ่งใครๆ ก็สามารถใช้สื่อเพื่อการแสดงความเห็นได้ ก็มีช่องทางให้พูดถึงนายกฯ ง่ายขึ้นมากกว่าเมื่อก่อน ที่จะต้องส่งจดหมายไปที่สื่อมวลชน หรือแสดงความเห็นเวลาเปิดโฟนอินตามรายการวิทยุโทรทัศน์ต่างๆ ถ้าตามโลกโซเชียลฯ พล..ประยุทธ์ ก็คงได้เห็นว่าในอินเทอร์เน็ตนี่เขาพูดถึง ..ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ อย่างไรบ้าง ตัวเองจะโดนบ้างก็ไม่แปลก เพราะมีสถานะบุคคลสาธารณะ



ก็ไม่รู้ว่าชาวเน็ตรุ่มรวยอารมณ์ขันชอบล้อเลียน หรือขี้เหน็บให้เจ็บใจ หรือสนใจจะติดตามตรวจสอบพฤติกรรมผู้นำ...มันก็คงจะหลายอย่างรวมๆ กันนี่แหละ ทำให้เราเห็นทั้งข้อวิพากษ์วิจารณ์ หรือ Meme” ที่ทำล้อเลียนฝ่ายผู้นำออกมาบ่อยๆ และที่สำคัญ คือท่าที กิริยาอาการขององคาพยพของรัฐบาล ก็เรียกว่า “เป็นตัวสร้าง Meme” อยู่ไม่ใช่น้อย เวลาดูก็รู้สึกว่าคนทำเขาคงคิดว่า “มันใช่เหรอที่พูดออกมาได้อย่างนั้น” แล้วเขาก็ว่าหรือล้อไปถึงวิสัยทัศน์กันเลยทีเดียว

เมื่ออาทิตย์ก่อน กกต.ได้วินิจฉัยว่า นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากคู่สมรสถือหุ้นในกิจการธุรกิจเกิน 5% ไอ้กฎหมายข้อนี้เราก็คงพอจะนึกกันออกว่า เขาตราขึ้นมาเพื่อไม่ให้ผู้มีอำนาจใช้อำนาจหน้าที่ในการเอื้อประโยชน์กลุ่มธุรกิจไหน แต่เรื่องไม่ได้จบแค่ชั้น กกต. ต่อไปจะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก แต่คนก็เรียกร้องให้ นายดอน แสดงสปิริตกันพอสมควร



เรื่องสปิริตมันก็เป็นมาตรฐานทางการเมือง คนก็ชอบเอาไปเทียบกับกรณีที่เกิดขึ้นในบางประเทศ (ที่เจริญแล้ว) ว่า นักการเมืองที่ดีย่อมไม่ยอมให้ตัวเองมีข้อครหาใดๆ ให้มันกระทบกับภาพลักษณ์ ภาพรวมของรัฐบาล ยอมทิ้งเก้าอี้แสดงความรับผิดชอบเสียจะดีกว่า ซึ่งเมื่อก่อนรัฐบาลจากการรัฐประหารของ พล..สุรยุทธ์ จุลานนท์ เมื่อรัฐมนตรีมีข้อครหาในลักษณะใกล้เคียงกันก็ลาออก เราถึงเห็นว่ายุคนั้นก็ปรับ ครม.กันบ่อย

แต่คำตอบของ นายดอน ก็ทำให้หลายๆ คนผิดหวังไปพอสมควร ด้วยวลีเด็ด “ถ้าจะถามหาสปิริต ให้ไปถามหาจากนักกีฬา” แน่นอนว่าพอคำพูดนี้ออกมาเขาก็ว่ากันอึ้งไปทั้งเน็ต มองกันว่าปกติคนเป็น รมว.ต่างประเทศมาดต้องดี ไม่ใช่พวกตอบโต้การเมืองรายวัน หรือพูดทำแดกดันเอาสีสัน หลายคนจึงผิดหวังพอสมควรที่ได้ยินคำพูดแบบนี้ และจากคำสัมภาษณ์ของ นายดอน ก็เหมือนกับจะบอกว่า “นายกฯ ก็ไม่ได้ว่าอะไรกับเรื่องนี้”

ในยุคข้อมูลข่าวสาร แม้ข่าวสารจำนวนมากจะทำให้ประชาชนเปลี่ยนเรื่องที่สนใจได้เร็วจริง แต่อย่าลืมว่า “ข้อมูลข่าวสารทุกอย่างมีการบันทึก” เรียกกลับมาได้แค่ลัดนิ้วเดียวที่กด Google เมื่อมีเรื่องใหม่เกิดขึ้น คนก็ยิ่งเอาเรื่องเก่าๆ เข้ามาผสมโรงกันสนุกสนานให้อะไรๆ มันยิ่งแย่ และคนที่ดูจะเป็นเป้ากระสุนตกบ่อยๆ ก็คือ “บิ๊กป้อม” พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ก็โดนชาวเน็ตขุดเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาเทียบ ซึ่งเรื่องอะไรเราก็คงจะพอรู้กันอยู่...



นายกฯ เองออกมาโอดทำนองว่า มีการโจมตีรัฐบาลมาก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะเรื่องง่ายๆ ที่สร้างภาพลบให้รัฐบาลก็ยังเคลียร์ให้สวยไม่ได้ ยิ่งเป็นเรื่องที่สามารถประเมินหรือตัดสินใจด้วยจริยธรรมได้ง่าย คนก็ยิ่งมีส่วนร่วมแสดงความเห็นในเชิงโจมตีได้ง่ายขึ้นถ้าตัดสินใจพลาด...ให้พูดเรื่องปรับ ครม. วันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีกระแสเรียกร้องให้ต้องปรับ “พี่ใหญ่ คสช.” ออกจากตำแหน่งด้วยหรือเปล่า?!?

คนใกล้ตัวที่เป็นพิษ หรือทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่าเหลิงในอำนาจที่ไม่สน ไม่แคร์ในกระบวนการตรวจสอบ หรือข้อเรียกร้องเชิงจริยธรรม มันก็ฉุดภาพลักษณ์รัฐบาลหนักกว่าการที่จะไปขึงขังกับฝ่ายอื่นๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไป...ท่าทีของนายกฯ เองก็ “ขึงขังระดับหนึ่ง” กับ “แม่น้ำ สาย” ฝ่ายอื่นๆ ดูได้จากกรณีที่ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2562 ที่ปรากฏภาพ สนช.นั่งหลับ 2 คน คือ นพ.ธำรง ทัศนาญชลี และพล.อ.อ.ชาลี จันทร์เรือง

มันก็กลายเป็นภาพข่าวที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปเยอะว่า “ทำไมในส่วนของกฎหมายสำคัญจึงดูเหมือนไม่ตั้งใจประชุมกัน” ฝ่ายนักการเมืองก็เอามาโจมตีสนุกปากว่าในอดีต ส.ส.ก็ประชุมกันข้ามวันข้ามคืน หลายคนอ่อนเพลียแค่นั่งหลับตาก็ถูกตำหนิ (แต่บางทีฝ่ายนักการเมืองก็ต้องยอมรับว่าประชุมนัดสำคัญอย่างอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็พยายามเล่นเกมยื้อยาวกันให้ผู้อภิปรายหมดแรง คนเลิกดู หรือกรณี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมก็ลักหลับผ่านกันตอนตี 3)



เรื่องนี้ท่าทีของนายกฯ กลับขึงขังขึ้นมาทันที บอกว่า “ได้ส่งภาพให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แล้ว ให้ไปกำชับกันเอง ซึ่งใครที่หลับในวันหน้าก็จะเป็นอะไรไม่ได้อีกต่อไป ผมดูไว้หมด หลับก็ไม่ต้องเป็นตำแหน่งอะไรให้ไปนอนที่บ้าน วันนี้ก็อยู่ให้จบไปก่อน แต่เขาก็ทำงานในส่วนอื่น อย่าไปจับผิดถูกเรื่องนี้จนเป็นเรื่องใหญ่”

ซึ่งไอ้คำว่า “วันหน้าจะเป็นอะไรไม่ได้อีก” คนก็คิดกันไปว่าหมายถึง ส.ว.ชุดตามบทเฉพาะกาลที่ คสช. จะเลือกแต่ก็มีความพยายามจะรักษามาตรฐานทางจริยธรรมอยู่ (เพราะรัฐบาลนี้ก็ทำให้เกิดประมวลจริยธรรมขึ้นมาอีกฉบับที่ค่อนข้างแรงด้วย) ตรงที่ นายพีระศักดิ์ พอจิต ประธานคณะกรรมการจริยธรรม สนช. ออกมาขอโทษประชาชน และจะขอความร่วมมือสมาชิกคนอื่นต่อไป ส่วนสมาชิกทั้ง 2 คนที่มีภาพข่าวนั้น ก็อยู่ระหว่างรักษาอาการป่วย (และก็มีข้อวิจารณ์มาอีกว่านี่แหละคือการที่เอาแต่คนมีอายุเข้ามาทำงาน)



มันก็รู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง...ที่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกติติง ก็ไม่ได้แถจะเอาชนะหรือด่ากลับไปเรื่อย (แม้ว่าจะมี สนช.บางคนออกมาตำหนิสื่อที่นำเสนอภาพ) แต่ก็ขอโทษอันนี้เป็นมาตรฐานจริยธรรมที่น่าเอาอย่าง ลองนึกถึงสมัยสภาผู้แทนราษฎร บางทีก็เห็นถึงภาพความเหลิงอำนาจ โดนสอบเรื่องเสียบบัตรแทนก็เอาสีข้างเข้าถูจนถลอก หรือเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่ปลุกม็อบทั้งเมือง ก็ไม่เห็นจะออกมาขอโทษอะไรที่ทำอะไรขืนความรู้สึกประชาชน

ถ้า พล..ประยุทธ์ ต้องการจะอาสากลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง สิ่งที่ต้องทำ คือการระมัดระวังภาพลักษณ์ เรื่องของ สนช. นี่อาจเป็นท่าทีที่ “ได้ใจในเชิงบวก” แต่มันก็มีเรื่องอื่นที่มีผลกระทบ ที่เมื่อเปิดฟรีทางการเมือง ถ้ามีความชัดเจนว่านายกฯ จะลงมาเป็นคู่แข่งในสนามด้วย แต่ละพรรคการเมืองก็หยิบยกมาวิพากษ์เชิงลบได้เสมอ อะไรที่ไม่เคลียร์ให้ดู “เป็นมาตรฐาน” มันก็ถูกหยิบยกมาพูดถึงได้ตลอด บอกซ้ำว่าโลกยุคนี้มันมีการบันทึกที่ค้นหาได้ง่าย


“การสู้สงครามข่าวสาร” ก็ต้องเคลียร์ทุกอย่างให้ดูดีจริง งัดเรื่องอื่นมากลบมันไม่ค่อยสำเร็จหรอก.
…..........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 80