อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561

'สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย' สวยที่สุดในประเทศไทย

สัปดาห์นี้พาไปชมความยากลำบากในการก่อสร้าง “สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย” กว่าจะเป็นสถานีที่สวยที่สุดในประเทศไทย เป็นอย่างไรไปติดตามกันได้เลยครับ จันทร์ที่ 18 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 น.


เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ผมได้รับเชิญจาก คุณธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือที่คุ้นหูกว่านั้นคือ “ช.การช่าง” เปิดโอกาสให้ผมได้ไปเยี่ยมชม “สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย” และ “อุโมงค์ที่เป็นเส้นทางเดินรถไฟฟ้าลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา” ผมชอบเรื่องรถไฟฟ้าและรถใต้ดินอยู่แล้ว จากที่เคยเขียนบทความไว้เมื่อปีก่อน 'รถไฟใต้ดิน-รถไฟลอยฟ้า' สร้างได้อย่างไรนะ? คราวนี้จะได้เห็นของจริง ผมตอบรับคำเชิญไปทันทีครับ

เส้นรถไฟฟ้าใต้ดินที่ผมได้ไปเยี่ยมชม ต้องเรียกว่าเป็นส่วนต่อขยายของ “รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน” ซึ่งเส้นนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ส่วนต่อขยายจะแยกเป็น 2 เส้นทาง เส้นหนึ่งยกระดับข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่แถวบางโพข้ามไปบางอ้อ วิ่งบนถนนจรัลสนิทวงศ์ กับอีกเส้นที่ผมได้มาดู มาจากบางซื่อไปหัวลำโพง ส่วนต่อขยายจะเป็นอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจากสถานีสนามไชย (ตรงมิวเซียมสยาม) ไปที่สถานีอิสรภาพ แล้วทั้งรถไฟลอยฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดินจะมาบรรจบกันที่สถานีท่าพระ



คุณธนวัฒน์ นำทีมวิศวกรและนักออกแบบมาอธิบายสิ่งที่บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) ทำเกี่ยวกับการสร้างอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาว่าได้เริ่มขึ้นตั้งเดือนเมษายน พ.ศ.2554 โดยเริ่มต้นจากสำรวจเส้นทางโบราณคดี โดยการกำกับดูแลของ กรมศิลปากร ขุดหลุมสำรวจ 138 หลุมขนาด 3 x 2 เมตร ลึก 2 เมตร ใช้เวลา 8-9 เดือน ระหว่างขุดได้เจอฐานรากของโบราณสถานเดิม ขุดพบโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์มากมายเป็นพันๆ ชิ้น ซึ่งทางบริษัทได้ส่งมอบให้กับกรมศิลปากรทั้งหมด

หลังจากนั้นสร้างกำแพงกันดินรอบสถานีไม่ให้ดินถล่มลงมา และขอขุดพื้นที่เล็กๆ บางส่วนจาก โรงเรียนวัดราชบพิธ เพื่อนำท่อเหล็ก 1.30 เมตรสอดเข้าไปเป็นหลังคา (Pipe Roof) 148 ท่อ ลึกลงมาจากพื้นดิน 6-7 เมตร เหตุที่ต้องใช้เทคนิคนี้ เพราะการก่อสร้างบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ไม่สามารถเปิดพื้นดินและผิวจราจรได้เลย หลังจากนั้นก็จะเป็นการทำงานใต้ดินทั้งหมด

การขุดอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา จากสนามไชยไปถึงแยกท่าพระเป็นระยะทาง 2.6 กิโลเมตร เส้นทางที่ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำตรงนั้นจะลึก 20 เมตร กว้าง 200 เมตร การขุดอุโมงค์ ขุดลึกไปอีก 10 เมตร นั่นคือ 30 กิโลเมตรจากผิวน้ำ มีจุดที่ลึกที่สุด คือ 38 เมตร (สูงราวๆ ตึก 15 ชั้น) เป็นจุดของปล่องระบายอากาศ อยู่ใกล้ๆ กับวัดกัลยาณมิตร เพื่อใช้ในการระบายอากาศและระบายน้ำออก

ส่วนการขุดใช้หัวเจาะอุโมงค์ TBM ขุด 2 รอบ เริ่มขุดตั้งต้นจากฝั่งท่าพระ ขุดมาถึงสนามไชยทั้ง 2 ครั้ง เพื่อให้ได้ 2 อุโมงค์ ทีมหัวเจาะก็เจาะไป ทีมสร้างผนังอุโมงค์ก็ทำไล่ตามไป เมื่อเจาะเสร็จ ผนังอุโมงค์ก็จะเสร็จไปพร้อมๆ กัน เส้นทางจากฝั่งพระนครไปฝั่งธนฯ เรียก West Bound” แล้วฝั่งธนฯ มาฝั่งพระนคร เรียก East Bound”



“สถานีสนามไชย” หรือชื่อว่า BS12” มีจุดขึ้นลงสถานี 5 จุด ตัวสถานียาว 270 เมตร ลึก 32 เมตร ตำแหน่งที่ผมนั่งฟังบรรยายเป็นชั้นจำหน่ายบัตรโดยสาร ซื้อตั๋วแล้วก็เดินลงไปชานชาลาด้านล่างเพื่อขึ้นรถไฟใต้ดิน พื้นที่ตรงนี้โอ่โถงสวยงามมากครับ

วิทยากรอีกท่านเริ่มบรรยายเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งภายในสถานีสนามไชย ผู้ออกแบบคือ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (สถาปัตยกรรมไทย) ท่านอาจารย์ภิญโญให้แนวความคิดหลักในการออกแบบเกี่ยวกับ “วัดและวัง” เพราะสถานีสนามไชยนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางกลางวัดและวังมากมาย ควรนำเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยแห่งรัตนโกสินทร์มาประยุกต์ใช้กับงานอาคารสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่มีความทันสมัย รองรับการใช้ชีวิตของคนในกรุงเทพมหานคร คนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อได้มาใช้บริการที่สถานีนี้ เห็นแล้วจะรู้สึกได้ถึงความกลมกลืนไปกับสิ่งที่จะได้เห็นอยู่ภายนอก



ทีมออกแบบออกไปศึกษาข้อมูลสถาปัตยกรรมในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ทั้งวัดและวัง แล้วนำองค์ประกอบต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการตกแต่งอาคาร “สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย” มาดูกันดีกว่าครับว่าการตกแต่งสถานีรถไฟฟ้า ไล่มาตั้งแต่ด้านบน จะเห็นว่าฝ้าเพดานเปิดโล่งกว้าง ซึ่งสถานีปกติทั่วไป ด้านบนเพดานจะเตี้ยและมีแต่ท่อแอร์ ท่อลม และสายไฟเต็มไปหมด

แต่การออกแบบที่นี่จะเปิดด้านบนให้สูง ดูแล้วเป็นโถงตรงกลางกว้างใหญ่ ส่วนสายไฟและงานระบบทั้งหลายจะไปหลบอยู่ด้านข้างแทน สีฝ้าเพดานจะทาด้วยสีแดงน้ำหมากซึ่งเป็นสีไทยโบราณ โคมไฟใหญ่ทิ้งลงมาคล้ายพระจันทร์ ลวดลายดอกพิกุลเล็กๆ เปรียบเหมือนเดือน ลวดลายไทยที่ใช้ตกแต่งเพดานเป็นแบบดาวล้อมเดือน

สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ “เสาขนาดใหญ่” ที่เป็นโครงสร้างของอาคาร ท่านอาจารย์ภิญโญใช้เทคนิคในการออกแบบโดยแบ่งเป็นเสาเล็กๆ มาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเสา แบ่งด้วยช่องไฟ ดูแล้วหลอกสายตา ทำให้รู้สึกว่าไม่อึดอัดโปร่งสบายตาขึ้น ด้านบนเสาทำเป็นหัวบัวสีทองเด่นสง่า ฐานของเสามีการลบมุมตามแบบของไทยและช่วยเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

ด้านบนและด้านข้างของเสานำ “ลวดลายไทย” (ลายประจำยาม) มาประดับตกแต่งอย่างสวยงามและพิถีพิถัน ผนังจะเป็นลวดลายไทย รั้วริมกำแพงทำให้ดูเหมือนกำแพงพระบรมมหาราชวัง ทาสีขาวเป็นทางยาว มีซุ้มประตูเป็นช่วงๆ มีการใช้แสงเพื่อให้ความสว่างและความสวยงาม ส่วนในนี้เป็น “สถานีสนามไชย” และมีรูปของสถานีอิสรภาพ (BS13) จะมีรูปภาพหงส์ สื่อถึงการให้ความสำคัญกับสถานที่ในละแวกนั้น คือ “วัดหงส์รัตนาราม” แถวบางกอกใหญ่



คุณธนวัฒน์และคณะวิศวกรได้พาผู้เข้าเยี่ยมชมลงไปด้านล่าง ผมได้เดินไปตามทางรถไฟ สังเกตว่าพื้นจะค่อยๆ เทลงไปทีละนิด ในกรณีที่มีน้ำบนพื้น น้ำจะค่อยไหลไปตามทางได้เอง ทางทีมวิศวกรให้ดูที่ผนังอุโมงค์ เป็นการประกอบอุโมงค์แบบ Segment แยกส่วน 6 ชิ้นแล้วนำมาประกอบกันเป็นผนังอุโมงค์ 1 วง ทำไปทุกๆ 1.20 เมตร ระหว่างแต่ละวงจะทำร่องและมีการใส่อุปกรณ์ที่เรียกว่ายางบวมน้ำ ป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้ามาในอุโมงค์ได้ ทีมวิศวกรให้เราได้เดินไปถ่ายรูปอุโมงค์และรางในระยะ 100 เมตร

เดือนตุลาคมปีหน้า “สถานีสนามไชย” จะเริ่มให้บริการกับประชาชนทั่วไป คราวนี้เชิญมาดูความสวยงามด้วยตัวเองเลยครับ (ถ้าเสร็จทั้งระบบน่าจะเป็นเดือนมีนาคม พ.ศ.2563) เราอาจจะได้เห็นสิ่งต่างๆ และโบราณวัตถุทางประวัติศาสตร์ที่ขุดพบระหว่างก่อสร้าง ในวันนี้ผมเชื่อว่า
“สถานีสนามไชยเป็นสถานีที่สวยที่สุดในประเทศไทย”

แต่ไม่แน่นะครับ หลังจากเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ สถานีนี้อาจจะมีชื่อเสียงไปถึงระดับเอเชียและระดับโลกได้เลยครับ.
…........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
www.facebook.com/cloudbookfanpage

ขอบคุณภาพประกอบจาก : บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 13