อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562

น้ำทิพย์ในเศียรหลวงพ่อทองสุข รักษาโรคได้สุดอภินิหาร

สัปดาห์นี้พาไปรู้จัก “น้ำทิพย์มนต์” ในเศียรของหลวงพ่อทองสุข วัดตูม จ.อยุธยา ที่สร้างความมหัศจรรย์ให้ชาวบ้านอย่างไม่น่าเชื่อ มีอะไรบ้างไปติดตามกัน อังคารที่ 19 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 น.


“น้ำ” นอกจากจากเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ของการดำรงไว้ซึ่งชีวิตแล้วยังมีบทบาทสำคัญในการเกษตร เป็นเครื่องหมายแห่งการชำระล้าง การรักษา และเป็นความอุดมสมบูรณ์

“น้ำ” ยังมีความสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตามคติความเชื่อของพราหมณ์และฮินดู ที่แสดงถึงการมีอำนาจอย่างสมบูรณ์แบบในทางไสยเวท น้ำยังช่วยรักษาอาการเจ็บปวดหายได้ปลิดทิ้งราวปาฏิหาริย์


“วัดตูม” ตั้งอยู่ที่ริมถนนสายประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เดินทางมาจากตัวเมืองอยุธยา ขับรถผ่านถนนหน้าโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา สังเกตฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลจะมีร้านขายโรตีสายไหมตั้งอยู่หลายร้าน



ขับตรงมาเรื่อยจนเจอทางแยกใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายไปทางบางปะหัน จากนั้นขับตรงไปไม่ไกล วัดจะอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้าม ทั้งนี้ทั้งนั้นหมั่นสังเกตป้ายบอกทางด้วยก็ดี วัดนี้มีอายุน่าจะไม่ต่ำกว่าพันปี ครั้งอดีตเป็นวัดสำหรับลงเครื่องพิชัยสงคราม

ความน่าสนใจของ
“วัดตูม” อยู่ที่เรื่องเล่าถึง “หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” พระพุทธรูปทรงเครื่องจักรพรรดิ์ สภาพสมบูรณ์ ที่ภายในพระเศียรมีลักษณะเป็นบ่อกว้างลึกจนถึงพระศอ มีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลา เป็นน้ำใสเย็นที่ไม่เคยแห้ง ทั้งยังนำมาดื่มได้

ปรากฏเป็นที่อัศจรรย์เช่นนี้มาเนิ่นนาน “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ยังทรงนำน้ำในพระเศียรหลวงพ่อทองสุขมาใช้ร่วมกับน้ำในบ่อพระพุทธมนต์ วัดพระพายหลวง บ่อพระร่วง เมืองเก่า สุโขทัย ในพิธีชุบพระแสงและเครื่องศาสตราวุธเพื่อออกรบ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินเมื่อ พ..2451 เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีชุบพระแสงขรรค์ราชศัตรา



ประชาชนทั่วไปที่อยู่ในอยุธยา และที่อื่นๆ ให้ความนับถือและ เชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของ “น้ำทิพย์มนต์ในเศียรของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” ว่ามีอำนาจอภินิหารในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ รวมถึงเชื่อว่าเมื่อได้ดื่มหรืออาบน้ำทิพย์มนต์นี้จะช่วยบรรเทาทุกข์ร้อนได้ด้วยเช่นกัน

“พระเศียรของหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์” องค์นี้พระเกศมาลาถอดได้ เมื่อเปิดออกและปิดไว้ตามเดิมจะแนบสนิทเป็นชิ้นส่วนเดียวกัน เคยมีคนสงสัยถึงที่มาของน้ำในพระเศียรของหลวงพ่อทองสุขว่า...จะมีการต่อท่อขึ้นมาหรือ นำน้ำมาใส่ไว้หรือเปล่า??

แต่เมื่อมีการขยับย้ายไปประดิษฐานที่อื่น ทั้งยังตักน้ำในพระเศียรจนหมด ตลอดจนนำสำลีมาเช็ดจนแห้งและเฝ้าดูปรากฎว่าไม่นานก็จะปรากฏน้ำกลับมีขึ้นมาในพระเศียรตามเดิม เมื่อเป็นอย่างนี้ก็สันนิษฐานกันต่อไปอีกว่า...พระเศียรของหลวงพ่อทองสุขน่าจะทำขึ้นมาจากโลหะอาถรรพ์หลายชนิด??



หนึ่งในนั้นก็คือ “เหล็กไหลเปียก” ที่เป็นธาตุกายสิทธิ์ มีคุณสมบัติพิเศษในการดูดความชื้นในอากาศให้รวมตัวกันจนเป็นหยดน้ำ แต่กระนั้นก็ตามเรื่องเล่าของ “นายคง” ชายสติไม่ดีที่บังเอิญได้ดื่มน้ำจากภายในพระเศียรหลวงพ่อทองสุข พลันก็หายวิกลจริต ก็ทำให้ผู้คนต่างพากันเชื่อมั่นว่า “น้ำในพระเศียรหลวงพ่อทองสุข” รักษาโรคต่างๆ ได้ และหลวงพ่อทองสุขจะไม่ไปประดิษฐานที่ไหนนอกจาก “วัดตูม”

ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ท่าน มีกระแสรับสั่งเคลื่อนองค์ “หลวงพ่อทองสุข” ไปไว้ในพระนคร แต่ไม่สามารถเคลื่อนไปได้ ในที่สุดต้องอัญเชิญกลับไปประดิษฐานที่ในอุโบสถวัดตูมเช่นเดิม ภายหลังจากนั้นยังมีข้าราชการผู้ใหญ่ได้อัญเชิญ “หลวงพ่อทองสุข” ไปไว้ที่เกาะเมือง ตัวจังหวัดอยุธยา ไม่นานผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่างพากันล้มป่วยและฝันตรงกันว่า...

“หลวงพ่อทองสุขให้อัญเชิญท่านกลับไปไว้ที่วัดตูมตามเดิม”

ปัจจุบันทาง “วัดตูม” ได้จัดสร้างหอเพื่อประดิษฐาน “หลวงพ่อทองสุข” ต่างหากเพื่อให้นักท่องเที่ยวและประชาชนมาปิดทองและกราบไหว้ได้สะดวก “น้ำทิพย์มนต์” ที่วัดตูมยังเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญ 74 แห่ง ที่น้ำศักดิ์สิทธิ์ยังคงมีอยู่ เป็นความชุ่มเย็นคลายทุกข์ให้กับผู้คน ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้.
….........................................
คอลัมน์ : ชำเลืองเมือง
โดย “แรมทาง”


ขอบคุณภาพจาก : ฅ.ฅน เล่าเรื่องมีเรื่องมาเล่า , คนอ่านไพ่ com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 251