อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

ปวดหัวไมเกรนกินยาไม่จบ ระวังเส้นเลือดสมองแตก!

คำเตือน!! “ผู้ป่วยโรคไมเกรน” อย่าละเลย...แค่ปวดศีรษะแล้วทานยาหรือเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเท่านั้น เพราะอาจเสี่ยงเส้นเลือดสมองตีบและแตก เป็นอันตรายถึงชีวิต ป้องกันอย่างไร? เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561 เวลา 10.00 น.


โอ้ย!! ปวดหัวขอหยุดเรียน...ขอลางานหน่อย...เป็นปัญหาที่ใครหลายๆ คนกำลังเป็นอยู่ เพราะอาการปวดหัว “โรคไมเกรน” เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า...เวลากำเริบนั้นสุดแสนจะทรมานเพียงใด จึงต้องระงับด้วยการทานยา และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ

แต่!!เรื่องมันไม่จบแค่นั้น เพราะคนที่ป่วยเป็น “โรคไมเกรน” จะมีโอกาสเกิดโรคเส้นเลือดสมองตีบและแตกได้มากกว่าคนปกติทั่วไป นั่นหมายถึงอัมพฤกษ์-อัมพาตจะถามหา หรือสามารถคร่าชีวิตได้เลย แล้วจะป้องกันได้อย่างไร??

เรืออากาศโท นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ความรู้ว่า “โรคไมเกรน” เป็นโรคปวดศีรษะชนิดหนึ่งที่เชื่อว่าหลายคนเคยได้ยิน ถือเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อยในทุกเพศ ทุกวัย แต่จะพบได้บ่อยที่สุดในวัยทำงาน อายุประมาณ 30 - 40 ปี รวมทั้งยังเป็นโรคที่มีผลกระทบกับการดำเนินชีวิตอย่างรุนแรง



อาทิเช่น อาจทำให้ต้องหยุดงาน หยุดเรียน ประมาณการณ์ว่าในประเทศไทย มีผู้ป่วย “โรคไมเกรน” มากถึง 12 ล้านคน ซึ่งผู้หญิงเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชายประมาณ 3 เท่า เนื่องจากปัจจัยทางด้านพันธุกรรมและฮอร์โมนเพศ ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยของพันธุกรรมมีส่วนทำให้ระบบประสาทมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติร่วมกับปัจจัยจากภายนอก เช่น สิ่งแวดล้อม ฮอร์โมน การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงความเครียด

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ล้วนกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะแบบไมเกรนขึ้นได้ จะพบความผิดปกติของสมองหลายส่วน ได้แก่ สมองส่วนที่เรียกว่า “ไฮโปธาลามัส” (Hypothalamus) เป็นส่วนที่เริ่มทำงานผิดปกติก่อน ซึ่งสมองส่วนนี้จะทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น ควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติ ควบคุมความอยากอาหาร การนอน การตื่น อุณหภูมิร่างกาย รวมทั้งฮอร์โมนในร่างกาย

ถัดมาจะเกิดการทำงานผิดปกติที่ “ก้านสมอง” (Brain stem) โดยก้านสมองจะส่งสัญญาณความปวดไปยังเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 ซึ่งเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 นี้จะปล่อยสารการอักเสบที่ส่วนปลายของเส้นประสาท ทำให้เกิดความรู้สึกปวดขึ้นที่บริเวณศีรษะและใบหน้า การรับความรู้สึกของบริเวณศีรษะและใบหน้าจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้เรารับรู้การเต้นของเส้นเลือด เป็นลักษณะการปวดแบบ “ตุ๊บๆ”

คนที่เป็นไมเกรนอาจมีความผิดปกติทางระบบประสาทอื่นๆ ร่วมได้ เช่น การเห็นภาพที่ผิดปกติ เป็นเส้นซิกแซกหรือจุด เห็นแสงระยิบระยับ มีภาพมืด ซึ่งเป็นอาการที่เกิดก่อนที่จะมีอาการปวดศีรษะไมเกรน บางคนอาจมีอาการอ่อนเพลีย หาวนอน คิดอะไรไม่ค่อยออกนำมาก่อนที่จะเกิดอาการปวดศีรษะได้ถึง 3 วัน นอกเหนือจากนี้ในช่วงที่มีอาการปวดศีรษะ มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ไม่อยากเห็นแสงจ้า ไม่อยากได้ยินเสียงดัง รวมถึงอาจเกิดอาการเวียนศีรษะร่วมด้วยได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง

อาการเวียนศีรษะพบร่วมกับอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ถึง 1 ใน 3 โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่เป็นไมเกรนแบบ “มีอาการเตือน” (Migraine with aura) จะพบอาการเวียนศีรษะมากกว่ากลุ่มคนที่เป็นไมเกรนแบบไม่มีอาการเตือนถึง 2 เท่า ในบางรายอาจมีอาการเวียนศีรษะรุนแรง เป็นลักษณะของบ้านหมุนร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน บางรายเป็นไม่รุนแรงอาจจะมีความรู้สึกโคลงเคลงเหมือนนั่งอยู่ในเรือ รู้สึกการทรงตัวไม่ดี ไม่สามารถเคลื่อนไหวศีรษะหรือร่างกายเร็วๆ ได้



นอกจากนี้ “โรคไมเกรน” ยังมีความสัมพันธ์กับโรคเส้นเลือดสมอง จากข้อมูลจากรายงานในวารสารทางการแพทย์ Brain” ที่ตีพิมพ์ในเดือนตุลาคม 2017 พบว่าคนที่ป่วยเป็นไมเกรนชนิด “มีอาการเตือน” จะเกิด
“เส้นเลือดสมองตีบ” ได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 27%

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงที่มีอายุน้อยกว่า 50 ปี จะมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิด “เส้นเลือดสมองตีบ” สูงสุด รวมถึงผู้ป่วยไมเกรนชนิดมีอาการเตือนที่ใช้ยาคุมกำเนิดมีฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นส่วนประกอบ จะพบความเสี่ยงของเส้นเลือดสมองตีบเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ดังนั้นจึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ก่อนจะใช้ยาคุมกำเนิด และยังพบว่าคนที่เป็นไมเกรนมีความเสี่ยงในการเกิด
“เส้นเลือดสมองแตก” มากกว่าคนทั่วไปถึง 46%



ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลรักษา “โรคปวดศีรษะไมเกรน” ให้ดี ทั้งเรื่องการใช้ยาแก้ปวด รวมทั้งยาป้องกันอย่างถูกต้องและเหมาะสม เนื่องจากยาในกลุ่มแก้ปวดบางชนิด สามารถเพิ่มปัจจัยเสี่ยงในการเกิด “โรคเส้นเลือดสมอง” และ “โรคหัวใจ” ได้

เห็นไหมว่า “อาการปวดศีรษะไมเกรน” ไม่ใช่แค่กินยาและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นแล้วจบ!! เพราะยังเสี่ยงต่อภาวะเส้นเลือดในสมองตีบและแตกได้ ฉะนั้นควรดูแลตัวเองหมั่นสังเกตอาการปวด รวมถึงพบแพทย์ตามนัดรวมถึงตรวจหลอดเลือดสมองด้วย อย่าหาซื้อยามารับประทานเอง หรือละเลยไม่ใส่ใจเพราะนั่นอาจหมายถึงชีวิตคุณทั้งชีวิต!!
…............................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”


ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 626