อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

สาวสองยอดกตัญญูจบม.3 สู้ลบคำดูถูก-ปลดหนี้ให้แม่

กว่าจะมาถึงวันนี้ เปรยชีวิตสาวสองวัย 26 ปี หาเงินส่งตัวเองเรียนจบ ม.3 ล้างจานตั้งแต่ 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน เก็บเงินปลดหนี้ให้แม่ ลบคำดูถูกคิดบวกสู้อุปสรรคพิสูจน์ตัวเอง อาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.00 น.


ชีวิตแต่ละคนคงเคยผ่านจุดลำบากที่สุดของชีวิต จะมากจะน้อยไม่มีใครกำหนดได้ เช่นเดียวกับ “ประภานันท์ เติมประทีป” อายุ 26 ปี สาวประเภทสองชาว จ.ชัยภูมิ ที่มีอดีตคอยสอนและย้ำเตือนตัวเองให้สู้ด้วยสองมือและสองเท้ามาตั้งแต่ยังเด็ก หาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบ ม.3 โดยตั้งความหวังว่าแม่กับน้องจะได้สบายขึ้น

“ประภานันท์” หรือ
“เชอรี่” เกิดและโตที่ จ.ชัยภูมิ กระทั่ง ป.4 มีเหตุต้องทำให้พ่อแม่ตัดสินใจแยกทางกัน โดยพ่อได้รับไปอาศัยอยู่กับป้าที่ กทม. เรียนจนจบชั้น ป.6 เริ่มรู้ตัวว่าจิตใจไม่เป็นอย่างที่พ่อคาดหวัง “พ่อไม่ปลื้มที่เป็นสาวสอง แกเลยไม่ส่งเรียนค่ะ” ทำให้ต้องดิ้นรนทุกทางไปสมัครงานเป็นเด็กล้างจานและเสิร์ฟอาหาร ทำงานตั้งแต่ 6 โมงเย็นจนถึงเที่ยง ซึ่งทำแบบนี้จนสามารถส่งตัวเองเรียนจบชั้น ม.3



“มันคิดถึงตอน ป.4 แม่ทำงานขายนมเปรี้ยว ขี่รถมอไซค์ตะลอนๆ โดยที่แม่เลี้ยงหนูกับน้อง 2 คน บางวันรถมอไซค์แม่ก็ยางแตกในป่า กลับมาบ้านเห็นแม่นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวบ่อยๆ ภาพยังจำติดตา อยากบอกแม่ว่า...แม่หนูจะโตเร็วๆ หนูจะทำงานให้น้องกับแม่ได้สบาย จึงเลือกเรียนจบ ม.3”

เจ้าของร้านอาหารใจดีมาก ซึ่งคำว่า “เชอรี่” ก็เป็นคนตั้งให้ แต่เจ้าของร้านอีกคนไม่ปลื้มเพียงเพราะว่า...เป็นสาวประเภทสอง จึงถูกไล่ออก แต่เธอก็ไม่คิดท้อ หลังจากวันถ่ายรูปจบชั้น ม.3 นำรูปนักเรียนเขียนชื่อ เบอร์โทรติดไว้หลังรูป ตัดสินใจนั่งรถเมล์ไปที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เดินไปถามสมัครงาน 6-7 ร้านไม่มีที่ไหนรับจนเกือบถอดใจ จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาให้ไปทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ทำอยู่ประมาณ 1 ปี จึงมีเงินเก็บติดตัว



เชอรี่ก็นั่งคิดอยู่ว่าจะเรียนต่อดีไหม เพื่อนๆ ก็เรียนต่อกันหมด พอมานั่งคิดทบทวนตัวเองอีกที ขอเลือกที่จะทำงานดีกว่า เชอรี่เห็นแม่ลำบาก อยากกลับไปดูแล อยากทำให้สำเร็จ แม่จะได้สบาย จึงใช้เงินเก็บเปิดร้านขายเครื่องสำอางเล็กๆ ตามตลาดนัด มีครูและเพื่อนๆ อุดหนุนบ้าง ครั้งหนึ่งเพื่อนถามว่า...ขายของแบบนี้ไม่อายเหรอ เชอรี่ก็ได้แต่ยิ้ม และตอบตัวเองในใจว่า...ฉันจะอายมากกว่า ถ้าทำให้แม่สบายไม่ได้”

ในตอนนั้นราวๆ อายุ 20 ปี เธอเหมือนได้พิสูจน์ตัวเองให้พ่อยอมรับ และหาเงินจุลเจือทางบ้านส่งน้องและมอบให้แม่ และทำตามควาฝันของตัวเอง...เปลี่ยนร่างกายเป็นผู้หญิงทั้งหมด กระทั่งน้ำท่วม กทม.ปี 54 ได้ย้ายมาดูแลแม่ และเปิดกิจการเล็กๆ ที่ จ.นครราชสีมา จากร้านเครื่องสำอางในยุคที่เครื่องสำอางล้นตลาด หาลู่ทางต่อยอดเปลี่ยนสินค้าขายวิกผมจนถึงปัจจุบัน



โดย “เชอรี่” บอกว่าหากย้อนกลับไปวัยเด็ก รู้ตัวเองมาตลอดว่าไม่ใช่ผู้ชาย แม่คงจะรู้แต่ทางครอบครัวก็ไม่ได้กีดกัน มีเพียงพ่อที่ไม่ชอบรับไม่ได้ เพราะว่า...พ่อไม่รู้ว่าเราเป็น มารู้อีกทีก็ตอน ม.2 หากถามว่ากดดันหรือไม่ “ก็จะกดดันแต่กับพ่อค่ะ แต่เลือกแล้วฝืนไม่ได้ก็ต้องทำตัวดี ค่อยๆ ทำให้พ่อยอมรับ” ปัจจุบันก็กลายเป็นลูกคนโปรดของพ่อ

เมื่อพูดถึงเรื่องเพศสภาพแล้ว ล่าสุดองค์การอนามัยโลกถอดถอน
“ภาวะการข้ามเพศ” ออกจากหมวดความผิดปกติทางจิต ในบัญชีจำแนกโรคสากล และย้ายไปอยู่ในหมวดสุขภาวะทางเพศ เพื่อลดการตีตราและสนับสนุนการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนข้ามเพศ

“สาวประเภทสอง” คนนี้ ยังพูดถึงการโดนดูถูกเรื่องเพศ อุปสรรคกว่าใครๆ จะยอมรับ ต้องพิสูจน์ตัวเอง



“เชอรี่เป็นคนที่ว่าถ้าตรงไหนไม่ยอมรับ ก็จะไม่นำตัวเองไปอยู่จุดนั่น เชอรี่เคยไปสมัครงานที่หนึ่ง เขาไม่รับเพราะเราเป็นสาวสอง มันเลยทำให้ต้องย้ำตัวเองตลอดว่า...ต้องทำตัวให้ดีที่สุด เช่นเดียวกันตอนแรกพ่อก็ไม่ยอมรับ เราก็ต้องพิสูจน์จนพ่อยอมรับ มองเราแบบภาคภูมิใจ และมองข้ามเรื่องที่ว่า...เราเป็นเพศอะไร”

ในวันนี้สิ่งที่ภูมิใจที่สุดของ “เชอรี่” ก็คือ...การได้ซื้อบ้านและปลดหนี้ให้แม่สำเร็จ เพราะแม่อายุ 47 ปีแล้ว ได้อยู่ใกล้ชิดดูแลท่าน เห็นรอยยิ้มในทุกๆ วัน ส่วนพ่อปัจจุบันอายุ 52 ปี แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว เชอรี่ก็เคยไปช่วยเลี้ยงดูน้อง ที่เกิดจากแฟนใหม่ของพ่อ นับเป็นความผูกพันอีกครอบครัว

“แม้เชอรี่เลือกเรียนจบเพียง ม.3 ส่งตัวเองเรียนตั้งแต่ ม.2 โดยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟใกล้โรงเรียน และเอาเงินเก็บที่ได้จากทำงานไปด้วยระหว่างเรียน เปิดร้านขายของตอนอายุ 17 ปี ทุกวันนี้แม่สบายขึ้นมาก บ้านที่แม่อยู่เชอรี่ก็ผ่อนจนหมดแล้ว รถที่แม่ขับก็จะผ่อนหมดแล้ว แม่รอหน่อยนะ ลูกคนนี้สัญญาว่าเราจะต้องดีกว่านี้”





การที่เราจะเป็นที่ยอมรับไม่เกี่ยวกับเพศ แต่อยู่ที่เราทำตัว และเราไม่ต้องไปขวานขวายให้ใครมายอมรับในตัวเรา แค่ทำตัวให้ดี ดูแลครอบครัว และมีความสุขในทุกๆ วันของชีวิต แค่นี้ก็ถือว่าเราเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพคนหนึ่งที่พึงจะเป็นแล้ว

การผ่านความลำบากของเธอ อย่างน้อยเธอหวังว่า...อยากจะบอกทุกคนที่มีชีวิตคล้าย
“เชอรี่” อย่าท้อแท้ต่ออุปสรรค ไม่ว่าจะเพศไหน ทุกคนเลี่ยงไม่ได้ต้องพบอุปสรรค เพียงแต่เราเป็นคนพิเศษ คิดเสียว่าฟ้าส่งอุปสรรคให้มากกว่าเพศอื่นเพื่อพิสูจน์ตัวเอง คิดในแง่บวกในทุกๆ เรื่อง ทำแต่สิ่งที่คิดดี การกระทำในปัจจุบันจะส่งผลสู่อนาคต.
....................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 3.03K