อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

หวิดพา'รองผกก.สส.'ซวย จุ๊บรถนักข่าวแทนของกลาง

สัปดาห์นี้มาดูวิธีแก้เกมของ 2 นายตำรวจชั้นประทวน ดันลืมจยย. จึงจุ๊บรถนักข่าวใช้แทนของกลาง ตบตานายตำรวจระดับสูง หวิดความแตกพารองผู้กำกับการสืบสวนซวย พุธที่ 11 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.00 น.


ณ สถานที่แถลงข่าวหน่วยงานตำรวจระดับชาติ “เจ้าหน้าที่สืบสวน” ของโรงพัก 2 นายเดินทางมาเจอกัน นายหนึ่งนำแผ่นแถลงชาร์ต อีกนายขับรถให้กับ “รองผู้กำกับการสืบสวน” ที่ซ้อมบทพูดตัวเอง เพราะต้องแถลงข่าวต่อหน้านายตำรวจระดับ “นายพล” จึงต้องขอสมาธิระหว่างการเดินทางมา มีลูกน้องขับให้คน ส่วนตัวเองนั้นนั่งข้าง ซ้อมบทพูดเล่าพฤติการณ์กลุ่มคนร้ายที่ใช้จยย. ตระเวนขี่ชิงทรัพย์มือถือเหยื่อแล้วนำไปขาย ซึ่งไม่ใช่ข่าวใหญ่มากในสายตานักข่าวอาชญากรรม

แต่สำหรับรองผู้กำกับการสืบสวนแล้ว การยืนแถลงข่าวต่อหน้านายพล...ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะตลอดชีวิตของแกนั้น ไม่คิดว่าจะต้องมาฝึกซ้อมนำเสนองานต่อหน้าผู้ใหญ่แบบนี้ เปิดหาในกูเกิลก็มีแต่การเสนองานต่อหน้าผู้บริหาร แต่ยังไม่มีหลักสูตรนำเสนองานแถลงข่าวต่อหน้าผู้บังคับบัญชาระดับสูง แกเลยต้องผสมผสานหลายหลักสูตรเอา



ตอนนี้ซ้อมพูดและหวังว่าตอนแถลงข่าว จะเรียกชื่อผู้บังคับบัญชาได้อย่างถูกต้อง ชื่อคนร้ายไม่พลาด เสียงไม่สั่นและรอดพ้นคำวิจารณ์จากนายๆ ไปได้ และเมื่อรถมาถึงสถานที่แถลงข่าว รองผู้กำกับการสืบสวนไปเข้าห้องน้ำระบายความเครียด นักสืบระดับประทวน 2 นายเลยได้พบกัน

เอ็งเอารถจยย. คนร้ายที่ใช้ก่อเหตุมาเปล่าวะ”
“เฮ้ย! ข้าขับรถมาส่งรองอย่างเดียวนะ รองแกบอกว่า คันของเอ็งจะเอามา”
หา! ข้ากับคนอื่นๆ เอามาแต่แผ่นชาร์ตกับใบแถลงข่าว เห็นเขาบอกรองกับเอ็งจะยกจยย. ขึ้นรถไป แล้วให้พวกข้าช่วยขนลงที่นี่นะ”
“สรุปจยย.ของกลางที่คนร้ายใช้ก่อเหตุอยู่ไหน”
ไม่ได้อยู่กับเอ็งเหรอ”
“ไม่ได้อยู่กับข้า ส่วนรถเอ็งไม่มีเหรอ”


ทั้งสองฝ่ายมองหน้ากันเลิกลั่ก...ขณะนี้เหลือเวลาอีก 15 นาทีการแถลงข่าวก็จะเริ่มขึ้น

วิชัยเห็นหมายแถลงข่าวผ่านทางห้องกลุ่มนักข่าว มันเป็นช่วงคาบเกี่ยวระหว่างนักข่าวที่เข้าเวรเช้ากับนักข่าวที่เข้าเวรบ่าย แน่นอนว่าเวรเช้าก็อยากออกเวรกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว ส่วนเวรบ่ายก็ยังไม่อยากจะเร่งเข้าเวร



ว่าแล้ววิชัยก็ฟันธงว่า เวรเช้าคงจะออกเวรไปแล้วล่ะ ดังนั้นจึงตัดสินใจขี่จยย.ของตัวเองไปสถานที่แถลงข่าว และนัดหมายรถตระเวนข่าวให้ไปรับที่นั่น เมื่อไปถึงที่แถลงข่าว วิชัยลงจากรถปลดหมวกกันน็อก จอดรถไว้ใกล้ๆ จุดแถลงข่าว เดินไปอย่างองอาจ เจอนักข่าวทักทายหลายคน

ถึงขั้นบึ่งจยย. มาเองเลยเหรอครับ” หลายคนแซว

ขณะนั้นการแถลงข่าวเริ่มขึ้นพอดิบพอดี ตำรวจโรงพักทยอยแจกใบแถลงข่าว เป็นการแถลงหลายคดี ทุกอย่างดูวุ่นวาย รองผู้กำกับการสืบสวนที่ซ้อมทุกอย่างมาดีไม่ได้แถลงข่าว ผู้กำกับฯ เป็นคนแถลงเอง เป็นการชิงไหวชิงพริบกันหน่อย นายตำรวจระดับสูงพอใจสำเนียง เสียงการพูดมาดดีของผู้กำกับฯ ได้ข่าวว่านักข่าวสาวๆ แอบปลื้มอยู่ แต่มาดดีนั้นมีแต่มาดทำงานไม่เป็น

เมื่อแถลงจบก็ไปดูรถของกลาง วิชัยยืนมอง “ไอ้โจรแสบ” กลางค่ำกลางคืนไม่นอน มัวแต่ขี่จยย.ร่อนตระเวนก่อเหตุ ใช้มีดขู่จะทำร้ายคนธรรมดา เอามือถือไปขาย ยังเด็กอยู่เลย โจรพวกนี้ไม่น่าเชื่อว่าหาช่องโหว่รวยทางลัดบนคราบน้ำตาของประชาชนเสียได้



แต่...เอ...จยย. มันคุ้นๆ จัง สีและรุ่นเหมือนรถเราเลย วิชัยสงสัย ถึงตรงนี้นักข่าวสาวๆ จากช่องโทรทัศน์สำรวจถี่ถ้วน “ทำไมทะเบียนรถไม่ตรงกับในใบแถลงข่าว” นักข่าวรุ่นเก๋าๆ ที่ไม่ค่อยจะพิมพ์ข่าวเองก็ออกความคิดเห็นอวดภูมิว่า “สงสัยเป็นทะเบียนปลอมติดไว้ลวงตำรวจในเวลาก่อเหตุ ตำรวจคงไม่ได้เปลี่ยนทะเบียนจริงมาในวันแถลงข่าว”

การแถลงข่าวเสร็จสิ้น ทุกคนยิ้มปรี่ วิชัยสำรวจจยย.ของกลางเป็นอย่างดี ก่อนเดินเลียบๆ เคียงๆ ชุดสืบสวนตรงนั้น “หมวกกันน็อกอยู่ไหน” นักสืบชั้นประทวนทำหน้างง “หมายความว่าไงน้อง”

พี่ตำรวจครับ...” วิชัยมองหน้านักสืบ “นี่ไม่ใช่รถของกลางใช่ไหมครับ ทะเบียนไม่ตรงใบแถลงข่าว ผมคุ้นรถคันนี้มาก” วิชัยทิ้งจังหวะรอนักสืบพูด แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่พูดจึงพูดเองออกไปนิ่มๆ ว่า “นี่รถผมเองนี่ครับ!!!! พี่ไปลากรถผมมา แล้วหมวกกันน็อกที่ผมวางบนตะกร้าอยู่ไหนล่ะครับ” พอวิชัยพูดเสียงดัง นักข่าวคนอื่นก็หันมามอง ดีที่นายตำรวจระดับสูงไม่อยู่แล้ว เหล่านักสืบเผ่นทะยานจากที่แถลงข่าวขึ้นรถกลับสน. โดยมีรองผู้กำกับการสืบสวนที่ยังเซ็ง เพราะไม่ได้แถลงข่าวทำหน้างงๆ ถามไถ่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อะไรนะ” รองผู้กำกับฯ ร้องลั่นรถ ระหว่างเดินทางกลับ
“มึงไม่ได้เอารถของกลางมาเหรอ ลืมไว้ที่สน. แล้วไปเอารถใครมาแถลงข่าว”



“รถใครไม่รู้ครับนาย เห็นจอดอยู่ สีและรุ่นใกล้เคียงมาก พวกผมเลยเอาหมวกกันน็อกออกไปวางไว้แถวนั้น แล้วช่วยกันเข็นมาร่วมแถลงข่าวด้วย ไปๆ มาๆ เป็นรถนักข่าวซะงั้น ดีที่แถลงข่าวจบแล้ว ไม่งั้นซวยกันหมดแน่ครับรอง”

รองผู้กำกับฯ อ้าปากค้าง นี่ลูกน้องทำงานได้สุดยอดเสียจริงๆ ไม่มีคำพูดหล่นออกมานอกจากถ้อยคำ...ด่ากราดอย่างไม่พอใจ

ส่วนวิชัยเดินไปตามหาหมวกกันน็อกเจอสำเร็จ ตำรวจวางไว้ที่ฟุตปาธข้างทางอย่างไร้ค่า ก่อนจะเดินมาที่จุดแถลงข่าวด้วยความเซ็งสุดขีด ตัดสินใจสตาร์ทรถมันเสียตรงนั้นแล้วขับออกไป ท่ามกลางความตกตะลึงของนักข่าวและตำรวจที่ยืนอยู่ตรงนั้น นานหลายนานจึงมีนักข่าวกล้าพอจะตะโกนออกไปด้วยความงุนงงว่า


เฮ้ย! วิชัยแม่งสุดยอดวะ มันกล้าขี่จยย. ของกลางออกไปซื้อของด้วย”
.....................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 261