อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561

'ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์' แอนิเมชั่นระดับโลกฝีมือคนไทย

สัปดาห์นี้ไม่พลาด...ขอเอาใจคนรักการ์ตูนแฟนตาซี “ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์” แอนิเมชั่นฝีมือคนไทยเทียบเท่าระดับโลก จันทร์ที่ 16 กรกฎาคม 2561 เวลา 10.00 น.


เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ครอบครัวผมและเพื่อนๆ ของลูกชายได้รับเชิญเข้าไปดูหนังเรื่อง “ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์” รอบปฐมทัศน์ เป็นรอบที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเปิดงานและทอดพระเนตรภาพยนตร์แอนิเมชั่นแฟนตาซีเรื่องนี้

ครั้งที่รับคำเชิญไปดูเรื่อง
“ครุฑ” ผมนึกถึงสัตว์หิมพานต์ที่คุ้นเคย เพราะเราจะพบเห็นครุฑในทุกๆ ที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ในธนบัตร ประทับอยู่บนหัวเอกสารของราชการ ถ้าเห็นตัวใหญ่ๆ หน่อยก็จะอยู่หน้าธนาคาร

เมื่อไปถึงโรงภาพยนตร์สยามภาวลัย รอแยล แกรนด์เธียเตอร์ สยามพารากอน ผมดูโปสเตอร์หนัง เห็นคาแรกเตอร์ของครุฑที่ผิดไปจากที่คิดไว้ ครุฑแต่ละตัวรู้สึกได้ว่าเท่และทันสมัย มีปีกใหญ่อยู่ด้านหลัง ชุดนักรบของครุฑเป็นเสื้อเกราะ มีอาวุธไม่ซ้ำกันอีกต่างหาก

รอบที่ผมและครอบครัวได้ไปดูเป็นรอบพิเศษ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถวายรายงาน หลังจากนั้นมีการร้องเพลงและเล่นดนตรี จากวงดนตรีและคณะนักร้องประสานเสียงมหาวิทยาลัยรังสิต ปิดท้ายการแสดงดนตรีด้วยบทเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องครุฑ โดย เก่ง-ธชย เป็นผู้ขับร้องให้ผู้ชมได้ฟังก่อนจะเริ่มฉาย



หลังจากนั้นทางโรงฯ ก็เปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์” ต้นเรื่องปูพื้นประวัติตัวละครสำคัญคร่าวๆ โดยบอกว่าสมัยอดีตอันไกลโพ้น ศูนย์กลางของโลก คือ เขาพระสุเมรุ ที่แวดล้อมด้วยมหานทีสีทันดร สมัยนั้นมนุษย์ยังไม่ได้เป็นผู้ครอบครองพิภพ แต่สิ่งมีชีวิตอื่น ได้แก่ คชสีห์ นรสิงห์ ครุฑ นาค กินนร กินรี ต่างผลัดเปลี่ยนกันทำสงคราม เพื่อแย่งชิงอาณาจักร ครั้งสุดท้ายครุฑทำสงครามกับพวกกินนรกินรี และครุฑมีชัยได้ครอบเมืองอโยธยา อีกทั้งยังขับไล่กินนรกินรีให้หนีขึ้นไปป่าหิมพานต์ ที่อยู่เกือบสุดขอบโลก

ผมว่าแค่เปิดเรื่อง คนดูน่าจะทึ่งกับแอนิเมชั่นระดับโลก แต่สร้างด้วยฝีมือคนไทยทั้งหมด ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นการ์ตูน แต่ภาพมันช่างเหมือนจริงเสียเหลือเกินครับ พวกฉากต่างๆ เช่น คลื่นทะเล เมฆท้องฟ้า รวมไปถึงฉากในเมืองก็สร้างได้อย่างงดงามตระการตามากครับ



เรามาเริ่มรู้จักตัวละครฝ่ายดีกันก่อน ได้แก่ พระเอกของเรื่องคือ พญาวัชรครุฑ ทหารเอกแห่งอโยธยาเป็นนายกองทัพหน้า พร้อมทหารคู่ใจฝีมือดีกลุ่มหนึ่ง ผมถามลูกชายและเพื่อนๆ เขาว่า ชอบทหารครุฑตัวไหนที่สุด เด็กแต่ละคนชอบไม่เหมือนกันเลย เพราะทหารครุฑแต่ละคนจะมีชุดเกราะ อาวุธ และความสามารถพิเศษไม่เหมือนกัน

พอตัดมาถึงฝ่ายผู้ร้าย ก็ทำได้น่ากลัวเหลือเกิน คนดูข้างๆ ผมเป็นคุณแม่มากับลูกสาววัย 5-6 ขวบ เมื่อเวลา “ยักษ์รากษส” และหัวหน้า “อสูรทมิฬ” ออกมาทีไร คุณแม่ต้องเอามือปิดตาลูก



เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน แต่ก็มีบางตอนที่คนดูคาดไม่ถึงครับ ด้วยความที่ผมชอบดูหนังดูการ์ตูนประวัติศาสาตร์อยู่แล้ว พอมาดูหนังเรื่องนี้ก็จะรู้สึกว่า ผสมผสานส่วนที่น่าสนใจหลายๆ เรื่องเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ไทย พระเจ้าตากฯ วรรณคดี ไปจนถึงบทพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก หรือถ้าใครที่ดูพวกหนังซีรีส์ก็จะนึกถึง Game of Throne ที่มีการเมืองหักเหลี่ยมกันในวัง นอกวังก็จะมีอสูรเข้ามาบุก ต้องหาพันธมิตรที่แม้จะเคยเป็นศัตรูกันในอดีต มาช่วยรบด้วย

ถ้าชอบการ์ตูนพอเห็นชุดเกราะ ก็จะนึกถึงเรื่อง Saint Seiya หรือเห็นตัวละครผู้หญิง “กนกนารี” ก็จะนึกถึง Final Fantasy อันนี้ผมรู้สึกชื่นชมนะครับ ว่าเราสามารถทำแอนิเมชั่นได้ระดับอินเตอร์แล้ว จนทำให้เรานึกถึงและไปเทียบเคียงกับสุดยอดแอนิเมชั่นเรื่องต่างๆ ได้



ดูหนังจบ ผมสัมภาษณ์ลูกชายและเพื่อนๆ เด็กผู้ชาย ต่างชอบกันทุกคนครับ เพราะบทแอคชั่นเท่ๆ มันเยอะดี มีการต่อสู้ แถมบอสใหญ่ (ศัพท์ในเกม) ปราบยากที่สุด ผมสัมภาษณ์เด็กผู้หญิงว่า ชอบหนังเรื่องนี้หรือไม่ เด็กผู้หญิงบอกว่าชอบค่ะ สนุกดี ผมสัมภาษณ์ภรรยาบ้าง ภรรยาผมบอกว่าบทเรียบง่าย คงเพราะอยากให้เด็กๆ ดูแล้วเข้าใจง่าย แต่พอถึงตอนสู้รบกันโหดๆ ก็ห่วงว่าจะน่ากลัวสำหรับเด็กเล็กๆ ไหมนะ หนังเรื่องนี้น่าจะมีความตั้งใจทำเพื่อกลุ่มเป้าหมายกว้างๆ ให้ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตามการสื่อสารของคนหลายวัยก็นับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

สำหรับผมแล้ว หนังแอนิเมชั่นเรื่องนี้ ถือว่าทำดีมากและน่าภูมิใจ คนไทยเป็นคนทำเองทั้งหมด มหาวิทยาลัยรังสิตใช้เวลาสร้างถึง 4 ปี และได้รับข้อมูลเพิ่มเติมมาว่าเสียงของ “พญาวัชรครุฑ” พากย์เสียงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ ด้วยนะครับ รวมถึงมีนักพากย์ชั้นครูให้เสียงตัวละครเรื่องนี้มากมาย เพลงประกอบก็ดีมาก เป็นหนังไทยอีกเรื่องที่น่าสนับสนุนครับ สำหรับผู้ที่สนใจจะติดตามชม หนังจะเข้าฉายวันที่ 19 ก.ค.นี้นะครับ.
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย น้าเมฆ”
www.facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 226