อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 17 สิงหาคม 2561

'ข้าราชการ'ไร้อุดมการณ์ หวังแต่ได้บ้านเมืองล่มจม

สัปดาห์นี้พูดถึงเรื่อง “ข้าราชการไทย” คนดีถูกมองข้าม ส่วนพวกมนุษย์ซองขาวแฝงตัว ขอเพียงได้กินผลประโยชน์เป็นพอ พุธที่ 18 กรกฎาคม 2561 เวลา 09.00 น.


ข้าราชการไทย ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานต่างพระเนตรพระกรรณของพระเจ้าแผ่นดิน เป็นข้าของพระเจ้าอยู่หัว มีภารกิจหน้าที่คอยดูแลปัดเป่าทุกข์ร้อนของประชาชน และพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและต้องซื่อสัตย์สุจริต ภารกิจหน้าที่จึงแปรเป็นอุดมการณ์ที่สำคัญของข้าราชการ ให้ยึดถือปฏิบัติสืบกันมา

ในอดีตที่ผ่านมา ข้าราชการส่วนใหญ่ยึดมั่นและปฏิบัติงานตามอุดมการณ์นี้ และคนที่ทำความดี ก็จะได้ดิบได้ดีมีรางวัลตอบแทน ทำให้ข้าราชการมีขวัญกำลังใจมุ่งมั่นทำงาน เป็นที่พึ่งของประชาชนและประเทศชาติเสมอมา แม้จะมีข้าราชการไม่ดีปะปนอยู่บ้าง แต่ก็มีไม่มากนัก และหากจับได้ไล่ทันก็จะถูกลงโทษอย่างจริงจังและเด็ดขาด ส่งผลให้คนพวกนี้ไม่เติบโต ไม่ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ และเป็นที่น่าชิงชังรังเกียจของประชาชน

แต่ในปัจจุบันนี้กลับปรากฏว่า มีข้าราชการที่ได้ดีมีตำแหน่งสำคัญบางคน กลับเป็นพวก “ทุจริตคอรัปชั่น” ไม่มีอุดมการณ์ เปลี่ยนแปลงตนเองจากข้าราชการในพระเจ้าแผ่นดิน ไปเป็นข้าราชการของ “เจ้านาย” ชอบที่จะใช้อำนาจโดยมิชอบ รังแกทำร้ายประชาชน และหลุดรอดจากโทษทัณฑ์ คนแบบนี้แฝงตัวปะปนอยู่เกือบทุกหน่วยงาน



ในปัจจุบันนี้แม้แต่ท่านนายกรัฐมนตรี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็สั่งการให้ปฏิรูปทั้งระบบราชการและตัวข้าราชการ เพราะคงพบเห็นว่าปัญหาของชาติหลายเรื่อง เกิดจากข้าราชการที่ไม่ยึดมั่นอุดมการณ์ และเป็นข้าราชการของ “เจ้านาย” มากกว่าของประชาชน

ตัวอย่างรูปธรรมส่วนหนึ่ง “ที่ข้าราชการบางคน” เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต

1.กล้าโกงทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่เกรงกลัวใดๆ เลย ไม่ว่าจะมีมาตราการตรวจสอบเข้มแข็งแค่ไหน ก็ยังกล้าทุจริต เพราะเชื่อมั่นว่า ไม่ได้ทำคนเดียว แต่ร่วมกันทำเป็นกระบวนการ และพอได้เงินมาก็ส่งต่อ “เจ้านาย” ด้วยเสมอ คงน่าจะได้รับการปกป้องจากเจ้านาย จึงกล้าหาญแม้จะเป็นโครงการที่เป็นไปไม่ได้เลย เช่น โครงการเพาะชำกล้าไม้ 53 ล้านกล้า วงเงิน 100 กว่าล้าน รวมทั้งทำโครงการปลูกป่าและบำรุงรักษาป่า กล้ายืนยันหรือไม่ว่า ต้นไม้ยังอยู่ครบ และมีสภาพเป็นป่า สอดคล้องกับเงินงบประมาณที่ถูกเบิกไปหมดแล้ว และมีอีกมากมายหลายโครงการที่มีลักษะเดียวกันนี้ รวมทั้งการปลูกป่าในป่าที่สมบูรณ์แถวชายแดนกัมพูชา และจ.อุบลราชธานี นายกรัฐมนตรีควรเรียกเรื่องนี้มาดูความคืบหน้า เพราะได้สั่งการให้มีการสอบสวนไปนานแล้ว



2.กล้าทิ้งงานที่เป็นความรับผิดชอบ แม้จะอยู่ในตำแหน่งใหญ่ที่สำคัญ โดยไม่กลัวความเสียหายในหน้าที่ เต็มใจไปเป็นเด็กวิ่งตามติดก้นเจ้านาย ล้อมหน้าล้อมหลังคอยกันคนอื่น กลัวจะมีใครเข้าใกล้ได้มากกว่า กลัวจะไม่ได้นั่งรถคันเดียวกับเจ้านาย ยามเจ้านายกินข้าวก็ต้องนั่งติด เพราะกลัวคนอื่นแย่งตักอาหารให้เจ้านาย สิ่งที่ทำทั้งหมดเพื่อหวังให้เกิดสัญญาณว่า “เจ้านายไว้ใจ” และยังสามารถอยู่กับตำแหน่งต่อได้อีก จึงส่งผลทำให้ลูกน้องไม่กล้าขืนขัดในอำนาจ จำต้องส่งเงินทอนตามท่อกลับมา

3.กล้าย้ายคนดีมีผลงานอย่างไร้คุณธรรม ตอบแทนคนกันเองแม้ไร้ฝีมือให้ตำแหน่งสำคัญ กล้าทำสิ่งนี้เพื่อประกาศศักดาว่า ตนเองเป็นศูนย์อำนาจที่แท้จริง สามารถควบคุมทุกอย่างได้ โดยเฉพาะควบคุมเจ้านายไว้ได้อย่างอยู่หมัด ไม่มีหือไม่มีอือ ไม่กล้าพูดอะไร เพราะปากเต็มไปด้วยเศษเงินที่หยิบยัดส่งไปให้ คนดีถูกมองข้ามครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่สนใจภาพลักษณ์หน่วยงาน และตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่ ขอให้ตัวเองได้ผลประโยชน์เป็นพอ

4.กล้าพฤติกรรมปรนเปรอไปถึงคนรอบข้างเจ้านาย เพราะถือว่าสิ่งนี้จะเป็นกำแพงที่คอยปกป้องห่อหุ้มให้ตนเองได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยให้ทั้งเงินทอง ทั้งสร้างบ้านตากอากาศที่อยู่อาศัยบนยอดดอยและริมทะเล ซื้อรถยนต์ ซื้อแก้วแหวนเงินทองให้ เพราะเมื่ออยู่ต่อได้ก็มีโอกาสใช้ตำแหน่งหาผลประโยชน์แบ่งปันกันต่อไป ที่ทำเช่นนี้เพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีความรู้ ไร้ฝีมือบริหารงานจึงทำสิ่งนี้ทดแทน และบังเอิญ “เจ้านาย” บางคนก็ชอบสิ่งนี้ด้วย



5.กล้าหาญยื่นเงินใส่ซองขาวให้เจ้านายต่อหน้าสาธารณะ โดยไม่มีความอับอายและเกรงกลัวฟ้าดิน เพราะทั้งชีวิตราชการวนเวียนอยู่กับเงินใต้โต๊ะ ส่วนที่เป็นเจ้านายดีๆ มีคุณธรรมก็ปฏิเสธ ไม่รับ ส่วนเจ้านายเลวๆ หน้าหนาๆ ก็รับอย่างหน้าชื่นตาบาน กล้ารับทุกอย่าง กล้ารับทุกสถานที่ และทุกเวลา ไม่กลัวแม้แต่ที่กว้างขวางโอ่โถงอย่างสนามบินสุวรรณภูมิก็ตาม จนได้สมญานามจากลูกน้อง และสังคมทั่วไปว่าเป็น “มนุษย์ซองขาว” ไปแล้วก็มี

6.กล้าทำงานแบบฉาบฉวย หน้าไหว้หลังหลอก ไม่สนใจเป้าหมาย ขอให้ได้ออกทีวี เพื่อให้เจ้านายได้เห็น เสร็จแล้วรีบหายหัวไป ปล่อยทิ้งให้ลูกน้องอยู่กันไปตามยถากรรม ต่อสู้กันไปตามลำพัง พฤติกรรมของข้าราชการแบบนี้ มีให้เห็นแล้วแถวๆ วนอุทยานถ้ำหลวงในช่วงเวลาที่ผ่านมา

จากปรากฏการณ์ถ้ำหลวง เช่นกัน มีข้าราชการอีก 2 ท่าน ที่ควรค่าแก่การยกย่องชมเชย คือ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ท่านหนึ่งที่ชื่อ “นายจงคล้าย วรพงศธร” และ “นายกมลไชย คชชา” ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย

ทั้ง 2 ท่าน อยู่กับทีมค้นหาและแก้ปัญหาตลอดทุกวัน สัมภาษณ์แต่น้อย แถลงข่าวไม่มาก สุภาพอ่อนโยน ใช้การกระทำเป็นผลงาน ไม่วิ่งตามโทรทัศน์ เป็นดาวฤกษ์ที่ฉายแววขึ้นในเหตุการณ์นี้ ถ้าเป็นหน่วยงานอื่น แน่ใจว่าทั้ง 2 ท่านคงได้รับการดูแลและให้รางวัลแล้ว แต่สำหรับที่กรมอุทยานฯ ไม่แน่ใจครับ.
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.32K