อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ ตอน 12

สัปดาห์นี้มาดูพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ฉบับที่ 3 พ.ศ.2560 สนช.มีมติเอกฉันท์ ด้วยคะแนน 217 เสียงประกาศใช้เป็นกฎหมาย พฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561 เวลา 10.00 น.


การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 41/2561 เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา มีการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 3 พ.ศ.2560) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ผ่านกฎหมายดังกล่าว 3 วาระรวด ด้วยคะแนน 217 เสียง ให้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย

โดยมาตรา 3 บัญญัติว่า เพื่อให้การอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ตลอดจนการดูแลการปกครองคณะสงฆ์ เป็นไปเพื่อส่งเสริมการเผยแผ่หลักของพระพุทธศาสนา ให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และมีการรักษาพระธรรมวินัยของคณะสงฆ์ ให้เป็นไปอย่างถูกต้องดีงามโดยเคร่งครัด เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป พระมหากษัตริย์จะคงทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง สถาปนา และถอดถอนสมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์ และแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)



ทั้งนี้องค์ประกอบของมหาเถรสมาคม ประกอบด้วย สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูป ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือพระภิกษุ โดยมีพรรษาอันสมควร และจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองสงฆ์ การแต่งตั้งให้เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย โดยจะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้

กรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง จะอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจจะได้รับการแต่งตั้งอีกก็ได้ ส่วนการพ้นตำแหน่งนั้น นอกจากตามวาระการดำรงตำแหน่งแล้ว ยังพ้นจากตำแหน่งเมื่อมรณภาพ พ้นจากความเป็นพระภิกษุ ลาออก พระมหากษัตริย์มีพระบรมราชโองการให้ออก

นับเป็นนิมิตรหมายอันดี ยิ่งที่ฝ่ายอาณาจักรได้ตระหนักรู้ และเข้าใจถึงสภาพปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับวงการสงฆ์ ซึ่งมีมาหลายทศวรรษ ได้ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความเจริญมั่นคงของพระพุทธศาสนา การแก้ปัญหาดังกล่าวมีความสลับสับซ้อน สะสมและหมักหมมยาวนาน ยากที่จะแก้ไขได้ ต้องแก้ปัญหาในระดับโครงสร้าง โดยเริ่มต้นจากการแก้กฎหมายในการปกครองสงฆ์ ให้ยึดมั่นตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด เป็นสิ่งที่ชอบด้วยประการทั้งปวง





เพราะถ้ามิใช่ฝ่ายอาณาจักรเป็นผู้แก้ปัญหา ภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนา ก็จะยิ่งลุกลามขยายตัวเพิ่มขึ้น การดำรงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงและมีความรุ่งเรืองก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้

มหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นฝ่ายพุทธจักรและเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของสงฆ์ ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจากกฎหมายสงฆ์ฉบับใหม่นี้ จะต้องดำเนินแก้ปัญหาการปกครองสงฆ์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และบริหารจัดการกิจการสงฆ์ให้ถูกต้องตรงตามพระธรรมวินัย โดยเริ่มต้นบริหารจัดการสงฆ์ทั่วประเทศให้ทำหน้าที่ของสงฆ์อย่างถูกต้อง ทั้งด้านการศึกษาพระธรรมตามที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ อบรมเจริญปัญญาตามแนวทางที่ถูกต้อง ประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลสตามสิกขาบทในพระวินัย สงฆ์ที่มีโทษอาบัติหนักปาราชิกต้องถูกจับสึก ส่วนสงฆ์ที่ต้องโทษอาบัติเบาประการอื่นๆ ต้องแก้ไขด้วยการอยู่ “ปริวาสกรรม” และ “ปลงอาบัติ”

วัดเป็นที่อยู่ของสงฆ์ต้องมีความสงบ ไม่มีการจัดกิจกรรมที่ไม่สงบภายในวัด ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัด งานรื่นเริงมหรสพต่างๆ ฯลฯ วัดต้องไม่มีรูปเคารพ หรือเทวรูปลัทธิอื่นๆ ไม่ดำเนินกิจกรรมทางพุทธพานิช หากมหาเถรสมาคมสามารถดำเนินการแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ประเทศไทยก็จะเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาโลก และเป็นประโยชน์ต่อชาวโลกได้อย่างแท้จริง.




................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล” 

บทความที่เกี่ยวข้อง

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 1
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 2
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 3
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 4
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 5
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 6
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 7
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 8
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน9
'พระพุทธศาสนา' ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 10
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 11


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 342