อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

จับตาสัญญาณ"คลัทช์" เตรียมลากลับบ้านเก่า

เรียนรู้ "อาการคลัทช์หมด" ที่หลายๆคนหลงลืม พร้อมวิธีหลีกเลี่ยงก่อนที่ "คลัทช์"จะขอโบกมือลากลับบ้านเก่า ศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561 เวลา 08.00 น.

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกวันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปไกลมาก ทำให้เรามักจะหลงลืมอีกส่วนประกอบสำคัญสำหรับรถยนต์อย่าง "คลัทช์" แม้ว่าจะเป็นการใช้งานในระบบ "เกียร์ออโตเมติก" แต่คลัทช์ทุกส่วนที่ต้องถ่ายทดกำลังยังเป็นชิ้นส่วนสำคัญเสมอ ซึ่งเมื่อใช้งานไปถึงระยะเวลาหนึ่งก็จะเจอกับ "อาการคลัทช์หมด" แต่ก็จะมีลางบอกเหตุก่อนที่คลัชท์จะโบกมือลากลับบ้านเก่าอย่างแน่นอน
 
"อาการคลัทช์หมด"
-คลัตช์ลื่น เกิดได้จาก 2 สาเหตุหลัก ๆ คือ 1."คลัตช์หมด-ใกล้หมด" สาเหตุใหญ่มาจากผ้าคลัตช์ที่เริ่มบางลงจนอาจถึงหมุดที่ย้ำตัวผ้าไว้กับจาน ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานรอบสูงขึ้นแต่ความเร็วต่ำกว่าปกติ หรือรถไม่มีกำลังเมื่อขึ้นทางชัน 2."เกิดจาการขับขี่ที่รุนแรง -การตั้งระยะคลัตช์ไม่เหมาะสม" จนเกิดการยัน และลื่นจนไหม้ในที่สุด ทั้งนี้ล้อช่วยแรง-หวีคลัตช์-ผ้าคลัตช์ ที่เกิดรอยไหม้แล้วนั้นจะส่งผลให้คลัตช์ลื่นอยู่ตลอด วิธีแก้ไขคือต้องเปลี่ยนผ้าคลัตช์ใหม่ ขณะที่หวีคลัตช์จะเปลี่ยนหรือเจียรปรับหน้าใหม่ก็ได้ ส่วนล้อช่วยแรงให้เจียรใหม่
-คลัตช์สั่น ส่วนใหญ่เกิดจากหน้าสัมผัสระหว่าง หวีคลัตช์-ผ้าคลัตช์- ล้อช่วยแรง ไม่เรียบส่งผลให้ขณะออกตัวรถเกิดอาการสั่นหรือกระตุก วิธีแก้ไขคือ เปลี่ยนผ้าคลัตช์ใหม่ หวีคลัตช์จะเปลี่ยนหรือเจียรใหม่ก็ได้ ส่วนล้อช่วยแรงให้เจียรใหม่
-คลัตช์พัง เกิดได้จากหลายสาเหตุอาทิ สปริงจานคลัตช์หลุด-หัก หมุดที่ย้ำผ้าคลัตช์แตกออก ลูกปืนคลัตช์แตก ทำให้รถเข้าเกียรไม่ได้ วิธีแก้ไขคือยกคลัตช์ชุดใหม่
 
การใช้งานคลัตช์ที่ถูกวิธี
-"อย่าเลี้ยงคลัทช์" และควรออกตัวรถด้วยเกียร์ 1 เสมอเพื่อลดภาระของชุดคลัตช์ และเมื่อเปลี่ยนเกียร์ควรเหยียบคลัตช์ให้สุด แล้วปล่อยช้า ๆ เมื่อขับขี่รถบนทางลาดชัน อย่าเหยียบคลัตช์แช่ เพราะจะทำให้ผ้าคลัตช์สึกหรอมากกว่าปกติ โดยเฉพาะใครก็ตามที่นิยมขับรถในเขตเมือง การเหยียบคลัทช์แช่ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง และสำหรับเกียร์อัตโนมัติ นี่คือคำตอบที่ดีสำหรับ ใครที่ถามว่าทำไมต้องเปลี่ยน D เป็น N ทั้งๆที่ติดไม่นาน เพราะในเจ้าตัว "ทอร์คคอนเวอร์เตอร์" (TORQUE CONVERTER) ก็มีคลัทชืเช่นกัน
-"อย่าเหยีบยคลัทช์โดยไม่จำเป็น" โดยเฉพาะการพักเท้าที่แป้นคลัตช์ เพราะแค่น้ำหนักเท้าก็ส่งผลให้เกิดแรงกดทำให้ผ้าคลัตช์สึกหรอเร็วขึ้น
-"อย่าเหยีบยคลัทช์โดยไม่จำเป็น" เช่น การเบรกแบบกะทันหัน ไม่ควรเหยียบคลัตช์ก่อนเหยียบเบรก เพราะเมื่อเหยียบคลัตช์ก็เปรียบเสมือนอยู่ในเกียร์ว่างรถจะไม่เกาะถนน เสี่ยงต่อการเสียหลัก-ลื่น-หมุนได้ง่าย และยังเป็นการเพิ่มภาระให้เบรกด้วย
-"หลีกเลี่ยงการเข็นกระตุกเพื่อติดเครื่อง" ในกรณีแบตเตอรี่หมดเพราะจะทำให้สปริงจานคลัตช์และผ้าคลัตช์เสียหายได้
-"ไม่ควรเปลี่ยนยางที่มีเส้นรอบวงใหญ่ขึ้นกว่าเดิมจนมากเกินไป" เนื่องจากการอัตราทดของเกียร์และเฟืองท้ายไม่รองรับส่งผลให้ชุดครัชต้องรับภาระที่หนักและสึกหรอเร็วขึ้น
 
"อาการคลัทช์หมด" ในปัจจุบันหลายคนคงจะไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง  ยิ่งกับผู้ที่ขับขี่ด้วยระบบเกียร์ออดตเมติกด้วยแล้วคงจะมองเป็นเรื่องที่ไกลตัว แต่ในความเป็นจริง ระบบเกียร์อัตโนมัติที่ก็มีคลัทช์ทำงานอยู่ข้างในเช่นกัน  ซึ่งอาการดังกล่าว มักจะมีอาการเตือนล่วงเสมอ ถ้าเราใส่ใจดูแลรักษาอยู่เสมอ ก็ย่อมยืดอายุการใช้งานได้ไม่ยาก...
 
 
......................................... 
 
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
 
โดย “ช่างเอก” 
 
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com 
 
............................. 
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 471