อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

เผื่อเวลา-หาทางลัด-ใช้ทางเลี่ยง วิกฤติ สร้างรถไฟฟ้า3 สี

สัปดาห์นี้พาไปดูวิกฤติเมืองกรุง ผลกระทบสร้างรถไฟฟ้า 3 สี หายสงสัยทำไมช่วงนี้รถติดหนึบ ต้องนั่งแช่อยู่บนรถ 2-3 ชม. อังคารที่ 7 สิงหาคม 2561 เวลา 08.00 น.


หลายคนบ่นอุบ ทำไมท้องถนนกทม. ช่วงนี้ถึงติดหนึบ การจราจรกลับมาวิกฤติอีกครั้ง นั่นเป็นเพราะว่า...มีผลกระทบจากการปิดถนนลาดพร้าว เพื่อก่อสร้าง “รถไฟฟ้าสายสีเหลือง” นั่นเอง

พล...จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เริ่มปิดถนนลาดพร้าวด้านละ 1 ช่องจราจร รวม 2 ช่องไปกลับ จากที่มี 6 ช่องจราจร เหลือผิวจราจร 4 ช่องไปกลับ พร้อมยกเลิกช่องทางพิเศษวิ่งสวนเลนในช่วงเช้าที่เคยระบายรถขาเข้าเมือง ทำให้ท้ายแถวถนนลาดพร้าวขาเข้า ยาวเหยียดหลายกิโลเมตรถึงแยกนิด้า

ส่วนขาออกสะสมถึงแยกรัชดาฯ-ลาดพร้าวและห้าแยกลาดพร้าว พันถนนรัชดาภิเษกทั้ง 2 ฝั่งเข้าออก กระทบถนนพระราม 9 เข้าถนนดินแดง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กทม.ชั้นในติดล็อกเป็นวงแหวน ถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิตก็หยุดนิ่ง เพราะเข้ารัช-วิภาไม่ได้ รถติดพันกินพื้นที่ครึ่งกทม.



เมื่อเย็นวันศุกร์ ตำรวจต้องใช้เวลากว่า 3 ชม. เร่งระบายรถจนกว่าจะคลี่คลาย สัปดาห์นี้จะเรียกตัวแทนรฟม. รวมถึงผู้รับเหมาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือแนวทางว่าจะช่วยกันลดวิกฤติรถติดได้อย่างไรบ้าง”

กระทรวงคมนาคม ภายใต้รัฐบาล พล.. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงทุนมหาศาลเพื่อพลิกโฉมการเดินทางของคนไทยทุกโหมด โดยเฉพาะระบบรางที่โหมก่อสร้างทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูงหรือไฮสปีดเทรน เชื่อมโยงการเดินทางทั่วประเทศให้แล้วเสร็จภายในปี 72

ในส่วนของกทม. และปริมณฑล ลุยเต็มสูบก่อสร้างรถไฟฟ้าหลากสี ตามแผนแม่บทระยะที่ 1 ให้เสร็จภายในปี 65 จะทำให้กทม. มีรถไฟฟ้ายาวถึง 464 กม. ขึ้นแท่นมหานครระบบรางอันดับ 3 ของโลกรองจากเซี่ยงไฮ้ที่จีน และกรุงโซล เกาหลีใต้ มีระบบราง 588 กม. และ 508 กม.ตามลำดับ โค่นแชมป์เก่าอย่างกรุงลอนดอน อังกฤษที่มี 402 กม. นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา 394 กม. และมหานครโตเกียว ญี่ปุ่น 203 กม.

ในปีนี้มีรถไฟฟ้าถึง 3 สี ที่ต้องลงพื้นที่ก่อสร้างพร้อมกันและปิดถนนนาน3 ปีเต็มๆ ประกอบด้วยรถไฟฟ้าโมโนเรล หรือรถไฟฟ้ารางเดี่ยว 2 สาย คือ สายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง ระยะทาง 30 กม. จุดที่กระทบอย่างหนัก คือ ถนนลาดพร้าว ตำรวจแนะนำเผื่อเวลาเดินทาง 2-3ชม. และแนะนำบริษัทเอกชนและโรงเรียนเหลื่อมเวลาเรียนและเวลาทำงาน จะได้เดินทางไม่พร้อมกันตูมเดียว



ขณะที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กำลังพิจารณาจัดรถชัทเทิลบัสรับส่งประชาชน เพื่อจูงใจให้ลดปริมาณการใช้รถส่วนตัวระหว่างก่อสร้าง

ส่วนโมโนเรลสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. วางเสาเข็มต้นแรกบริเวณแยกลาดปลาเค้าแล้ว โดยรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า-ประปา ตามแนวถนนติวานนท์จนถึงรามอินทราเสร็จเกือบ100 % เหลือจากถนนรามอินทราที่เข้าถนนสุขาภิบาล3 (ตลาดมีนบุรี) เริ่มเข้าพื้นที่แล้วอีกไม่นานก็จะเริ่มปิดการจราจรเต็มรูปแบบเช่นกัน โดยวันที่ 20 ..นี้ นายกรัฐมนตรี จะไปเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างโครงการโมโนเรล 2 สายแรกของไทย เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วย



อีกโครงการ คือ รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) ระยะทาง 35.4 กม. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) ผู้รับเหมาได้ประกอบหัวเจาะ และกำลังทดสอบระบบการทำงานของหัวขุดเจาะอุโมงค์ สัญญาที่ 3 งานโยธาส่วนใต้ดิน (ช่วงหัวหมาก-คลองบ้านม้า) ที่โรงงาน MRP Engineering จ.ชลบุรี เตรียมความพร้อมในการขุดเจาะพื้นที่จริงวันที่ 9 ม.ค.62 โดยขณะนี้ผู้รับเหมาได้ปิดถนนรามคำแหงหลายจุด เพื่อรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภค จึงเป็นอีกจุดที่มีปัญหาการจราจรอัมพาตเช่นกัน 



เมื่อช่องจราจรถนนเมืองกรุงหายไป และถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักรเพื่อก่อสร้างรถไฟฟ้า สวนทางกับปริมาณรถที่มีแต่จะเพิ่มขึ้น ล่าสุดกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เผยสถิติจดทะเบียนรถใหม่ทั่วประเทศ ช่วงครึ่งปีแรก 61 (..-มิ..) รวม 1,614,576 คัน เพิ่มขึ้นจากครึ่งปีแรกของปี 60 ถึง 1.9% โดยรถจยย.มีสถิติจดทะเบียนใหม่สูงสุด 1,008,486 คัน รองลงมารถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (รถเก๋ง) 373,063 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะ) 141,271 คัน รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (รถแท็กซี่) 8,094 คัน รถจยย.สาธารณะ 1,911 คัน ส่วนรถบรรทุก 34,755 คัน เพิ่มขึ้น 9.2% ขณะที่รถโดยสารมี 6,186 คัน เพิ่มขึ้น 15.7%

ส่งผลให้จำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ..61) รวม 38,969,601 คัน เป็นรถจยย. 20,709,434 คัน รถเก๋ง 9,074,573 คัน รถกระบะ 6,527,058 คัน รถแท็กซี่ 84,005 คัน รถจยย.สาธารณะ 188,171 คัน รถบรรทุก 1,108,671 คัน และรถโดยสาร 160,977 คัน ล้นทะลักท้องถนนโดยเฉพาะกทม. เมืองที่ติดแชมป์โลกด้วยปัญหารถติด

เข้าใจหัวอกคนใช้รถส่วนตัว ว่าเป็นเรื่องยากและลำบาก ที่จะให้เปลี่ยนพฤติกรรมไปใช้ขนส่งสาธารณะ อย่างรถไฟฟ้าบีทีเอส เอ็มอาร์ที หรือแอร์พอร์ตเรลลิงก์ เพราะเส้นทางยังไม่คลอบคลุม แถมต้องลุ้นกันรายวันว่าจะ “ขัดข้องหรือไม่” แต่ถ้าเดินรถราบรื่นก็ประกันเวลาและสะดวกสบาย ส่วนที่ใช้รถเมล์ก็ต้องโหนต้องทนนั่งแกร่ว เสียเวลาบนท้องถนนนานขึ้นไปอีก เพราะไม่มีทางเลือก 

ดังนั้นต้องทำใจ ศึกษาทางลัดทางเลี่ยง รวมทั้งเผื่อเวลาเดินทางให้มากขึ้น รักษาวินัยจราจร อย่าเติมปัญหาให้ท้องถนน อดทนเพื่ออนาคตอันสดใส ให้กทม. เป็นมหานครระบบรางของโลก.
................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย เทียนหยด”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 96