อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 17

สัปดาห์นี้พูดถึงการแก้ปัญหา “วิกฤติศรัทธา” ในคดี “เงินทอนวัด” โดยชาวพุทธที่อาศัยอยู่ในชุมชนซึ่งมีวัดตั้งอยู่ต้องให้ความสนใจ และเอาใจใส่กับกิจของสงฆ์ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ พฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น.


สังคมชาวพุทธ ในอดีตคงจะคุ้นหูกับคำที่กล่าวกันว่า “วัดครึ่งหนึ่ง กรรมการ (วัด) ครึ่งหนึ่ง” เมื่อได้รับรู้ถึงพฤติการณ์ของการทุจริตซึ่งเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ ของวัดที่ไม่มีความเรียบร้อยและไม่มีความโปร่งใส ซึ่งเป็นการกระทำผิดพระธรรมวินัยและกระทำผิดกฎหมาย โดยเกิดจากน้ำมือของพุทธบริษัทด้วยกันเองไม่ว่าจะเป็นภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ในลักษณะที่เรียกว่า “สนิมเกิดจากเนื้อใน”

ในขณะที่ชาวพุทธโดยทั่วไปไม่ได้ให้ความแยแสสนใจไยดีกับเรื่องดังกล่าวแต่ประการใด เนื่องจากมีหลักคิดว่า “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” เกรงว่าจะเป็นบาปกรรมและเกิดผลเสียแก่ตนเองถ้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเสาะแสวงหาข้อเท็จจริงหรือเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งเป็นความเห็นผิดอย่างร้ายแรง เพราะพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงฝากพระพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัททั้งหลาย การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและการดำรงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงเป็นหน้าที่ของชาวพุทธทุกคน

พอมาถึงในยุคปี พ.ศ.ปัจจุบัน ก็มีเหตุการณ์เกี่ยวกับ “คดีเงินทอนวัด” เกิดขึ้นแทรกซ้อนเพิ่มเข้ามาอีกในลักษณะ “ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก”

พฤติการณ์ของการทุจริตในครั้งนี้แตกต่างไปจากรูปแบบเดิม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่รัฐของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริตครั้งใหม่โดยมีวัดให้ความร่วมมือด้วย เจ้าหน้าที่รัฐของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมีการกระทำทุจริตอย่างเป็นขบวนการ



เริ่มตั้งแต่หัวขบวนซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานและข้าราชการระดับรองลงมาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ส่วนวัดมีตั้งแต่ระดับเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ภิกษุบางรูปมีสมณศักดิ์เป็นราชาคณะและมีตำแหน่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

พฤติการณ์ทุจริตในครั้งนี้มีความแยบยลและซับซ้อนซ่อนเงื่อน มีความโยงใยเกี่ยวข้องกับโครงการต่าง ๆ มากมาย งบประมาณแผ่นดินที่ให้การอุดหนุนวัดทั้งในด้านการพัฒนาวัด ปฏิสังขรวัดและส่งเสริมการศึกษาปริยัติธรรม กลับถูกนำไปเล่นแร่แปลธาตุ ไม่ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์ตามแผนงานตามที่ระบุไว้ในโครงการต่างๆ อย่างที่ควรจะเป็น

นับเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจยิ่งเมื่ออดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ถูกจับกุมคุมขัง ในคดีเงินทอนวัดเปิดแผยว่างบประมาณเงินอุดหนุนวัดในแต่ละปีมีกว่า 5,0000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณของวัดดังซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครแทบทั้งสิ้น

จากการเปิดเผยของนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแลงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้กล่าวถึงการทุจิรตคดีเงินทอนวัดว่า การพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562 เรื่องเงินอุดหนุน ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการพิจารณาเงินอุดหนุนวัด ซึ่งใบคำของบประมาณจะมีการระบุชื่อวัดเอาไว้เพื่อให้เกิดความเข้มงวดในกระบวนการพิจารณา เพื่อให้การใช้จ่ายเงินอุดหนุนวัดมีความรอบคอบและรัดกุมยิ่งขึ้นซึ่งผลประโยชน์จะได้ตกอยู่ที่วัดอย่างแท้จริง

การเปิดเผยที่กล่าวมานี้ ได้แสดงให้เห็นถึงความหละหลวมของกระบวนการพิจารณาอนุมัติโครงการต่าง ๆ ของวัดที่มีมาช้านานเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการกระทำทุจริตที่กระทำขึ้นได้อย่างสะดวกและง่ายดาย



พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ได้บัญญัติเกี่ยวกับศาสนสมบัติไว้ในมาตรา 40 ศาสนสมบัติแบ่งออกเป็นสองประเภท

1.) ศาสนสมบัติกลาง ได้แก่ทรัพย์สินของพระศาสนาซึ่งมิใช่ของวัดใดวัดหนึ่ง
2.) ศาสนสมบัติของวัด ได้แก่ทรัพย์สินของวัดใดวัดหนึ่ง

การดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติกลาง ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อการนี้ให้ถือว่าสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นเจ้าของศาสนสมบัติกลางนั้นด้วย การดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด ให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในมาตรา 41

มาตรา 41 ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดทำงบประมาณประจำปีของศาสนสมบัติกลางด้วยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม และเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้งบประมาณนั้นได้

ในมาตรา 41 นี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องศาสนสมบัติกลางและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปตามบทบัญญิตของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 อย่างเคร่งครัด การกระทำทุจริตที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆก็จะลดน้อยลง

ประการสำคัญชาวพุทธที่อาศัยอยู่ในชุมชนซึ่งมีวัดตั้งอยู่จะต้องให้ความสนใจและเอาใจใส่กับการปฏิบัติศาสนกิจของสงฆ์ว่าใช่ "กิจของสงฆ์" หรือไม่ เพื่อจะได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่งคงและเจริญรุ่งเรืองสืบไป.
...............................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    98%
  • ไม่เห็นด้วย
    2%

บอกต่อ : 253