อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 เมษายน 2562

รู้จัก'โรคหลอดเลือดสมอง' พบหมอไวลดความพิการได้

สัปดาห์นี้แพทย์เตือน “โรคหลอดเลือดสมอง” พบแพทย์ไว ได้รับการฟื้นฟู ลดความพิการได้ เสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น.


ลุ้นและติดตามกันอย่างต่อเนื่อง กรณี “อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ป่วยหลอดเลือดในสมองตีบ แต่แฟนคลับหายห่วงได้ เพราะอยู่ในการดูแลของแพทย์ โดยมีอาการดีขึ้นตามลำดับ พูดคุยกับภรรยาและลูกๆ ได้ตลอดเวลา ทำให้กลายเป็นเหตุผลหนึ่งที่หลายคนตื่นตัวในเรื่องนี้

จริงๆ แล้วอาการเตือนสำคัญของผู้ป่วย คือ หากพบ แขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง สับสนพูดลำบาก พูดไม่รู้เรื่อง มองเห็นลดลง มีปัญหาการเดิน มึนงง ให้รีบไปพบแพทย์ด่วนที่สุดใน 3ชม.ครึ่ง เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนก่อ “โรคอัมพฤกษ์-อัมพาต”



นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดโรคหนึ่งของโรคทางระบบประสาท และเป็นสาเหตุการตายที่สำคัญในอันดับต้นๆ ของประเทศ โรคนี้ส่วนใหญ่ถ้ารักษาไม่ทัน จะมีความพิการหลงเหลือตามมา ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง มีญาติสายตรงป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ขาดการออกกำลังกาย น้ำหนักเกิน ที่สำคัญสูบบุหรี่

ส่วนวิธีลดความเสี่ยงหลายคนอาจจะละเลยกันไปบ้าง แต่ลองทำให้ครบตามนี้ ทานให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงอาหารเค็ม ไขมันสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักงดเครื่องดื่มมึนเมา เลี่ยงสูบบุหรี่ และตรวจสุขภาพประจำปี

เพราะปัญหาที่สำคัญของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง คือ ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จำเป็นต้องรักษาหรือฟื้นฟูด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้กลับมาดีขึ้น เนื่องจากเป็นการฟื้นฟูผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเรื้อรังหรือฉับพลัน เพื่อลดความพิการให้ได้มากที่สุด กลับมาใช้ชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

สำหรับการวินิจฉัยโรคว่าคนไข้อ่อนแรงจากอัมพฤกษ์ อัมพาตหรือไม่ หรือเป็นที่กล้ามเนื้อและกระดูก แพทย์จะซักประวัติและอาจเอกซเรย์สมองร่วมด้วย หากพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมอง จะส่งให้แพทย์ดูแลอาการให้สภาพคงที่ จากนั้นส่งไปยังศูนย์ฟื้นฟูเพื่อกายภาพบำบัดตามลำดับ

ดังนั้นประชาชนจึงควรมีความรู้เบื้องต้น เพื่อการส่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา จะยิ่งมีโอกาสสูงมากในการเยียวยาอาการให้ดีขึ้น เช่น การให้ยาละลายลิ่มเลือดในภาวะเส้นเลือดในสมองตีบ และการดูแลที่เหมาะสมในผู้ป่วยที่มีเส้นเลือดในสมองแตก จะช่วยลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน ตลอดจนลดอัตราการเสียชีวิตได้



ผศ.นพ.สุพจน์ ตุลยาเดชานนท์ หน่วยประสาทวิทยา รพ.รามาธิบดี เปิดเผยผลการวิจัยที่พบว่า สูบบุหรี่ทำให้ผนังเลือดเปราะบาง เกิดการแตกของเส้นเลือดในสมองที่โป่งพองเพิ่มขึ้น 2เท่า

โดยเป็นผลการวิจัยของ Dr.Anil Can และคณะจากรพ.แมสซาชูเซตส์เนอรัล สหรัฐฯ ศึกษาจากการสืบค้นเวชระเบียนในผู้ป่วย 4,701 ราย ที่ป่วยเส้นเลือดในสมองโป่งพอง ระหว่าง ค.ศ.1990-2013 พบผู้ป่วยที่สูบบุหรี่มีอัตราการแตกของเส้นเลือดสมองที่โป่งพอง เป็น 2 เท่าของผู้ป่วยเส้นเลือดสมองโป่งพองที่ไม่สูบบุหรี่ ส่วนในคนที่เลิกสูบบุหรี่แล้วมากกว่า 1 ปี อัตราการก็ยังสูงกว่าคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่เกือบ 2 เท่า โดยโอกาสการแตกของเส้นเลือดเพิ่มขึ้นตามจำนวนบุหรี่ที่สูบ/วัน คือยิ่งสูบมากโอกาสเส้นเลือดแตกยิ่งมาก

ผศ.นพ.สุพจน์ ให้ข้อมูลอีกว่า ในปี 56 โรคหลอดเลือดสมอง ทำให้คนไทยเสียชีวิตถึง 58,500 คน ตามรายงานของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นผลจากที่คนไทยป่วยโรคความดันสูงถึง 12 ล้านคน และเกือบครึ่งยังไม่มารักษา และในผู้ที่เป็นความดันสูงมีถึง 1.5 ล้านคน ยังคงสูบบุหรี่อยู่ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคเส้นเลือดตีบหรือแตก



ฉะนั้นการรณรงค์ให้ประชาชนรับรู้สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง จะลดความเสี่ยงนำไปสู่การก่อโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต เพราะโรคหลอดเลือดสมองสามารถป้องกันได้

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่า อัมพาตหรือโรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่ก่อให้เกิดการเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ และกำลังเป็นภัยคุกคามทั้งไทยและทั่วโลก ขณะนี้มีแนวโน้มการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นทุกปี มากกว่าโรคเบาหวานและโรคหัวใจขาดเลือดประมาณ 2 เท่า องค์การอัมพาตโลก (World Stroke Organization) ได้กำหนดให้วันที่ 29 ต.ค.ของทุกปี เป็นวันอัมพาตโลกอีกด้วย

ทั้งนี้การป้องกันโรคหลอดเลือดสมองที่สามารถทำได้ง่าย ได้แก่ รับรู้ความเสี่ยงของตนเอง เช่น ระดับความดันโลหิต เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอวันละ 30 นาที อย่างน้อย 5 วัน/สัปดาห์ ควบคุมตนเองไม่ปล่อยให้อ้วน และลดการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม เพิ่มผักผลไม้ ควรงดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ สุดท้ายต้องลดความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ

โรคนี้สามารถป้องกันได้ โดยประชาชนทุกคนต้องเรียนรู้สัญญาณเตือนของการเกิดโรค และปฏิบัติตามแนวทางเพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งจะช่วยลดอัตราการตายและลดความพิการลงได้.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


ขอบคุณภาพจาก : @thanya.wachi

ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 388