อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

อำลา'กิตติ'ถอดหัวโขน นักข่าวยุคหนังสือพิมพ์

สัปดาห์นี้ตอนพิเศษ ขอมอบให้เพื่อนนักข่าวยุคหนังสือพิมพ์ วางมือถอดหัวโขนถาวร หยุดดิ้นรนชีวิตในเมืองกรุงขอลาออก เรื่องราวซึ้งๆ ของนักข่าวอาชญากรรม พุธที่ 29 สิงหาคม 2561 เวลา 08.00 น.


เมื่อหนอนโรงพักทราบข่าว “กิตติ” ลาออก ก็รู้สึกตกใจโดยพลัน เพราะกิตติพยายามกระมิดกระเมี้ยนไม่อยากบอก แต่หนอนโรงพักเป็นนักข่าวอาชญากรรม เห็นตำรวจใช้ลีลาฝีปากกล่อมผู้ต้องหามาเยอะ เลยทำให้กิตติเล่าความได้หมด

“ผมเงินไม่พอใช้ ต้องกลับบ้านไปทำงาน ขอแค่มีงานใหม่เกี่ยวกับสื่อออนไลน์ยุคใหม่ กริ๊งเดียวบอกผมมานะครับ แล้วกิตติคนนี้จะกลับมาหาพี่ๆ ทุกคน”

“ถ้าเกิดกระผมเกิดกดผิดเบอร์ล่ะครับ”

กิตติคิ้วขมวด “แบบนั้นพี่จ่ายค่าเดินทางกลับให้ผมด้วยครับ” เราหัวเราะกันเบาๆ เพื่อกลบความเศร้าของบทสนทนานี้

งานเลี้ยงที่จัดให้กิตตินั้น ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของนักข่าวอาชญากรรมร่วมวงการนี่แหละ ใช้สถานที่ง่ายๆ มีคาราโอเกะร้อง อาหารเครื่องดื่ม แน่นอนว่านักข่าวสาวๆ ของสายอาชญากรรมก็ทำกรอบรูปเป็นที่ระลึกให้



“ทำไมไม่ทำไวนิลเหมือนงานบวชพระ”

“สงสารกิตติ” นักข่าวสาวรายหนึ่งกล่าว หลังทราบข่าวกิตติลาออก นางก็ร้องไห้เสียใจราวกับกิตติตาย “มันเศร้า ต่อไปหนูจะเล่น จะแกล้งใคร”
งานเลี้ยงย่อมมีเลิกรามีการพลัดพราก เมื่อล่วงเข้าสู่วงการนักข่าวแล้ว ก็ต้องมีวันเดินออก ผิดกันที่ว่าใครจะเดินออกโดยมีคนเล่าขานอย่างไร ที่ด่าและสมน้ำหน้าออกไปได้ก็ดีก็มีมาก ที่ออกและจดจำก็มีเหมือนกัน

ชีวิตนักข่าวหนังสือพิมพ์มาอยู่ตรงทางแยกสำคัญ แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีสื่อมวลชนจะเปลี่ยนผ่านไปเพียงใด หาได้มีอะไรมาทดแทนศักยภาพของนักข่าวที่เป็นมนุษย์ไม่ ยิ่งเทคโนโลยีสื่อยอดเยี่ยม ใครก็เป็นสื่อได้ นักข่าวยิ่งต้องวัฒนาตัวเองให้เหนือล้ำขึ้นไปอีก ต่อให้ยอดหุ่นยนต์ก็ไม่อาจที่จะทดแทนนักข่าวผู้เชื่อในความเท่าเทียมและเสรีภาพของมนุษย์ด้วยกันเองได้

กิตติน่าจะขึ้นไปร้องเพลงเพราะๆ อยู่สักหลายเพลง ที่จริงกิตติเป็นคนเสียงไพเราะ ด้วยรูปร่างสมบูรณ์พูนสุข ก็ทำให้ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ “หรือครับ ไม่เห็นมีใครรักผมเลย สาวที่ชอบก็ปฏิเสธ” กิตติมักบ่นน้อยใจหลังแก้วเสมอมา

“ไม่เห็นเป็นไร ใช่ว่าจะมีใครเข้าใจเรา หัวใจนะมันเป็นของเราแต่เริ่มแรก หากจะยกให้เขาไป ก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ของผู้อยากมีความรักแล้ว สุดท้ายเขาจะคืนหัวใจเรามา หรือเหยียบย่ำให้มันแหลกสลาย นั่นก็เป็นสิทธิของเขา เราเพียงแค่นำหัวใจกลับคืนมาดูแลให้ดีดังเดิมก็เพียงเท่านั้น...เผื่อวันหน้าจะได้ส่งมอบไปใหม่...” วิชัยหล่นปรัชญาหลังแก้วออกมา

“หนอนโรงพักอยากพูดอะไรถึงผมหน่อยไหมครับ” กิตติพูดกลางงานเลี้ยง ในฐานะที่เขียนหนอนโรงพักมาหลายปีแต่ก็ไม่เคยลืม ผมจึงครุ่นคิดอะไรบางอย่างเพียงเล็กน้อยก่อนจะพูดออกไปว่า

ใครบอกไม่เคยตกข่าว คนนั้นไม่ใช่นักข่าว” ประโยคนี้ทำเอานักข่าวอาชญากรรมผู้ชอบตีหัวแต่ไม่ชอบตกข่าวขมวดคิ้ว บรรยากาศคุกรุ่นในฉับพลัน

งานข่าวเป็นการทำงานเป็นทีม นักข่าวไม่ใช่หมาป่าที่ร่อนเร่ในป่าทึบ ซึ่งไม่น่ารอด แต่นักข่าวเป็นฝูงสัตว์ที่ช่วยเหลือกันทำงาน เพื่อนำมาซึ่งข้อเท็จจริงแก่สังคม เมื่อถึงเวลาในสนามแข่งขัน เราเป็นคู่แข่งหาใช่ศัตรูคู่อาฆาตไม่ เมื่อการแข่งขันจบลง เราถอดหัวโขนเป็นมนุษย์ ผู้สนใจสิ่งอื่นรายรอบตัว เราถอดเสื้อคลุมคู่แข่งแล้วเป็นมิตรกัน ผมรู้จักกิตติมานาน นานพอจะเรียกว่าเป็นมิตรที่ดีได้ นี่คือยุคที่สื่อสารมวลชนตกต่ำอันเป็นเรื่องปกติในประเทศนี้” ถึงตรงนี้หลายๆ คนใจคอไม่ดี

อย่างไรก็ดี เราไม่อาจทิ้งความฝันได้ว่า วงการสื่อมวลชนจะต้องพัฒนาดีขึ้นกว่านี้ เราจะค่อยๆ ขยับภูผาอุปสรรคไปร่วมกัน หน้างานเราแข่งขันกัน แต่ทุกคนต่างช่วยกันผลักดันวงการนักข่าวให้ดีกว่าวันนี้ และเยี่ยมกว่าวันวาน อนาคตจะเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงกว่าคลื่นเดิม เราจะช่วยกัน” แล้วผมก็มองหน้ากิตติ



ในฐานะเพื่อนมนุษย์ ก็ดีใจที่พบเจอกิตติ เรียกว่าเป็นมิตรได้ เพราะมิตรที่สนิทนั้น เราไม่ต้องหล่นคำสุภาพพร่ำเพรื่อ แต่กวนโมโหบ้าง แกล้งบ้าง ผลัดกันไปมา กิตติได้ทำหน้าที่นักข่าวอยู่ช่วงหนึ่ง ในสภาพที่ดิ้นรนต่อสู้กับชีวิตในกรุงเทพฯ ในฐานะเพื่อนมนุษย์ก็ขอยกนิ้วให้กิตติว่า สู้ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก การลาจากในครั้งนี้คงเหลือทิ้งไว้ แต่มิตรภาพอันยาวนาน จดจำกันไว้ พวกเราสวมหัวโขนทำงานกันเต็มที่ เมื่อวันหนึ่งถอดหัวโขนออก...” ผมหยุดเสียง

เราเป็นเพื่อนกันเสมอ ขอบคุณที่ได้รู้จักพบเจอกันในชีวิตนี้ หวังว่าจะได้พบเจอกันต่อไป อาจไม่ใช่ในฐานะนักข่าว ก็จำกันไว้ในฐานะเพื่อนกันเพื่อนตายตลอดไป...” ชั่วโมงนี้คิดถึงคนแต่งเพลงนี้เลย ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง เชื่อได้ว่าคนไทยทั้งประเทศก็คงคิดถึงเหมือนกัน

วิชัยลุกขึ้นยืนไปจับบ่ากิตติ กอดคอแล้วพูดดังลั่นว่า “ขอให้กิตติของเรานั้น สุขสำราญเหมือนดอกไม้บานยามเช้า” ทุกคนชูแก้วยกดื่ม วิชัยทำหน้าเคร่งขรึมเหมือนจะกลั้นน้ำตาแล้วพูดว่า “มีประสบการณ์หลายอย่างที่ทำด้วยกัน บางเรื่องเปิดเผยไม่ได้ บางเรื่องเผยได้ ก็ดีใจที่เอ็งจะได้กลับบ้านภูมิลำเนา พวกเราคือคนต่างถิ่นที่ถูกดึงดูดหลอมรวมเข้ามาในเมืองหลวงแห่งนี้...เหมือนคนอีกหลายล้านคน...บางคืนก็คิดถึงบ้าน...และบางคืนก็คิดถึงเธอ...แต่ไม่ว่าอย่างไร...ขอให้จดจำว่าที่นี่ สายอาชญากรรมก็เป็นบ้านอีกหลังของกิตติ”

วันนี้หากวงการข่าวอาชญากรรมเป็นสถานศึกษา ก็เป็นการจัดอำลาความสำเร็จของกิตติ ที่ได้จบสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว เหลือพวกเราอีกหลายคนที่ยังร่ำเรียนฝึกฝนฝึกปรือ ไม่รู้ว่าจะจบอำลาวันไหน จะอำลาด้วยตัวเองหรือใครบังคับให้อำลา แต่ไม่ว่าอย่างไร ออกกันไปแล้ว ศิษย์เก่าทั้งหลายมาเยี่ยมกันบ้าง อย่าเงียบหายไปเฉย ๆ เพราะเมื่อเหนือกว่าความเป็นนักข่าว เราเป็นมนุษย์ร่วมโลกที่คุยกันได้อย่างมีมิตรภาพ

อำลากิตติ...และขอให้โชคดี...ในเส้นทางที่เลือกเดินต่อไป.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 589