อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

ส่องผลงาน'ทวงคืนผืนป่า' จะยอดเยี่ยมหรือยับเยิน?

สัปดาห์นี้ตามมาดูผลงาน “ทวงคืนผืนป่า” ที่กระทรวงทส. เป็นผู้รับผิดชอบหลัก จะตอบสนองนโยบายรัฐบาลได้หรือไม่ต้องติดตามกัน พุธที่ 5 กันยายน 2561 เวลา 08.00 น.


รัฐบาลภายใต้การนำของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศนโยบายที่สำคัญและได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง คือ นโยบายการทวงคืนผืนป่า โดยในทางปฏิบัติกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผู้รับผิดชอบหลัก ได้เริ่มต้นด้วยความคึกคักกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง

เพราะว่า...ทุกภาคส่วนของสังคมเห็นด้วยและสนับสนุน ประกอบกับมีอีกหลายหน่วยงานที่เข้ามาร่วม และมีคำสั่งพิเศษ ซึ่งช่วยให้การทำงานไปสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น จนบางกรมเกาะตามกระแส รีบประกาศเป้าหมายยึดคืนผืนป่า ถึง 400,000 ไร่ จนกระทั่งกระทรวง ทส. ทุกกรมประกาศเป้าหมายทวงคืนผืนป่ารวมกัน กว่า 600,000 ไร่

เริ่มดำเนินการโดยหน่วยงานที่ประกาศเป้าหมาย ต่างเร่งสั่งการให้จับกุมและดำเนินคดีกับการบุกรุกยึดครองพื้นที่ ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยวัดพื้นที่ที่ถูกบุกรุกแล้ว ทำการแจ้งความดำเนินคดีโดยไม่มีตัวผู้กระทำ โยนให้พนักงานสอบสวนไปหาตัวผู้กระทำผิดเอง แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการทวงคืนผืนป่าสำเร็จเป็นไปตามนโยบายแล้ว หากท่านนายกรัฐมนตรีส่งทีมเข้าไปตวจสอบ อาจพบว่าพื้นที่ที่ยึดคืนนั้น ในส่วนที่เป็นพื้นที่ทำการเกษตรส่วนใหญ่อาจพบว่าก็ยังคงทำอยู่ต่อไปไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ที่เป็นบ้านเรือนหรือรีสอร์ทอาจพบว่าก็ยังคงอยู่และดำเนินการไปตามปกติ



ผมออกมาทวงถามเรื่องนี้หลายครั้ง ไม่ได้ทวงเพราะคิดจะดิสเครดิตรัฐบาล เพราะผมเองก็สนับสนุนนโยบายนี้ แต่ผมเห็นว่าการทวงคืนผืนป่าที่แท้จริง ต้องยึดพื้นที่ได้จริงไม่ใช่แค่บนกระดาษแจ้งความ และสามารถเข้าไปฟื้นฟูโดยการปลูกป่าได้ ผมพยายามเรียกร้องผ่านหลายช่องทาง เพราะอยากเห็นนโยบายนี้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง จนผมถูกฟ้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทกรมอุทยานฯ ว่าข้อเรียกร้องของผม ทำให้กรมอุทยานฯ ได้รับความเสียหาย แต่การแจ้งความคงไม่สามารถหยุดยั้งผมได้

โดยต่อไปนี้ผมจะพิสูจน์ต่อไปให้ได้ว่า การทวงคืนผืนป่าหากทำกันแบบนี้ ก็จะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน เพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบบางหน่วยไม่จริงจังที่จะทำให้สำเร็จ ซึ่งผมมีข้อมูลประกอบดังนี้ว่า

1.มีจังหวัดหนึ่งในปี 61 มีการบุกรุกทั้งจังหวัดหลายพันไร่ และมีเป้าหมายเพื่อการทวงคืน ทั้งจังหวัดจำนวน 300 ไร่ และในจำนวน 300 ไร่ กรมอุทยานฯ ตั้งเป้าหมายไว้ในการทวงคืน แค่จำนวน 1 ไร่กว่าๆ เท่านั้น ไม่กล้าวางเป้าหมายมากๆ เหมือนก่อน เพราะมีการสั่งการจากผู้ใหญ่ในกระทรวงว่าต้องยึดได้จริง และต้องสามารถฟื้นฟูปลูกป่าด้วย แค่แจ้งความเฉยๆ ไม่ได้อีกแล้ว จึงปรับลดเป้าหมายการทวงคืนผืนป่า เหลือเป้าหมายประมาณไร่เศษๆ ทั้งๆ ที่ในปีนั้นหน่วยงานของกรมนี้ทั้งหมดในจังหวัดรวมกันได้รับงบประมาณมาใช้จ่ายร่วม 100 ล้านบาท

 ตัวเลข 1 ไร่กว่าๆ จึงเป็นตัวเลขที่เป็นตลกร้ายของนโยบายทวงคืนผืนป่าของรัฐบาล  ที่ดิสเครดิตท่านนายกฯ เสียเอง เพราะหากทำปีละ 1 ไร่ คงจะใช้เวลายาวนานมาก กว่าการทวงคืนผืนป่าจะประสบความสำเร็จตามที่นายกฯ คาดหมาย เพราะถ้าตรวจสอบอาจพบว่า การยึดคืนผืนป่าเป็นแบบที่ว่ามานี้ ยังมีมากมายกระจายทั่วประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่แปลงที่ยกตัวอย่างให้เห็นเท่านั้น



2.ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งหนึ่ง มีภาพถ่ายออกมาเผยแพร่ว่า ในพื้นที่ที่ยึดคืนผืนป่า โดยการนำเอาพื้นที่ไปแจ้งความ แล้วเอาป้ายไปติดแสดงการยึดคืนผืนป่า และไม่ทำอะไรเพิ่มเติม ซึ่งถือว่าเป็นการทวงคืนผืนป่าแล้ว แต่กลับมีภาพแสดงว่ามีการกรีดยางพาราทั้งในวันนั้น และกรีดต่อเนื่องมาหลายวัน แสดงให้เห็นว่าไม่มีการยึดคืนผืนป่าที่แท้จริง ชาวสวนยางยังทำกินอยู่อย่างปกติ และหากมีการตรวจสอบกันอย่างจริงจัง ก็จะพบว่าพื้นที่ยึดคืนส่วนใหญ่เป็นเช่นนี้ การทวงคืนผืนป่าทำได้แค่ไปแจ้งความบนโรงพัก แล้วรายงานไปยังผู้บังคับบัญชา รวบรวมว่าเป็นผลงานของนโยบายนี้ส่วนในพื้นที่ที่ถูกยึดคืนเหตุการณ์ยังปกติเหมือนเดิม

ผมมีอีกหลายตัวอย่างมากมายหลายกรณี แต่ผมขอเก็บรายละเอียดไว้ เพื่อนำเป็นประจักษ์พยานในกระบวนการยุติธรรมที่ผมต้องเผชิญ และจะเดินหน้าพิสูจน์ให้ได้ เพราะผลจากการพิสูจน์ในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าจะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับการปกป้องคุ้มครองและฟื้นฟูต่อไป ถ้าหน่วยงานผู้รับผิดชอบ ทำงานอย่างจริงจังโดยการวางเป้าหมายเพื่อหวังสนับสนุนนโยบายทวงคืนผืนป่าของท่านนายกฯ และรัฐบาล

ผมเชื่อมั่นว่าผู้ว่าราชการจังหวัดและทางมหาดไทยในพื้นที่ที่มีความเข้มแข็ง จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ ผมเชื่อว่าทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่เป็นตัวแทนของกระทรวง ทส. จะสามารถกำกับให้เป็นไปตามนโยบายได้ ผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่สังกัดกรมอุทยานฯ ในพื้นที่มีอุดมการณ์ และการทำงานที่เข้มแข็ง และมีจำนวนมากพอที่จะทำงานได้มากกว่านี้ และที่สำคัญผมเชื่อว่าคงจะไม่ขาดแคลนงบประมาณแต่อย่างใด

การกำหนดเป้าหมายที่ต่ำมากๆ ตลอดจนการไม่ใส่ใจที่จะติดตามการบริหาร อาจเป็นเพราะเกียร์ว่าง หรือเพราะไม่ใช่มืออาชีพ หรือยุ่งอยู่กับงานอื่นที่คิดว่าสำคัญกว่า เช่น งานตามล้อมหน้าล้อมหลังเจ้านาย งานคอยนั่งรถและตักข้าวให้เจ้านาย งานอำนวยความสะดวกเจ้านายและคนข้างกายนาย จึงไม่สนใจงานทวงคืนผืนป่า

ผมขอเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี สั่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจสอบการทำงานด้านทวงคืนผืนป่าทั้งหมด แล้วจะพบสิ่งพิลึกพิลั่น ที่ตลกร้ายอีกมากมายครับ.
................................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    88%
  • ไม่เห็นด้วย
    13%

บอกต่อ : 440