อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 22 กันยายน 2561

พระพุทธศาสนาเถรวาท ที่พึ่งอันแท้จริงของพุทธบริษัท

สัปดาห์นี้มาดูความเปราะบางของสังคมไทย พระพุทธศาสนาที่ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ จะคลี่คลายอย่างไร “พระพุทธศาสนาเถรวาท” จะเป็นที่พึ่งอันแท้จริงของพุทธบริษัทหรือไม่ พฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2561 เวลา 14.00 น.


การนำเสนอบทความเรื่อง “พระพุทธศาสนาตกอยู่ในภาวะวิกฤติ” ตอนที่ 1-18 ที่ได้เริ่มมาตั้งแต่เดือน พ.ค.-ส.ค. 61 เป็นระยะเวลาต่อเนื่องกัน 4 เดือน ผ่านคอลัมน์ “ว่ายทวนน้ำ” เพราะด้วยความได้ตระหนักในความเป็นส่วนหนึ่งของพุทธบริษัทที่อยู่ในเพศคฤหัสถ์ ซึ่งมีหน้าที่ในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา เพื่อดำรงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงสืบไป จึงได้นำเสนอบทความด้วยกุศลจิตและกุศลเจตนาของชาวพุทธผู้หนึ่งที่มีโอกาสศึกษาพระธรรมวินัยจากพระไตรปิฎกมาบ้างโดยการอ่านและการฟังธรรมตามกาล มีจุดประสงค์เพื่อนำพระธรรมวินัยมาเผยแผ่ในบทความให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ชาวพุทธ และนำข้อเท็จจริงในทุกมิติมาสะท้อนให้ได้รับรู้ถึงสถานการณ์และสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งมีผลกระทบต่อความเจริญมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา

จุดอ่อนสำคัญประการหนึ่งที่มีความเปราะบางยิ่งของสังคมไทยนับตั่งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ คนไทยเป็นคนเชื่อง่าย ไม่มีความคิดเป็นของตนเอง มักทำอะไรตามๆ กันอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่คนไทยส่วนใหญ่ในประเทศนับถือพระพุทธศาสนา แต่ไม่ได้น้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า มาประพฤติปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นชีวิตครอบครัว ชีวิตการศึกษา ชีวิตการทำงาน ชีวิตในสังคม ตลอดจนการทำหน้าที่ของพลเมืองอย่างถูกต้อง จึงเป็นผู้ไม่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งในการดำเนินชีวิตประจำวัน ชีวิตไม่สามารถดำเนินไปอย่างเป็นปกติสุขตามอัตภาพของแต่ละบุคคล มีความทะเยอทะยานและรุ่มร้อนไปด้วยไฟกิเลสที่แผดเผาอยู่ตลอดเวลา ชีวิตจึงมีแต่ความทุกข์ร้อนไม่สิ้นสุด



รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ได้บัญญัติว่า “พระพุทธศาสนาเถรวาท” ซึ่งปรากฏอยู่ในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 67 ดังนี้ รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่นในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมของพระพุทธศาสนาเถรวาท เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา และต้องมีมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทําลายพระพุทธศาสนาไม่ว่าในรูปแบบใด และพึงส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนมีส่วนร่วมในการดําเนินมาตรการหรือกลไกดังกล่าวด้วย



ฝ่ายอาณาจักรซึ่งประกอบด้วยอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ อำนาจฝ่ายบริหาร อำนาจฝ่ายตุลาการ จึงต้องปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับ “พระพุทธศาสนาเถรวาท” ตามรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศซึ่งเป็นแม่บทของกฎหมายทั้งปวง กฎหมายลำดับชั้นที่รองลงมาจะต้องมีความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้องสมบูรณ์ ส่วนฝ่ายพุทธจักรซึ่งมีมหาเถรสมาคมเป็นองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ จะต้องบริหารจัดการคณะสงฆ์ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ใน “พระพุทธศาสนาเถรวาท” อย่างเคร่งครัด สถานการณ์อันเลวร้ายที่มีผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาก็จะได้รับการแก้ไขและคลี่คลายไปในแนวทางที่ถูกต้องอย่างถูกวิธี “พระพุทธศาสนาเถรวาท” จึงจะมีความเจริญมั่นคงและเจริญรุ่งเรืองสืบไป ในขณะที่พุทธบริษัททั้งหลายไม่ว่าจะเป็นภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา ก็จะได้มี “พระพุทธศาสนาเถรวาท” เป็นที่พึ่งอย่างแท้จริง.
................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 90