อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

'เจเจ' ไม่หวั่นคลื่นลูกใหม่แทนที่ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

สัปดาห์นี้ "เจเจ-กฤษณภูมิ" นักแสดงวัยรุ่นหนุ่มหล่อมากฝีมือ ขอเล่ามุมมองการทำงานในวงการบันเทิง พร้อมเผยเรื่องหัวใจที่มีต่อแฟนสาว "ต้าเหนิง-กัญญาวีร์" แบบเต็มๆ สุดเอ็กซ์คลูซีฟ อาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2561 เวลา 14.00 น.


พกความหล่อตี๋มากระชากหัวใจแฟนคลับได้นานพอสมควรแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่มชื่อดัง เจเจ-กฤษณภูมิ พิบูลสงคราม ซึ่งไม่ใช่แค่ฝีมือการแสดงที่น่าจับตามองเท่านั้น ด้านความคิดและมุมมองของหนุ่มเจเจที่มีต่อวงการบันเทิงก็น่าสนใจไม่แพ้กัน วันนี้ “เดลินิวส์ออนไลน์” มีโอกาสมาพูดคุยกับหนุ่มเจเจ โดยเจ้าตัวก็ได้เผยถึงแนวคิดและเรื่องราวหลากหลายแง่มุมของตัวเองให้ฟังแบบเต็มๆเลยด้วย
 
ตอนนี้มีงานอะไรบ้าง?
“หลักๆก็จะเป็นโปรเจ็คท์ 9X9 “ไนน์ บาย นาย” ซึ่งโปรเจ็คท์นี้ก็จะย่อยลงไปอีกเป็นละครเรื่อง “เลือดข้นคนจาง” ที่ผมเล่น ทางช่องวัน จริงๆโปรเจ็คท์นี้ก็จะเห็นพวกเราทั้ง 9 คนได้ทำอะไรที่มันหลากหลาย อย่าง ผม พี่ต่อ-ธนภพ หรือว่า เจมส์-ธีรดนย์ ก็จะได้เห็นในมุมของนักแสดงหรือดารา ตอนนี้สิ่งที่พวกเราจะทำคือการสร้างศิลปินที่ทำได้ทุกอย่าง ทั้งการแสดง เต้น และร้อง ซึ่งผมเองก็ต้องซ้อมหนักเหมือนกัน”
 
ทำไมโปรเจ็คท์ 9X9 “ไนน์ บาย นาย” ถึงต้องมี 9 คน?
“ผมว่ามันคงเป็นความสนุกของผู้ใหญ่ที่คิดโปรเจ็คท์มั้งครับ คือเขาอยากสร้างกรุ๊ปๆหนึ่งขึ้นมาที่สามารถทำได้ทุกอย่างแล้วก็พอมันเป็น 9 คนแล้ว ผมว่ามันเป็นคาแรกเตอร์ที่หลากหลาย มันเหมือนทำให้ภาพรวมดูสนุกขึ้น การที่มีหลายๆคาแรกเตอร์”
 


พอมารวมกัน 9 คนทำงานยากไหม?
“เอาจริงๆแรกๆก็ยากเพราะต้องปรับจูนกัน แต่พอหลังๆมาก็สบายมาก (ยิ้ม) เหมือนมาเล่นด้วย เรียนด้วย”
 
ละครเรื่อง “เลือดข้นคนจาง” เป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็เป็นละครที่สนุกมากครับ บทของผมเล่นเป็นลูกของพี่กบ-ทรงสิทธิ์ และพี่เจี๊ยบ-โสภิตนภา เป็นลูกคนโต ก็เป็นคนที่ค่อนข้างใจกว้างและเวลาจะทำอะไรเขาจะยึดความถูกต้องไว้ก่อน”
 
เป็นแนวจีนเหมาะกับใบหน้าเรา?
“ใช่ครับ (ยิ้ม) หน้าตาผมจีน แต่บางทีผมก็คิดว่าผมเป็นฝรั่งนะ (หัวเราะ)”


 
เคยร่วมงานกับช่องวันก่อนไหม?
“ไม่เคยเลยครับ ก็ดีใจนี่ถือว่าเป็นละครจริงๆเรื่องแรกของผมเลยก็ว่าได้ ยิ่งพี่บอย-ถกลเกียรติ ให้เวลาที่ดีมา ซึ่งเป็นเวลาใหม่ของทางช่องวัน ก็รู้สึกขอบคุณมากๆ”
 
ได้อะไรจากการร่วมงานกับช่องวัน?
“ผมว่าน่าจะเป็นการเจอพี่ๆผู้ใหญ่รวมถึงนักแสดงรุ่นใหญ่ทุกคน อย่างพี่ย้ง-ทรงยศ ที่เป็นผู้กำกับผมก็เคยร่วมงานอยู่แล้ว สิ่งที่ผมว่ามันอะเมซิ่งสำหรับตัวผมมากๆคือการได้ร่วมงานกับพี่ๆผู้ใหญ่ เพราะเราคิดว่าเราทำได้มาตลอด พอเราไปยืนข้างๆ ไปเล่นกับพี่ๆเขาคือเราหายไปจากซีนเลย สิ่งที่ได้คือการเรียนรู้ ต้องเรียนรู้ให้เร็วตอนที่ออกกองครับ”
 
กดดันไหม?
“ไม่กดดันครับ เพราะพี่ๆเขาน่ารัก เขาคอยซื้อขนมมาให้ (ยิ้ม) เลี้ยงน้องๆ ซึ่งผมเองก็แอบจดจำวิชาของพี่ๆเขามาเยอะเลย อย่างพี่เจี๊ยบกับพี่แหม่ม-คัทลียา ที่ผมเข้าซีนด้วยบ่อยๆ ผมพยายามดูเขาเวลาเขาเล่น ก็ได้อะไรกลับมาเยอะเหมือนกันครับ”
 
มีบทที่เราอยากจะลองเล่นมากๆไหม?
“ผมอยากเล่นทุกบทเลย เคยเล่นซิทคอม ถามว่าชอบไหมก็ได้อยู่นะ แต่ตอนแรกๆผมอาจจะงงๆนิดนึง แต่พอทำได้แล้วมันก็โอเค ดราม่าเองก็โอเคทำได้ เรียกว่ามีบทไหนก็จ้างผมได้ครับ (ยิ้ม)”



ตอนนี้เจเจอยู่ในวงการบันเทิงมากี่ปีแล้ว?
“ประมาณ 5-6 ปี แล้ว สิ่งที่ผมได้จากวงการบันเทิงคือได้เจอคนใหม่ๆ ผมว่าความสนุกของผมมันคือตอนแรกๆเราก็จะเป็นน้อง ตอนนี้เราก็เริ่มเป็นพี่แล้ว พอเรายิ่งทำงานไปเรื่อยๆเรายิ่งเจอคนหลากหลาย ได้เจอพี่ๆที่เขาเป็นนักแสดงที่เก่งมากๆ ได้เจอรุ่นน้องใหม่ๆที่เขามีความสามารถ ที่บางอย่างเราเองก็ยังไม่มี เราอยู่ในวงการแล้วเราได้เรียนรู้เรื่อยๆมันสนุก”
 
กลัวคลื่นลูกใหม่มาแทนที่ไหม?
“ไม่กลัวครับ ผมก็อยากร่วมงานและผมจะได้ดูว่าตรงไหนที่ผมพลาดไป ผมจะได้รีบแก้ จริงๆผมว่าถ้าผมตั้งใจแล้วอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดเพราะเราทำเต็มที่แล้ว”
 
เรามีแฟนคลับเยอะ คำว่าแฟนคลับสำหรับเจเจคืออะไร?
“ความรักมั้งครับ ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมคนที่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ทำไมถึงรักเราได้มากขนาดนี้ ผมรู้สึกว่ายิ่งเราทำงานไปเรื่อยๆแล้วเราเจอ แฟนคลับที่หลากหลายที่มารักมาชอบเรา มันเหมือนเป็นแบตเตอรี่ที่คอยเติมความรักให้เรา เรารู้สึกว่าบางทีมันเป็นกำลังใจที่ดีมากสำหรับเรา”
 
เจอทั้งข่าวดีและไม่ดี วิธีรับมือของเราคืออะไร?
“ปล่อยวางครับ ผมว่าบางเรื่องเราไม่สามารถแก้ไขอะไรมันได้จนกว่าเวลาจะเป็นคนจัดการเอง การที่เรามานั่งวิตกหรือว่ากังวลมันจะทำให้เครียดแล้วก็จิตตกประมาณนั้น มันน่าจะมีเอฟเฟ็กซ์หลายด้านและทำให้เราทำได้ไม่ดีสักอย่าง ดังนั้นปัญหาไหนตัดได้ก็ตัด”
 
เราซีเรียสไหมที่ถูกวิจารณ์ต่างๆนานา?
“ไม่ๆเลยครับ มันก็มีหวั่นๆบ้าง แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ช่างมัน และทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดต่อไป”
 


ความรักกับ ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ เป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็โอเคครับ  แฮปปี้ เราคบกันมา 2-3 ปีประมาณนั้น เราทั้งคู่จำวันคบกันไม่ได้ (หัวเราะ) จริงๆ ความสัมพันธ์ของเราเริ่มจากการเป็นเพื่อนกันมาก่อน”
 
ยากไหมที่เราเลือกเปิดตัวแฟนในขณะที่เรากำลังมีชื่อเสียง?
“มันไม่ยากอะไรนะ เพราะผมไม่ต้องการโกหกหรือว่าหลบๆซ่อนๆเพราะถ้ายิ่งเราไปปกปิดคนอื่น เขามารู้ทีหลัง ผมว่ามันจะยิ่งเป็นเรื่องใหญ่กว่า สู้เราเปิดเองมันน่าจะดีกว่า”

ต้าเหนิงเข้ากับแฟนคลับเข้าเราได้ไหม?
“เวลาไปอีเว้นท์คู่กัน เขาก็มากันปกติ ก็ทักทายกันปกติ เขาเข้ากันกับแฟนคลับผมได้ปกติเลย”
 
ก่อนเปิดตัวต้าเหนิงกังวลเรื่องความนิยมจะลดลงไหม?
“ไม่เลยครับ เพราะผมว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน สมมุติถ้าเราคบกับต้าเหนิงตอนที่คนรู้จักเราเยอะๆ แล้ววันหนึ่ง เราดรอปไป ผมว่าถ้าไม่มีต้าเหนิงมันก็ต้องดรอปไปสักวันอยู่ดี”
 


ตอนนี้กับต้าเหนิงเรามีอะไรต้องปรับจูนกันไหม?
“มันก็มีครับ เหมือนเราคบกันปุ๊บมันต้องศึกษากันและกันว่าชอบอะไรไม่ชอบอะไร”

เราประทับใจอะไรต้าเหนิงบ้าง?
“ผมรู้สึกว่าที่ผมประทับใจเขามันเป็นเรื่องที่เขาแคร์คนอื่นมากกว่าตัวเอง เขาดูแลเราดี ประทับใจตรงนั้น”
 
สุดท้ายฝากผลงานของเรากับแฟนๆสักหน่อย?
“ตอนนี้ก็มีหลักๆเลยคือละคร “เลือดข้นคนจาง” และโปรเจ็คท์ 9X9 “ไนน์ บาย นาย” ที่เราจะมีมาร้องเพลงให้ทุกคนฟังกันด้วย ยังไงก็ฝากติดตามผมกันเยอะๆด้วยนะครับ”

ยิ่งได้คุยก็ยิ่งรู้ว่าหนุ่มเจเจเป็นคนที่มีความคิดที่โตมากกว่าอายุจริงๆ เขาถือเป็นนักแสดงหนุ่มเลือดใหม่ที่น่าจับตามองมากๆ และเชื่อว่าในอนาคตเขาจะต้องพัฒนาฝีมือทางการแสดงไปได้อีกไกลแน่นอน ดังนั้นใครที่เป็นแฟนของหนุ่มเจเจอยู่แล้วก็สนับสนุนและรักเขาต่อไป ส่วนใครที่อยากจะสมัครเป็นแฟน(คลับ)ใหม่ของหนุ่มเจเจล่ะก็ ยื่นใบสมัครและติดตามผลงานของหนุ่มเจเจกันได้รัวๆเลยจ๊ะ.

ขอขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม @jaylerr




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 260