อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

ถามทาง'สาวผมยาวสีทอง' ดันหลงกลเธอแล้วทำไงได้

สัปดาห์นี้หนุ่มนักข่าว 2 คนหลงกลสาวสวยผมยาวสีทอง หลังไปทำข่าวไฟไหม้ เพราะดันไปถามทางจากเธอ สรุปงานนี้ขำไม่ออกเหงื่อท่วมทั้งตัว พุธที่ 12 กันยายน 2561 เวลา 14.00 น.


กำลังจะเริ่มเข้าเวรดึกก็พลันทราบข่าวว่า...เกิดไฟไหม้ชุมชนขนาดใหญ่ ผมได้ยินดังนั้นก็เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวพร้อมจะไปทำงานโดยพลัน ภาวนาในใจให้ไฟดับได้โดยเร็ว อย่าให้มีใครบาดเจ็บเสียชีวิตอันใดเลย

แต่ไม่เป็นผล ทราบข่าวจากทางไลน์ว่า ไฟยังคงลุกลามต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมได้ แถมซอยยังแคบยากจะนำรถดับเพลิงขนาดใหญ่เข้าไปได้ เมื่อเข้าเวรรถมาถึงก็จึงรีบไปในทันใด

กลางคืนนั้นถนนโล่ง รถทำความเร็วได้ดี มีปัญหาก็ตรงรถยนต์และจักรยานยนต์ บางคันไม่รู้ไปอ่านกฎจราจรข้อไหน ถึงแช่ขวาราวกับซื้อถนนเลนขวาไว้วิ่ง จึงเพลิดเพลินสำราญแจวมาแจวจ้ำจึกอยู่อย่างนั้น “เลนขวาเขาให้รถเร็ววิ่งโฟ้ยยย...” ผมสบถในใจ การที่เลนขวามีรถวิ่งช้า มันมีผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายด้วย



นี่แหละครับ...กฎกติกาไม่ค่อยยึดถือกัน ลำบากผมเสียจริง เพราะจะไปไม่ทันเหตุไฟไหม้นะสิครับ กว่าจะซอกแซกเลาะมาถึงปากซอยได้ก็เล่นเอาแย่เหมือนกัน ซึ่งตอนนี้อยู่หน้าปากซอยจุดเกิดเหตุแล้ว

บรรยากาศโกลาหลเกิดขึ้น ภายใต้ไฟฟ้าในซอยที่ดับมืด เสียงวอ เสียงผู้คน เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงเดินเข้าออก เสียงคนตื่นตกใจร้องระงม ทุกอย่างมันเหมาะกับคำว่า...อลหม่าน...ดีแท้

ผมเดินเข้าไปในซอยอย่างช้าๆ รถดับเพลิงขนาดเล็กจอดอยู่ในซอย ท่อดับเพลิงถูกต่อกับตัวรถลำเลียงผ่านเข้าไปยังต้นเพลิง น้ำที่รั่วมาตามท่อปลิดออกมาราวกับสปริงเกอร์ฉีดน้ำสนามบอล ทำให้เปียกได้เหมือนกัน ผมหลบก้าวผ่านท่อ กว่าจะเดินฝ่าคนแออัดมายังจุดที่เพลิงไหม้ ซึ่งตอนนี้ดับแล้วเหลือเพียงควันและซากปรักหักพัง



ตอนนี้ผมเปียกไปหมด ทั้งหัวไหล่ยันทวาร กางเกงรองเท้า แต่พลันที่ถึงที่หมายก็ตัดสินใจเก็บภาพโดยรบกวนเจ้าหน้าที่คนทำงานให้น้อยที่สุด ซึ่งก็ไม่มีใครห้ามผมในการเข้าไปถ่าย เพราะส่วนใหญ่ ไม่มีใครอยากเข้าไป เพราะมันเปียกเจิ่งน้ำนอง แถมควันก็ส่งความแสบซ่านกับจมูกชะมัด

ถ่ายภาพไป ก็ต้องถ่ายใหม่เพราะถ่ายติดควันอันทำให้ภาพเสีย ไม่นานเมื่อเห็นว่าน่าจะได้ภาพแล้ว ก็หาข้อมูลจากตำรวจ บรรยากาศมันดูวุ่นวาย ตำรวจต้องกันคนไม่เกี่ยวข้องออกไป ซึ่งคนที่อยู่ในจุดเกิดเหตุก็เป็นคนที่เกี่ยวข้องกันหมดนั่นแหละ ทั้งชาวบ้านที่สูญเสียทรัพย์สิน ชาวบ้านที่บ้านรอดอันตราย เจ้าหน้าที่ดับเพลิง อาสาสมัคร ตำรวจ นักข่าว ทุกคนร้อยเรียงในเหตุการณ์นี้หมด ดังนั้นห้ามอย่างไรก็ไม่ได้ผล

ผมถ่ายภาพเสร็จ วิชัยมาถึงพอดี เราเก็บข่าวอยู่ประมาณ 30 นาทีก็ตัดสินใจที่จะออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะควันไฟจากเปลวเพลิงมันทำให้จมูกแสบไปหมด และหายใจไม่ออกด้วย อีกอย่างความสูญเสียแบบนี้มันน่าเศร้าครับ เมื่อเดินผ่านจุดเกิดเหตุเห็นคนนั่งเรียงกันหน้าบ้าน ไฟยังคงดับ คนออกมานั่งออจับกลุ่มพูดคุย ข้าวของถูกกองอยู่หน้าบ้าน ผมกับวิชัยเดินเลี้ยวขวามาเรื่อยๆ ก็เลยตระหนักว่า...เราหลงทางเสียแล้วครับ



น่าอับอายบัดซบ หลงทางในที่เกิดเหตุ ซอยแคบตันแบบนี้ได้อย่างไร(วะ)?? เราหลงกันจริงๆ ครับ ทางที่เดินออกมามันไม่คุ้นเลย ไม่คุ้นแม้แต่น้อย ขาเข้ามาในซอยรีบเข้าจุดเกิดเหตุ ทีนี้เหตุการณ์คลี่คลายรถเริ่มขับออกไป ถนนเริ่มโล่ง จึงพบว่าซอยมันมีตรอกใหญ่กว่าที่คิด ว่าแล้วก็เดินหลงกันมั่วไปหมด ไฟก็ดับ ชีวิตมันยากเย็นเสียจริงนักข่าวอาชญากรรม

ถามคนแถวนี้ดูดีกว่า” ผมบอกวิชัย ซึ่งแน่นอนวิชัยอาสาถาม ซึ่งเลือกถามคนสวยผมยาวสีทอง ใส่เสื้อกล้ามสีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ เป็นผู้หญิงที่ถ้าเจอในผับ เราต้องหันมองอย่างแน่นอน “ตรงไปเลี้ยวขวาก็ถึงปากซอยแล้วค่ะ” วิชัยพูดครับแล้วส่งยิ้มหวานๆ ให้กับหล่อน แต่เพราะมันมืดหล่อนเลยไม่เห็น

สองชายนักข่าวเดินตามทางที่หญิงสาวบอกมาเรื่อยๆ จนผมเริ่มผิดสังเกตว่า “วิชัย ถนนเส้นนี้ไม่เคยเดินผ่าน ตอนเข้ามามันไม่ไกลขนาดนั้น” เอาล่ะครับผมตัดสินใจแล้ว เมื่อพึ่งคนไม่ได้ ก็ต้องพึ่งเทคโนโลยี ควักมือถือออกมาแล้วเปิดดูแผนที่ มันควรเป็นสิ่งที่น่าจะทำตั้งแต่แรก แต่ผมก็ไม่ได้ทำ เพราะมัวแต่เชื่อคนมากกว่าเทคโนโลยี

ปรากฏว่าเราเดินจากปากซอยเข้ามาลึกไปเสียเยอะเลย ต้องเดินกลับทางเดิมกันอีก

หลงกลเธอแล้วทำไงได้...” วิชัยครวญพลางหอบ “จะถอนตัวแต่ใจมันไม่ยอมห่าง”



เราเดินผ่านทางเดิม เห็นหล่อนอุ้มลูกวัย 2 ขวบแนบแน่นอก จึงพลางเสียดายที่เธอมีลูกและน่าจะมีสามีแล้ว “อ้าว!?! ทำไมเดินกลับมาล่ะ หลงทางเหรอค่ะ” หล่อนถาม ฟังแบบนี้เราก็คิดว่าหล่อนเย้ยหลอกนักข่าวผู้ชายหน้าโง่สองตัวนี้ได้เสียแล้ว “มันไม่เห็นปากซอยตรงไหนเลย ลึกกว่าเก่าอีกครับ” ผมพูดออกมาอย่างเจ็บใจเหมือนหมูโดนเชือด แบบคนที่ไปเที่ยวคาราโอเกะมือใหม่เท่านั้นถึงจะรู้ว่าการโดนเชือดจ่ายเป็นหมื่นไม่ได้อะไรเท่านั้น จึงจะเข้าใจลึกซึ้งถึงความเจ็บนี้

ปากซอยอยู่ไม่ไกลนะคะ” เธอบอกชื่อปากซอย เราจึงหันมามองเจ้าหล่อน คนละปากซอยนี่หว่า เราจึงบอกปากซอยที่เราเข้ามาตอนแรก หล่อนทำหน้าร้องอ๋อ “พี่ก็ไม่บอกแต่แรก เดินเลี้ยวไปนิดเดียวก็ถึงแล้ว แหม...หนูก็นึกว่าปากซอยนู่น” เป็นอันว่าหล่อนไม่ได้หลอกเรา เป็นเรื่องเข้าใจผิดพอให้อภัยได้

“ป่ะ..ป่ะ...” เด็กที่หล่อนอุ้มหันมาทางผมแล้วร้องเรียก...พลางพยายามโยกตัวเองให้ผมอุ้ม เอ้ย! ผมไม่ใช่คนซุกซนขนาดนั้นตอนนี้ยังไม่มีลูก แถมผลงานในอดีตก็ไม่น่าจะมีเด็กไหนมาเรียกผมว่าพ่อได้นะ และถึงมีผมก็รู้จักรับผิดชอบ

นั่นไม่ใช่พ่อนะลูก พ่อไปธุระต่างจังหวัดนะคะ” หล่อนยิ้มอายๆ พลางมองผมก่อนหลบตาด้วยความรู้สึกบางอย่าง ผมและวิชัยผมเดินออกมาปากซอยสำเร็จเหงื่อท่วมกาย “ทำไมไม่รับเป็นพ่อเลยล่ะ ไอ้หนอนโรงพัก” วิชัยแซว

ไม่เอาหรอก ผัวหล่อนไปธุระต่างจังหวัด ดูลักษณะแล้วอย่าไปยุ่งดีกว่า” วิชัยทำหน้าสงสัยในความหมายนี้

ก็ผัวหล่อนติดคุกนะสิ กูว่าคดียาด้วย อย่าเด็ดขาดนะ เขาอยู่ในคุกก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่า เขาจะเลิกกับเมีย ระวังโดนไล่ยิงนะเว้ย” ผมพูดพลางย้ำกับวิชัยว่าอย่ายุ่ง “บทเรียนมันมี เจ็บแล้วไม่จำนะมันควาย...” ผมย้ำก่อนเดินไปขึ้นรถออกจากจุดเกิดเหตุที่มีแต่ความเศร้าสร้อย ทิ้งวิชัยไว้ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

หวังว่าคงจะไม่กลับไปหาเจ้าหล่อนแล้วอ้างหลงทางอีกนะ...เพื่อนเอ๋ย...
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 240