อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

เงินรายได้กรมอุทยานฯ หายไปไหน/อยู่ที่ใคร?

สัปดาห์นี้มาย้อนปม “เงินทอน” กรมอุทยานฯ เมื่อไม่มีการตรวจสอบ ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหนและหายไปอยู่ที่ใคร?? พุธที่ 12 กันยายน 2561 เวลา 08.00 น.


ในแต่ละปีกรมอุทยานฯ มีข่าวคราวดีๆ ให้คนไทยได้ชื่นใจอยู่หลายข่าว จนทำให้คนไทยส่วนใหญ่รักและหวงแหนใสอุทยานฯ แต่ก็ยังมีข่าวที่คอยทำลายเครดิตอยู่บ้าง เช่น ข่าวการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ที่ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยอยู่เป็นระยะๆ อีกเรื่องมีการวิ่งเต้นไปเป็นหัวหน้าอุทยานฯ ทางทะเล ที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมากมาย มีข่าวว่าคนที่ได้ไปต้องเป็นคนของผู้มีอำนาจหรือสายตรงจากนายเท่านั้น หรือข่าวคราวเกี่ยวกับเงินทอน ข่าวเหล่านี้ก็มีเป็นระยะไม่ค่อยขาดหายไป มากน้อยบ้างเป็นไปตามยุคสมัย



ช่วงที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาเกี่ยวกับเรื่องนี้ของกรมอุทยานฯ หลายประเด็น ทั้งการโยกย้ายแต่งตั้ง ทั้งกรณีเจ้าหน้าที่เก็บแล้วส่งเงินไม่ครบ ทั้งการหาประโยชน์จากร้านค้าในอุทยานฯ และอีกสารพัดปัญหา กรรมาธิการได้พิจารณา และมีข้อเสนอแนะไป เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เช่น ให้ขายตั๋วค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ผ่านร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเชื่อว่าสามารถป้องกันการทุจริต และสามารถจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวได้ เสนอแนะให้เจ้าหน้าที่ทำงานด้านอนุรักษ์เป็นหลัก โดยให้ด้านบริการเป็นด้านรอง นอกจากในกรรมาธิการแล้ว ผมยังได้นำไปอภิปรายในสภาใหญ่อีกหลายครั้ง เพื่อทำหน้าที่ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ และเพื่อให้มีการตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล แต่ก็ได้รับการปฏิบัติค่อนข้างน้อยมาก

จนผมได้มาเขียนคอลัมน์ “พุ่มไม้ใบบัง” ลงบนเว็บไซต์เดลินิวส์ ก็ยังคงมุ่งมั่นในจุดยืนเดิม คราวหนึ่งผมเขียนเรียกร้องให้ตรวจสอบว่า หากมีการตรวจสอบอย่างจริงจังอาจพบเงินทอนอุทยานฯ มากกว่าเงินทอนวัดก็ได้ เหตุที่เขียนเช่นนี้ไป เพราะมีข้อมูลชิ้นหนึ่งตามตารางด้านล่างนี้



ตัวเลขรายได้ชุดนี้มีความผิดสังเกตเป็นอย่างมาก คือระหว่างปี 58-59 มีรายได้แตกต่างกันถึง 476 กว่าล้านบาท ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวใกล้เคียงกัน คือปี 58 จำนวน 5,575,541 คน และปี 59 จำนวน 5,803,836 คน ต่างกันเพียง 228,295 คน ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าเงินรายได้ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ หายไประหว่างทางในปี 58 เป็นจำนวนเงินมากมาย ในความหมายของผมเงินที่หายไปจำนวนนี้เป็น “เงินทอน” เมื่อไม่มีการตรวจสอบ ก็ไม่รู้ว่าหายไปไหน หายไปอยู่ที่ใคร ส่งต่อไปให้ใครบ้างก็ไม่รู้ เพราเป็นจำนวนไม่ใช่น้อย คือ แค่ปีเดียวก็ 476 ล้านบาทแล้ว แทนที่จะเป็นของแผ่นดิน กลับตกไปเป็นของคนอื่น

นายกรัฐมนตรี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาชื่นชมการจัดเก็บรายได้ที่สูงขึ้น ซึ่งผมเองก็ชื่นชมเหมือนท่าน แต่ท่านนายกฯ ลืมสั่งตรวจสอบเงินที่หายไประหว่างทาง และหากนำเงินรายได้ของปี 59 เปรียบเทียบกับปี 55-58 ก็จะพบก้อนเงินที่หายไปเป็นจำนวนมหึมาก็เป็นได้ และเป็นแบบนี้ในหลายๆ อุทยานฯ ทั่วประเทศ

กรณีนี้ท่านนายกฯ น่าจะต้องใช้บริการ “ดีเอสไอ” หรือกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป) ให้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วละครับ สอบตั้งแต่ปี 55-58 ว่าทำไมเก็บได้น้อย ส่งเงินครบหรือไม่ ตรวจเส้นทางการเงินของหัวหน้าอุทยาน และอธิบดีกรมอุทยานฯ ทุกคน พร้อมทั้งครอบครัว จะทำให้ท่านนายกฯ ได้รับความกระจ่าง ผมจะตั้งเรื่องให้ท่านนายกฯ เอง เพียงขอให้ท่านช่วยสั่งการต่อเท่านั้น



ที่ต้องใช้ 2 หน่วยงานดังกล่าว เพราะปัญหานี้ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ทำกันเป็นกระบวนการ และหากตรวจสอบจริงจัง อาจพบทั้งการทำตั๋วปลอม จัดเก็บแบบเหมาจ่ายกับบริษัททัวร์ การหาประโยชน์จากเรือท่องเที่ยว การทำร้านอาหารในอุทยานฯ เรื่องที่พัก และอุปกรณ์การท่องเที่ยว หากตรวจสอบอย่างเข้มข้นอาจพบความไม่ชอบมาพากลในการอนุมัติจ่ายเงินค่าธรรมเนียมก้อนนี้ที่มีความไม่โปร่งใสและไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร อาจทำให้รัฐสูญเงินไปจำนวนมหาศาลก็ได้ และหากตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้บริหารบางคน อาจพบว่าเส้นทางเงินรายได้อุทยานฯ อาจแปรเปลี่ยนไปเป็นเงินในซองขาวที่คอยดูแลปรนนิบัติเจ้านาย จนเจ้านายพูดไม่ออกเพราะเศษเงินเต็มปาก

ผมเขียนเรื่องนี้และทุกเรื่องในคอลัมน์ “พุ่มไม้ใบบัง” ด้วยเจตนาที่จะดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และปกป้องไม่ให้เงินของชาติหล่นหายไปกับผู้แสวงหาประโยชน์บางคน กรมอุทยานฯ ได้ฟ้องคดีกับผมว่าผมทำให้กรมอุทยานฯ ได้รับความเสียหาย จากการท้วงติงดังกล่าว ผมมีข้อมูลเหล่านี้ไว้พร้อมแล้ว บางส่วนผมจะนำมาเผยแพร่ในคอลัมน์นี้ และทั้งหมดผมจะนำไปใช้พิสูจน์ความจริงในกระบวนการยุติธรรมต่อไป แม้จะเป็นการต่อสู้กับผลประโยชน์มหาศาล แม้จะต้องต่อสู้กับหน่วยงานขนาดใหญ่ แต่ตัวผมจะขอต่อสู้ต่อไปอย่างสุดความสามารถครับ.
................................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”  
ขอบคุณภาพจาก : วิกิพีเดีย, สำนักอุทยานแห่งชาติ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    91%
  • ไม่เห็นด้วย
    9%

บอกต่อ : 240