อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2564

"ใช้ยาอย่างปลอดภัย..ปรึกษาเภสัชกร"

ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้สูงอายุไม่ใช้ยาตามแพทย์สั่ง อีกทั้งต้อง ใช้ยาหลายรายการ บางครั้งได้มาจากหลายแหล่ง ซึ่งอาจจะทำให้ เกิดปัญหายาซ้ำซ้อน ทำให้ไม่สามารถใช้ยาตามแผนการรักษาได้ อาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2561 เวลา 08.30 น.

ใคร ๆ ก็อยากมีร่างกายที่แข็งแรงปราศจากโรค แต่ผู้ป่วยโรคเรื้อรังส่วนใหญ่ต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่องสมํ่าเสมอและถูกวิธีเพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการรักษาโรค ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้สูงอายุไม่ใช้ยาตามแพทย์สั่ง อีกทั้งต้อง ใช้ยาหลายรายการ บางครั้งได้มาจากหลายแหล่ง ซึ่งอาจจะทำให้ เกิดปัญหายาซ้ำซ้อน ยาตีกัน การปรับเปลี่ยนยาด้วยตนเอง หรือการสื่อสารที่ไม่เข้าใจ ทำให้ไม่สามารถใช้ยาตามแผนการรักษาได้ ผู้ป่วย บางรายมีการนำยาเหลือใช้ของตนไปให้ผู้อื่นใช้โดยขาดความรู้ ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้

ดังนั้นก่อนใช้ยาควรปรึกษาเภสัชกรและศึกษาหาข้อมูลเพื่อการใช้ยาอย่างถูกต้องปลอดภัยทุกครั้ง ข้อมูลจาก ภญ.จันทิมา โยธาพิทักษ์ ผู้ช่วยนายกสภาเภสัชกรรม ฝ่ายวิชาการ แนะแนวการใช้ยาเพื่อให้สามารถเลือกยาได้ถูกกับโรค ใช้ให้ถูกขนาด ถูกเวลาและถูกวิธี ดังนี้



หลังได้รับยาควรตรวจดูยาและอ่านฉลากยาให้เข้าใจทุกครั้ง ถ้ามีข้อสงสัยสอบถามเภสัชกรทันที รับประทานยาตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำอย่างเคร่งครัด

หากผู้ป่วยมีปัญหาในการใช้ยา เช่น กลืนยาลำบาก ต้องแจ้งเพื่อจะได้เปลี่ยนเป็นยาน้ำ ในระหว่างการใช้ยา หากพบอาการที่ผิดปกติ เช่น ใช้ยาไปแล้วขาบวม ปัสสาวะบ่อย ไอเรื้อรัง เป็นต้น ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพราะอาจเกิดจากยาที่ใช้อยู่

ใช้ยาเท่าที่จำเป็นไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะยาบางชนิดมีความเสี่ยงในการใช้ จำเป็นต้องติดตามการใช้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งอาจตีกันกับยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนการใช้ยาใหม่ ๆ

เมื่อต้องไปพบแพทย์หรือไปโรงพยาบาล ต้องนำยาทุกชนิด ซึ่งรวมถึงสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้อยู่ไปแสดงแก่แพทย์หรือเภสัชกร

หากผู้ป่วยมีปัญหาในการจัดเตรียมยา หรือมีปัญหาในการอ่านฉลากยา ควรให้ญาติหรือผู้ร่วมอาศัยจัดเตรียมยาให้พร้อมต่อการใช้ เช่น การหักครึ่งเม็ด การกดยาเม็ดออกจากฟอยล์ การจัดยาเป็นเวลาเป็นมื้อ เป็นต้น เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยได้ยาอย่างถูกต้องครบถ้วน

กรณีผู้ป่วยหลงลืมการใช้ยาอาจใช้สิ่งช่วยจดจำ เช่น เขียนขนาดและวิธีรับประทานตัวใหญ่ติดบนฉลากยา หรือใช้นาฬิกาปลุก ใช้กล่องใส่ยาชนิดที่รับประทานช่องละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการลืมรับประทานยา หรือรับประทานยาซ้ำซ้อน

ควรจัดเก็บยาให้ถูกต้อง ไม่เก็บในที่อับชื้น เช่น ห้องน้ำ หรือในที่ที่ร้อนจัด เช่น ในรถ และ ไม่เก็บในที่ที่แสงแดดส่องถึงเพราะจะทำให้ตัวยาเสื่อมคุณภาพได้ ที่สำคัญควรเก็บ ให้ห่างจากมือเด็กที่ต้องปรึกษาเภสัชกรเพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญ เรื่องยาและสมุนไพรเนื่องจากต้องผ่านการเรียนและฝึกอบรมมาอย่างถูกต้องและพอเพียงถึง 6 ปีในคณะเภสัชศาสตร์ จากสถาบันที่สภาเภสัชกรรมให้การรับรอง รวมทั้งยังต้องมีคุณสมบัติและผ่านการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมจากสภาเภสัชกรรมอีกด้วย นอกจากนี้เมื่อสอบใบประกอบวิชาชีพฯ ได้แล้วยังต้องศึกษาพัฒนาและติดตามความรู้ด้านยา สมุนไพรและสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อมาต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ทุก ๆ 5 ปีอีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยาแก่ประชาชนทั่วไปอย่างแท้จริง บทบาทเภสัชกรโรงพยาบาลเพื่อดูแลความปลอดภัยเรื่องยาของผู้ป่วย



ข้อมูลจาก ภก.อำนวย พฤกษ์ภาคภูมิ นายกสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เภสัชกรโรงพยาบาล มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับ “ยา” ตั้งแต่กระบวนการจัดหา จัดเก็บ เพื่อให้ได้ยาที่มีคุณภาพพร้อมใช้และเพียงพอต่อการให้บริการ ซึ่งรวมถึงการผลิตยาบางรายการที่ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด เตรียมยาและผสมยาสำหรับผู้ป่วยเฉพาะรายตามแพทย์สั่ง เช่น ยาหยอดตา ยาสำหรับผู้ป่วยเด็ก ยาเคมีบำบัด สารอาหารที่ให้ทางหลอดเลือดดำ เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของแพทย์และความจำเป็นในการใช้ของผู้ป่วยในแต่ละโรงพยาบาล

สำหรับงานบริการเภสัชกรรมผู้ป่วยนอก เภสัชกรโรงพยาบาลมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องก่อนจ่ายยา โดยการส่งมอบยาจะประเมินผู้ป่วยแต่ละราย พร้อมให้คำแนะนำการใช้ยาที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วย นอกจากนี้ เภสัชกรยังทำหน้าที่กระจายยาไปยังหอผู้ป่วยเพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยใน ซึ่งมีรูปแบบต่าง ๆ ขึ้นกับบริบทของ
โรงพยาบาล เช่น การจัดยาแบบรายวันหรือแบบหนึ่งหน่วยการใช้ (unit dose) เป็นต้น

ปัจจุบันได้ขยายบทบาทไปสู่การดูแลผู้ป่วยด้านยาที่เรียกว่า การบริบาลทางเภสัชกรรม ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยมีความปลอดภัยและได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากการใช้ยาผ่านการดำเนินงานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การประสานรายการยาสำหรับผู้ป่วยที่ผ่านการตรวจรักษาจากแพทย์หลายท่าน ไม่ว่าจะในโรงพยาบาลเดียวกันหรือต่างโรงพยาบาล เพื่อป้องกันการได้รับยาซ้ำซ้อน ไม่ได้รับยาที่ควรได้รับหรือได้รับยาที่ตีกันกับยาเดิม เภสัชกรจะประเมินและติดตามอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา วางระบบในการป้องกันอุบัติการณ์แพ้ยาซ้ำ มีการประเมินการใช้ยา การตรวจติดตามและวัดระดับยาในเลือด การบริบาลผู้ป่วยนอกในคลินิกโรคเรื้อรังต่าง ๆ รวมถึงการบริบาลทางเภสัชกรรมบนหอผู้ป่วย รวมทั้งทำหน้าที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยาในทุกมิติให้กับทีมสหวิชาชีพ เพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการดูแลรักษาด้วยยาแก่ผู้ป่วย ทั้งนี้ รพ.มหาวิทยาลัย รพ.ศูนย์ (รพศ.) รพ.ทั่วไป (รพท.) หรือแม้แต่ รพ.ชุมชนขนาดใหญ่ จะมีเภสัชกรปฏิบัติหน้าที่ให้บริการผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการอยู่เวรให้บริการพร้อมกับบุคลากรต่างวิชาชีพในโรงพยาบาลมาเป็นเวลานานมากแล้ว ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในผู้ที่ทำงานในโรงพยาบาลทุกแห่ง

เภสัชกรโรงพยาบาลในปัจจุบันจึงไม่ได้มีเฉพาะการ “จ่ายยา” ให้กับผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทร่วมกับสหวิชาชีพ ในการทำหน้าที่ดูแลและติดตามการใช้ยาของผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงการออกเยี่ยมบ้านเพื่อความต่อเนื่องของการรักษา และให้เกิดความมั่นใจว่าผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุดและเกิดความปลอดภัยจากการใช้ยา ฉะนั้นหากมีปัญหาการใช้ยา ให้ปรึกษาเภสัชกรเพื่อลดปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการใช้ยาที่อาจเกิดขึ้นได้

ข้อมูลจาก ผศ. (พิเศษ) ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ เลขาธิการสภาเภสัชกรรม.

-----------------------------------
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 43