อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

'พอร์ช-ศรัณย์'ไม่เสียใจเป็นนักแสดง ขอพัฒนาตัวเอง

กำลังลงจอโกยเรตติ้งเลยทีเดียว สำหรับละคร "สายโลหิต" เวอร์ชั่น 2018 งานนี้ "เดลินิวส์ออนไลน์" ไม่พลาดคว้าตัวพระเอกสุดหล่อ "พอร์ช-ศรัณย์" มาคุยกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ อาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


ก้าวมาเป็นพระเอกแถวหน้าและโด่งดังในช่วงเวลาไม่นานนัก สำหรับพระเอกหนุ่ม พอร์ช-ศรัณย์ ศิริลักษณ์ ด้วยบุคคลิกหน้าตาหล่อ เท่ และยิ้มง่าย ทำให้หนุ่มพอร์ชเข้าไปอยู่ในใจของแฟนๆได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งบวกฝีมือการแสดงที่ดีขึ้นเรื่อยๆแล้วก็ยิ่งทำให้หนุ่มพอร์ชถือเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่หาตัวจับได้ยากมากๆ ล่าสุด “เดลินิวส์ออนไลน์” มีโอกาสได้ล้วง แคะ แกะ เกามุมต่างๆของหนุ่มพอร์ชมาฝากแฟนๆกัน ยังไงอย่ารอช้าไปคุยกับหนุ่มพอร์ชกันเลยดีกว่าจ้า



ละคร “สายโลหิต” เรารับเป็นใคร คาแรกเตอร์เป็นแบบไหน?
“ผมรับบทเป็น “ขุนไกร” คาแรกเตอร์ในเรื่องจะเป็นคนที่รักชาติ ยึดมั่นในความถูกต้องตลอด เป็นทหารไทยสมัยก่อน สำหรับ “ขุนไกร” ถ้าถามถึงความใกล้เคียงในตัวผมคงเป็นเรื่องรักเด็ก ชอบเด็ก(หัวเราะ) เราเอาตัวยตนของเราใส่ไปด้วยนิดนึงเวลาที่เขาฉากกับน้องแคนดี้ ผมกับเขาก็เข้าบทกันไม่ยากนะ เพราะว่าน้องเก่ง เป็นคนตั้งใจและทำการบ้านดีมาก ตอนถ่ายน้องอายุ 9 ขวบ ซึ่งเด็กอายุแค่นี้เก่งนะ จำเก่ง ท่องเก่ง ไม่เขินและมีความตั้งใจ”

นาว-ทิสานาฏ มาเจอกันครั้งแรกหรือเปล่า?
“เล่นด้วยกันครั้งแรกครับ จริงๆรู้จักและสนิทกันอยู่แล้ว พอสนิทกันก็ทำงานกันง่าย มันก็จะนัดกันง่ายๆเดี๋ยวเราเล่นอย่างนี้ๆนะ มันก็จะไม่ยาก”

บทพีเรียดเราเล่นครั้งแรกหรือเปล่า?
“พีเรียดครั้งแรกด้วยแล้วก็ยาก (ยิ้ม) ซึ่งภาษาที่ใช้เรียกว่าท่องเลย เพราะว่าเขาไม่ให้ผิดเลย ให้พูดเป๊ะตามบทเลย ถ้าหลุดคำพูดปัจจุบันมามันจะไม่สมจริง และพี่แดง-ศัลยา เขียนบทยาวมากๆ ก็ต้องท่องจำก็พยายามเต็มที่ ก่อนจะถ่ายใช้ความเข้าใจเยอะ สมมุติถ่ายวันพุธผมอ่านบทตั้งแต่วันจันทร์ต้องทำความเข้าใจก่อน”



เวอร์ชั่นก่อนเป็นของ หนุ่ม-ศรราม และกบ-สุวนันท์ ได้รับความนิยมมากๆได้ดูเวอร์ชั่นเก่าไหม?
“ก็ได้ดูเฉพาะฉากสำคัญที่เขาเล่น คืออยากรู้คาแรกเตอร์ว่าเขาเล่นไว้ยังไงแล้วเราก็ละครตอนนั้นถือว่า 20 ปีที่แล้วถือว่าเป็นเรื่องที่ตราตรึงในหัวใจคนไทยมากๆ เนอะ ขุนไกรกับแม่หญิงดาวเรือง”

กังวลกระแสเปรียบเทียบสองเวอร์ชั่นไหม?
“ตอนแรกกังวลนะ จริงๆไม่อยากมองและเปรียบเทียบเพราะมันไม่สามารถมีใครแทนใครได้อยู่แล้ว เพราะเรื่องนั้นเขาทำไว้ดีมากๆ ฉะนั้นเรื่องนี้ของเราผมก็เต็มที่กับมัน และผมเองก็เล่นไปแบบไม่เหมือนด้วยนะ ไม่อยากให้คนคิดว่าต้องเหมือนเวอร์ชั่นเก่าเพราะเวอร์ชั่นนี้มันก็จะมีอะไรใหม่ขึ้น โปรดักชั่นต่างๆด้วย การดำเนินเรื่องที่เร็วมากขึ้นและตัวขุนไกรก็อยากให้คนดูจริงๆเพราะคาแรกเตอร์มันแค่คล้าย แต่ไม่เหมือนกัน ก็อยากให้ลองเปิดใจดูและอยากให้คนดูรู้สึกว่าละครเรื่องนี้ได้ทำใหม่ ไม่ใช่เป็นละครรีเมค อยากให้รู้สึกแบบนั้นมากกว่า”

เวอร์ชั่นนี้จะเป็นขุนไกรสายเปย์เหมือนเดิมไหม?
“เปย์เหมือนเดิมครับ(ยิ้ม)แต่ว่าคาแรกเตอร์ตัวขุนไกรผมไม่อยากเล่นให้เหมือนเดิม ผมก็เลยไปปรับและคิดว่าจะต้องเล่นยังไงดี อยากให้คนรู้สึกว่าขุนไกรเวอร์ชั่นนี้เป็นขุนไกรเวอร์ชั่นของพอร์ช แยกให้ออกไปเลย ก็จะไม่เหมือนกัน พอไปเข้าบทกับนางเอกก็จะมีความละมุน นุ่มนวล”

ฟีดแบ็กละครออนแอร์ไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
“ก็ดีครับ เหนือความคาดหมาย คนชมเยอะเรื่องซีจีและก็ตัวขุนไกรคนก็พูดถึง เป็นกระแสอยู่เหมือนกัน ผมเองก็รู้สึกหายเหนื่อย”



คาดหวังมากแค่ไหนสำหรับละครเรื่องนี้?
“เล่นละครทุกเรื่อง ผมคาดหวังว่ามันจะดีอยู่แล้ว ซึ่งมันจะเป็นยังไงก็ไม่ได้ซีเรียส เราเต็มที่กับทุกงานแสดง อย่างเรื่องนี้เต็มที่มากตั้งใจ ใช้เวลาถ่ายทำ 2 ปี นานมาก (ยิ้ม) เพราะค่ายดาราวีดีโอเขาก็เต็มที่มาก ฉากอลังการมาก ฉากใหญ่ใช้คน 300-400 คนเลย ซึ่งเนื้อเรื่องก็จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และมันก็จะดำเนินเรื่องเร็วยังไงทุกคนห้ามพลาดเลยสักตอนนะครับ”

เล่นพีเรียดครั้งแรกติดใจไหม?
“ก็โอเคนะ เล่นได้(ยิ้ม) ก็ติดใจอยู่ ถ้ามีอีกก็สนใจ แต่ว่าต้องทำการบ้านเยอะนิดนึงเพราะว่าละครพีเรียดจะมีบางคำที่เราไม่เข้าใจ แต่ผู้กำกับเก่ง พอเราถามเขาก็จะบอกว่ามันแปลว่าอะไร ทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นและเล่นออกมาได้ดี”

พอร์ชได้รับบทที่หลากหลายมากขึ้น?
“ชอบ(ยิ้ม)คืออยู่วงการนี้มันต้องมีอะไรที่มันท้าทายตลอด ถ้าเกิดเราทำอะไรที่มันเดิมๆ มันจะไม่สนุก อยู่อะไรแต่เดิมๆมันก็จะรู้สึกว่าเราก็ทำได้เลยไม่ใส่กับมันมาก พอมีอะไรใหม่ๆมาก็จะรู้สึกตื่นเต้นอยากลองทำ ก็ต้องมีอะไรใหม่ๆ ชีวิตเรามีรสชาติ สนุกขึ้น”

ได้รับบทครบทุกแบบหรือยัง?
“ยังไม่รู้นะว่าจะเจออะไรอีก คือผมเล่นดราม่า บู้ คอมเมดี้แล้ว ก็อาจจะเป็นบทแปลกๆที่ไม่เคยเล่น เช่น อยากเล่นบทคนโรคจิต จะเป็นหนังหรือออะไรก็ได้(ยิ้ม) มันน่าสนุกนะเพราะเราไม่รู้ ว่ามันจะเป็นยังไง คนที่โรคจิตเขาคิดอะไรแค่นั้นเอง อยากรู้ว่าถ้าคิดแบบเขาแล้วเราจะเป็นยังไงก็เลยอยากลองเล่น(หัวเราะ) ถ้ามีคนติดต่อมาก็ยินดีเลยสำหรับบทแปลกๆ”



พอร์ชเคยมีคนติดต่อให้เล่นภาพยนตร์ไหม?
“ภาพยนตร์มีติดต่อมาครับ แต่ไม่มีโอกาสได้เล่นเพราะติดต่อมาทีไรคิวละครผม 7 วันตลอด ซึ่งผมไม่มีคิวที่จะไปลงจริงๆ ก็เลยไม่ได้รับ แต่ในใจผมอยากเล่นนะเพราะภาพยนตร์หรือหนังกับละครมันไม่เหมือนกัน เล่นคนละแบบอยากลองดู ถ้ามีเวลาและทุกอย่างลงตัวผมก็อยากเล่นครับ”

ตอนนี้พอร์ชอยู่ในวงการมากี่ปีแล้ว?
“น่าจะประมาณ 10 ปีแล้ว ตั้งแต่อายุ 18 ปี ก็ราวๆ 9-10 ปี อยู่มานานแล้ว สิ่งที่ได้จากวงการนี้คือถ้าเป็นเด็กตอนนั้นยังไม่ทำงานคงจะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน คงไม่ได้มีความรับผิดชอบอะไรที่ต้องทำ อาจจะเป็นเด็กขี่มอเตอร์ไซด์อยู่แถวนี้ก็ได้ แต่พอเราได้มาทำงานตอนเด็กก็ทำให้เราฝึกความรับผิดชอบ มีวินัยมากขึ้นเยอะเพราะทำงานกับคนหมู่มาก เราก็ต้องมีความรับผิดชอบและเกรงใจ มันก็สอนอะไรเราเยอะ สอนในเรื่องของการใช้ชีวิต ถ่ายละคร บทมันก็จะสอนเรื่องการใช้ชีวิตอยู่แล้วและก็ได้เจอผู้ใหญ่ เขาก็มาสอนเราอย่างนี้ๆ ถือว่าได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดีมาก ชีวิตวัยเด็กที่เล่นกับเพื่อนอาจจะหายไป แต่ผมก็ไม่เสียดายเวลาเพราะเป็นคนชอบอยู่กับผู้ใหญ่อยู่แล้วมีเพื่อนอายุ 30 ขึ้นไป พอผมอยู่กับผู้ใหญ่ก็รู้สึกว่าชอบคุย ชอบไปนั่งคุยกับผู้ใหญ่ให้เขาสอน ผมควรทำยังไง คนมีประสบการณ์อาบน้ำร้อนมาก่อนสอนเราสนุกมากครับ”

ปัจจุบันมีดาราเกิดใหม่เยอะ กังวลว่าเขาจะมาแทนที่เราไหม?
“จริงๆแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับการแทนที่ ผมว่ามีก็ดีมาช่วยกันทำงาน แต่ว่าเป็นห่วงเขามากกว่าคือเข้ามาใหม่ๆก็อยากให้อยู่วงการนานๆ อยากให้ดูตัวอย่างของนักแสดงรุ่นพี่หลายๆคนที่เขาอยู่นานๆเพราะอะไร หรือเขาวางตัวแบบไหน แต่เรื่องการทำงานคือไม่ได้ห่วงอะไรเลย อยากให้มาช่วยกันทำงานให้มีอะไรใหม่ๆมากขึ้น”

ไม่กลัวโดนแย่งงาน?
“ไม่กลัวครับ เพราะผมไม่ค่อยสนใจอะไรใครเท่าไหร่ ณ วันนี้เราทำงานของตัวเองให้มันดี ตั้งใจ ใส่ใจกับมัน ผมว่าเราก็ไม่ไปไหนหรอก เพราะเรามีคุณภาพ ยิ่งงานสมัยนี้มันไม่ได้หมายความว่าคุณดังแล้วคุณจะอยู่ได้นาน สิ่งที่จะอยู่ได้คือคุณต้องมีนิสัยที่ดี จิตใจที่ดีและคุณต้องมีคุณภาพในการทำงานที่ดีแล้วคุณจะอยู่นาน”



สัญญากับช่อง 7 ตอนนี้เหลืออีกเท่าไหร่?
“เหมือนเดิมเลย 2 ปี ผมก็ต่อทีละ 2 ปี จริงๆผมต่อสัญญามาแล้วหลายครั้ง ผมก็มองตัวเองไว้ว่าเป็นนักแสดง พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่การแสดงมันไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าผมอยู่วงการอีกสัก 20 ปี ผมก็ยังคงพยายามฝึกพัฒนาตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆ”

ทำไมถึงต่อสัญญาและอยู่กับช่อง 7 นานขนาดนี้?
“ผมเรียกว่าความสบายใจมากกว่าและผมก็เกิดมาจากที่นี่ ก็รู้สึกว่าทุกคนเหมือนครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงคนอื่นๆสนิทกันมากและทีมงานกลุ่มช่อง 7 ที่ได้พอร์ชได้เห็นมาตั้งแต่ตอนเพิ่งเข้าวงการใหม่ๆ ตอนนี้ 9 ปีแล้วก็ยังอยู่ เราก็เลยรู้สึกรักที่นี่ รู้สึกว่าทำงานแล้วสบายใจ ถ้าไปที่อื่นก็ต้องไปเริ่มทำงานกับใครก็ไม่รู้มันเหนื่อยและก็ไม่รู้ว่าเราเข้าไปที่ใหม่เขาจะดีกับเราแค่ไหน”

เคยมีคนทาบทามเราไหม?
“มีๆ มีเยอะเลย แต่ผมไม่ได้คิดว่าจะไปไหน ขออยู่ตรงนี้ดีกว่าผมโอเค(หัวเราะ)”



ความรักมีข่าวรักๆเลิกๆกับน้องเกรซตลอดเลย?
“จริงๆไม่ได้เลิกเลยนะ ไม่ได้มีอะไรด้วย บางทีข่าวมาแล้วคนก็ไปเข้าใจกันแบบนั้น บางทีมีประเด็นนิดๆหน่อยๆ เดี๋ยวนี้โซเชียลนิดเดียวก็ทำข่าวกันได้แล้ว ก็เลยเป็นเรื่องใหญ่เลย เป็นปัญหาของผมอีก(หัวเราะ) งง ไม่ได้ทำอะไรเลย ก็ไม่มีอะไรเลยปกติมากๆ”

ทำไมเกรซชอบตัดพ้อผ่านอินสตาแกรมบ่อยๆ?
“จริงๆเขาไม่ได้ตัดพ้ออะไรนะ คือเกรซเป็นคนชอบพวกคำพวกนี้ อ่านหนังสือเขาจะชอบคำเหมือนผมชอบคำคมก็จะชอบลง แต่จริงๆไม่ได้มีอะไร มันคือพื้นที่เราอยากจะแสดงให้เห็น อยากสอนคน บางทีเราลงคำอะไรที่มันตัดพ้อ อาจจะแค่อยากสอนใครคนอื่นก็ได้ ก็ไม่ได้มีอะไรไม่ได้ทะเลาะอะไรกันเลย แต่คนจะเข้าไปแบบนั้น ผมก็เข้าใจเขานะว่าอาจจะเข้าใจผิด”



ยืนยันว่าความรักดี แฮปปี้อยู่ใช่ไหม?
“ดีอยู่ แฮปปี้ ตอนนี้เราก็คบกันมา 4 ปีแล้ว งงเหมือนกันเร็วมากๆ ถามว่าผมประทับใจเกรซตรงไหนคือเราอยู่ด้วยกันด้วยความเข้าใจและมีเหตุผลต่อกัน ความเข้าใจก็คือเราต้องเข้าใจคนของเราว่าไลฟ์สไตล์ของเขาเป็นอย่างไรและรับในสิ่งที่เขาเป็นได้ ไม่ใช่ต้องมานั่งเปลี่ยนเพื่อใครบางคน”

กีฟ-ดราภดา พี่สาวเกรซมีข่าวไม่ปลื้มพอร์ช ยากในการยืนหยัดคบกันไหม?
“ผมว่าเรื่องแบบนี้มันอยู่ที่คนสองคนนะ ถ้าเรามั่นใจกัน เราก็ไม่ต้องไปเครียดกับเรื่องอื่น ตอนนี้ก็เฉยๆ ผมก็ทำตัวปกติ ก็พิสูจน์ความจริงใจให้เห็น”

น้องเกรซกังวลที่พอร์ชเคยมีข่าวกับสาวๆเยอะไหม?
“มีเยอะแต่ไม่เปิดนะ(หัวเราะ) เขาก็ไม่กลัวนะ เพราะผมเป็นคนชัดเจนคือคุยกันด้วยเหตุผลที่ผมเคยบอกไป ถ้ามีปัญหาอะไรกัน เหตุผลคุณฟังขึ้นหรือเปล่า หรือว่าคุณปัญหากับผมแล้วผมอธิบายไปฟังไม่ขึ้นก็เข้าใจและจะรู้ว่าผมจริงใจนะเวลาคุย ไม่ใช่คนชอบโกหก”



เรียกว่าตอนนี้พอร์ชถอดเขี้ยวเล็บความเจ้าชู้ได้แล้วใช่ไหม?
“ผมไม่เจ้าชู้นะครับ(หัวเราะ) ผมเพื่อนเยอะ คุยเก่ง เขาก็เข้าใจผมว่าผมเป็นคนเฟรนด์ลี่”

เคยมีปัญหาทะเลาะกันแรงๆไหม?
“ไม่มีนะเพราะว่าเพื่อนผมเขาก็รู้จักหมดไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชายรู้จักกันหมด ผมก็ทำให้เขาสบายใจด้วยการไปรู้จักเลย ซึ่งเอาให้เห็นไม่ต้องพูดมาก”

คนนี้คาดหวังถึงการแต่งงานไหม?
“ตอนนี้ยังไม่ได้คิดนะเพราะตอนนี้ผมก็ทำงานเยอะอยู่ ยังมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบอีกเยอะ ให้ภาระหมด ให้ทุกคนในครอบครัวสบายแล้วค่อยมาว่ากันอีกทีนึง”



ฝากผลงานของพอร์ชกับแฟนๆสักหน่อย?
“ฝากติดตามละครเรื่อง “สายโลหิต” ทางช่อง7 กำลชังออนแอร์อยู่และเข้มข้นมาก เรื่องนี้อยากให้ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมด้วยเพราะทุกคนตั้งใจมากจริงๆ อีกอย่างผมว่าละครเรื่องนี้จะสามารถแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงความรักชาติและความสามัคคีกันของคนไทยได้เป็นอย่างดีครับ”

จริงอย่างที่หนุ่มพอร์ชว่า คนเราต่อให้ “โชคดี” ได้รับโอกาสให้มาเป็นนักแสดง เป็นดาวประดับท้องฟ้า แต่หากเราไม่ “พัฒนา” ตัวเอง ยังย่ำอยู่กับที่ ดวงดาวดวงนี้ก็คงไม่สามารถส่องแสงที่สว่างสดใสและไม่สามารถอยู่บนท้องฟ้าได้นานแน่นอน



เรื่องโดย : นางสาวสมคิด แซ่คู
ภาพโดย : นายสุธิเกียรติ ศรีเจริญ

ขอขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม @porshe_saran


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.30K