อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

หมดปัญหา'กลิ่นอับในรถ' เรื่องกวนใจประจำฤดูฝน

“กลิ่นอับในรถยนต์” อีกหนึ่งปัญหากวนใจประจำฤดูฝน แต่หากรู้ต้นตอแล้ว การขจัดกลิ่นก็ไม่ใช่เรื่องยาก แถมง่ายกว่าที่คิด! ศุกร์ที่ 5 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00 น.

 
เป็นอีกหนึ่งปัญหาคู่กับช่วงฤดูฝนที่ใครหลายๆคนมักจะพบเจอ กับ “กลิ่นไม่พึงประสงค์ออกจากรถยนต์” อย่างกลิ่นอับชื้นจากฝน ซึ่งเจ้า “กลิ่นอับในรถ” นั้นตามหลักหลักวิทยาศาสตร์นั้น เกิดจากกลิ่นของสารอินทรีย์ระเหยที่เกิดจากชีวสังเคราะห์ของจุลินทรีย์ โดยสารที่มีกลิ่นอับชื้นที่แรงและสำคัญที่สุดคือ สาร 2,4,6-tribromoanisole (TBA) สามารถส่งกลิ่นให้จมูกเรารับรู้ได้เพียงแค่มีความเข้มข้น 30 ส่วนในหนึ่งพันล้านล้านส่วน ซึ่งตัวการสำคัญที่ทำให้มันเจริญเติบโตได้ดีคือน้ำและออกซิเจน ทำให้นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ช่วงหน้าฝนแล้วในรถมีกลิ่นอับ จากน้ำที่ติดรองเท้า เสื้อผ้าที่ชื้นแชะถ่ายความชื้นสู่เบาะและพรม
 
วิธีขจัดกลิ่นอับในรถ
-ล้างตู้แอร์ หากสำรวจแล้วพบว่ามีกลิ่นออกมาจากแอร์ 
-ตากรถกลางแดดแล้วแง้มกระจกนิดๆหากในรถมีกลิ่นอับไม่มาก
-ทำความสะอาดเบาะ-ซักพรม ซึ่งวิธีการซัก “เบาะเนื้อกำมะหยี่” ที่ติดรถ สามารถใช้ผงซักฟอกสูตรน้ำที่มีสารจำพวกซิลเวอร์นาโน เพราะจะฆ่าและยับยั้งแบคทีเรียได้ดีนำมาผสมกับน้ำใช้เพียงเล็กน้อย นำแปรงขนอ่อนจุ่มและขัด จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็ดออก หากเป็น “เบาะหนัง” การให้นำผ้าหมาดๆ เช็ดให้ทั่ว หากสกปรกมากแนะนำให้ใช้น้ำสบู่กับแปรงสีฟันขัดเบา ๆ แล้วนำผ้ามาเช็ดออก ส่วน “เบาะผ้า” เริ่มต้นด้วยการดูดฝุ่นหรือตีเบาะไม่ให้ผ้าไม่อมฝุ่น จากนั้นซักเบาะด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับซักเบาะผ้า นำผ้าแห้งเช็ดแล้วใช้ไดร์ช่วยเป่าให้แห้ง แต่ควรระวังอย่าใช้ความร้อนสูงจนเกินไป
 
เทคนิกใช้ของใกล้ตัวช่วยดับกลิ่นอับในรถ
-ถ่านหุงต้ม หาซื้อง่าย ดูดกลิ่นได้ดี ดูดความชื้นได้เล็กน้อย 
-ใบเตยช่วยดับกลิ่น สามารถนำใบเตยมาม้วนๆ แล้วไว้ในรถเพื่อดูดเอากลิ่นเหม็นอับออกไปจากรถได้เลย
-ใบชาตากแห้ง หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อ
-กากกาแฟตากแห้ง สามารถไปขอที่ร้านกาแฟสด ซึ่งบางร้านก้แยกไว้ให้พร้อมขาย ในราคาราว 20-30 บาท
-กระดาษหนังสือพิมพ์ ดูดกลิ่นและความความชื้นได้ ใช้ประมาณ 3 วัน
-เบกกิ้งโซดา นำแบ่งใส่ภาชนะแล้วตั้งทิ้งไว้ช่วยดูดกลิ่นอับได้ ใช้ได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี
-น้ำส้มสายชู โดยการนำน้ำส้มสายชูใส่ถ้วยแล้ววางไว้ในรถ หรือจะนำไปผสมน้ำเปล่าในสัดส่วนที่เท่ากันแล้วสเปรย์ให้ทั่วรถ เมื่อแห้งแล้ว กลิ่นเหม็นจะเบาบางลง
-กล่องดูดความชื้น อายุการใช้งานประมาณ 1 เดือน ราคาราว 50-100 บาท 
 
ทั้งนี้ทั้งนั้น หากลองวิธีที่แนะนำไปทั้งหมด แต่ยังพบว่า “มีกลิ่นอับในรถ” ขอแนะนำให้นำรถเข้ารับบริการล้างรถ เปลี่ยนพรม ผ้าหรือหนังของเบาะ เพื่อให้กลิ่นเหล่านั้นหายไป 100% แต่หากหากทำทุกอย่างครบแล้ว ก็ยังมีกลิ่นอยู่อีกเช่นนี้ “ช่างเอก” ขอแนะนำให้เช็กท่อน้ำทิ้งของแอร์รถดูครับ ว่าไหลออกนอกตัวรถหรือไม่ เพราะเคยมีกรณีที่ท่อน้ำแอร์รั่วซึมใต้คอนโซล หากแก้ปัญหาถูกจุด “กลิ่นอับในรถยนต์” ก็หมดไปอย่างแน่นอน....
 
................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย “ช่างเอก” 
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com 
...........................
ขอบคุณข้อมูลจาก


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 214