อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 14 พฤศจิกายน 2561

เลี่ยงนั่งหลังค่อมเพ่งกดจอ เสี่ยง"โรคกระดูกคอเสื่อม"

สัปดาห์นี้ไปรู้จัก “โรคกระดูกคอเสื่อม” ระวังอย่าเคยชิน “นั่งก้มหน้า-หลังค่อมเล่นมือถือ-นอนคว่ำอ่านหนังสือ” อายุที่เพิ่มขึ้นใช้งานคอไม่ถูกต้อง ล้วนต้องเลี่ยงเพราะโรคนี้ป้องกันไม่ได้ เสาร์ที่ 6 ตุลาคม 2561 เวลา 12.00 น.


ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ระวังเรื่องสุขภาพกันสักนิด เพราะได้ชื่อว่าโรคภัยไข้เจ็บคงไม่มีใครอยากเป็นเท่าไหร่ ยิ่งโรคที่มักกำเริบแบบทิ้งช่วงไปนานๆ หรือรอยโรคปรากฏแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าได้ไว้ใจเสียทีเดียว เพราะบางโรค...ไม่สามารถป้องกันได้

มาดูกันว่าที่ป้องกันไม่ได้นั้น คือโรคอะไร??

โดย นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า พฤติกรรมที่ทำให้ก่อ “โรคกระดูกคอเสื่อม” ได้เร็วนั้น เป็นได้ตั้งแต่นั่งทำงานด้วยท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน เช่น นั่งก้มหน้า ยื่นคอไปข้างหน้ามากๆ นั่งหลังค่อม เล่นโทรศัพท์มือถือนานๆ ขับรถตลอดจนคอถูกใช้งานผิดวิธี รวมถึงการนอนคว่ำอ่านหนังสือที่เกิดจากความเคยชิน และเกร็งคอในท่าทางที่ผิดจากปกติเป็นเวลานาน



สิ่งที่ต้องรู้ตามมา...การเสื่อมที่ว่านี้ มักไม่มีอาการแสดงให้เห็น แต่ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดบริเวณคอร้าวไปถึงไหล่หรือแขน รวมทั้งขยับหรือเคลื่อนไหวคอได้ไม่สะดวกเหมือนปกติ และจะเริ่มรุนแรงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น จนอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำ ซึ่งอาการของโรคกระดูกคอเสื่อมแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้

1. กลุ่มอาการที่เกิดจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูกและภาวะกระดูกคอโดยตรง ทำให้มีอาการปวดคอเคลื่อนไหวได้ยาก ปวดตรงกลางคอร้าวลงสะบัก และบริเวณไหล่

2. กลุ่มอาการที่เส้นประสาทถูกกดทับ มีอาการปวดร้าวลงมาที่แขน มือ และมีอาการชาร่วมด้วย ถ้าปล่อยไว้อาจเป็นกล้ามเนื้ออ่อนแรง

3. กลุ่มอาการของไขสันหลังถูกกดทับ มีอาการอ่อนแรง เกร็งกล้ามเนื้อโดยเฉพาะขา ทำให้เดินลำบาก บางรายที่กระดูกคอมีกระดูกงอกอาจไปเบียดหลอดอาหารทำให้กลืนลำบาก หรือหากกดเส้นเลือด จะทำให้เวียนศีรษะ มีเสียงในหู

โดยสาเหตุการเกิดโรคเกิดจากความเสื่อมสภาพร่างกายที่เป็นไปตามวัย โดยมักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป และการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือเล่นกีฬาที่มีการกระแทก เช่น อเมริกันฟุตบอล โยคะในท่าศีรษะลงพื้น อุบัติเหตุกระแทกที่กระดูกสันหลัง คอ โดยตรง และการสูบบุหรี่ รวมถึงคนในครอบครัวมีภาวะกระดูกคอเสื่อม



สำหรับในเรื่องของการรักษาโรคกระดูกคอเสื่อม นพ.สมพงษ์ ตันจริยภรณ์ ผอ.รพ.เลิดสิน ให้ข้อมูลว่า ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยจะรักษาตามอาการเป็นหลัก เริ่มจากการใช้ยา การทำกายภาพบำบัด ประคบเย็นหรือร้อน ใส่เฝือกคอ ฉีดยา และวิธีสุดท้ายคือการผ่าตัด

ทั้งนี้หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยในกรณีที่เกิดแรงกดทับที่กระดูกสันหลังอย่างรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีอาการชาหรืออ่อนแรงบริเวณ แขน ขา และเท้า มีปัญหาในการเดิน กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่ นอกจากนี้การที่กระดูกสันหลังหรือเส้นประสาทบริเวณคอถูกกดทับ อาจทำให้เกิดอาการปวดที่แขนข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง หากมีอาการรุนแรงขึ้นจะทำให้เส้นประสาทเสียหายอย่างถาวร

อย่างไรก็ตาม โรคกระดูกคอเสื่อมไม่สามารถป้องกันได้ เนื่องจากเป็นความเสื่อมสภาพทางร่างกาย แต่สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้ โดยระมัดระวังให้คออยู่ในท่าทางที่เหมาะสมขณะยืน นั่ง และเดิน เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่คอ ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ หากเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บบริเวณศีรษะและคอเสมอ ตลอดจนเลือกใช้หมอนที่รองรับสรีระของคอได้พอดี ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay








คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 198