อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

'ไนกี้' สวมบทผู้ชายสายหวาน แต่งหน้าแพนเค้กสุดอร่อย

สัปดาห์นี้คุยกับ "ไนกี้-นิธิดล" เผยความลับหมดเปลือก ปลื้มการทานของหวานมากๆ งานนี้ "เดลินิวส์ออนไลน์" เลยเกาะติดตามมาดูหนุ่มไนกี้แต่งหน้าขนมแพนเค้กซะเลย อาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


ถือเป็นอีกหนึ่งหนุ่มที่รักษาหุ่นและฟิตแอนด์เฟิร์มสุดๆ สำหรับพระเอกสุดหล่อ ไนกี้-นิธิดล ป้อมสุวรรณ แต่ใครจะคิดว่าหนุ่มคนนี้ชอบกินขนมหวานเป็นงานอดิเรกซะด้วย! วันนี้ “เดลินิวส์ออนไลน์” เลยไม่พลาดต้องขอลัดคิวอันแน่นเอี๊ยดของหนุ่มไนกี้มาพูดถึงเรื่องนี้ พร้อมมุมมองสำคัญต่างๆ ในวงการบันเทิงของเจ้าตัว ที่ต้องบอกเลยว่า “เอ็กซ์คลูซีฟ” สุดๆ และไม่เพียงเท่านี้หนุ่มไนกี้ยังจะมาโชว์แต่งหน้าแพนเค้กสดกันที่ร้าน Le TAO (เลอตาโอะ) ให้แฟนๆเห็นกันด้วย โดยมีเชฟสุดเท่อดีตนักร้องชื่อดัง ตูน-ธัชพล ชุมดวง มาเป็นคนสอนให้ อย่ารอช้าเลยดีกว่าไปอ่านบทสัมภาษณ์สุดคลูของหนุ่มไนกี้กันเลยจ๊ะ



ไนกี้เป็นคนชอบทานของหวานใช่ไหม?
“ชอบอยู่แล้วครับ ซึ่งผมว่าคนเราต้องทานหวานบ้างเพราะเวลาที่ทานของหวาน ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ จะรู้สึกเหมือนผมไหม เวลาทานแล้วรู้สึกแฮปปี้มีความสุข เวลาเครียดให้ไปทานของหวานบ้าง เป็นการคลายเครียดไปในตัวด้วย”

สนใจเรื่องการทำขนมด้วย?
“สนใจครับ (ยิ้ม) เพราะจริงๆ ตัวผมเองทานของหวานอยู่แล้วและก็ทานเค้กที่คล้ายๆพายบ่อย ถ้าเป็นที่ร้านเลอตาโอะเขาจะมีพายที่หนานุ่ม ซึ่งเวลาผมไปสั่งพิซซ่าหรืออะไรต่างๆ ผมจะชอบหนานุ่มมากๆ ร้านนี้เลยตอบโจทย์ผมเพราะเขามีพายที่เป็นสูตรเฉพาะของเขา ซึ่งต้องบอกเลยว่าอร่อยมาก”



กิจกรรมยามว่างของไนกี้คืออะไร?
“ส่วนใหญ่ก็จะเน้นการออกกำลังกายเป็นเรื่องหลักที่คนรู้อยู่แล้ว และก็เรื่องอาหารการกิน ผมชอบทานอาหารญี่ปุ่น และอีกอย่างนึงที่คนไม่ค่อยรู้คือผมชอบกินขนมหวาน (ยิ้ม) แต่ก็ต้องดูแลตัวเองไปด้วยเพราะของหวาน ถ้าเราไม่กินเลยมันก็ไม่ได้ แต่ทุกคนอาจจะคิดว่าฉันออกกำลังกาย ควบคุมอาหารจะไม่ทานของหวาน ไม่อย่างนั้นอย่างนี้ แต่สำหรับผม ผมแฮปปี้กับการทาน ซึ่งผมทานได้ทุกอย่างเพราะรู้สึกว่าเกิดมาแล้วเห็นนี่ก็อร่อย โน้นก็อร่อย อยากจะลองชิมและรู้ว่ารสชาติมันเป็นยังไง ซึ่งบางทีของหวานแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นผมก็เลยทานควบคู่ไปกับการออกกำลังกายคือกินได้ แต่ก็ต้องออกกำลังกายด้วย”



งานอดิเรกในความคิดของไนกี้ มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?
“งานอดิเรกมีประโยชน์มากครับ คือเราทำอะไรก็ได้ จะเป็นจิตอาสาก็ได้เพราะกระแสของเป็นจิตอาสาก็ค่อนข้างดี ทำอะไรก็ได้ที่มีประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนทำไปเถอะดีแน่นอนครับ”





ตอนนี้ไนกี้มีผลงานอะไร?
“มีละครเรื่อง “ดรีมทีม ฝันให้สุด” ก็เป็นอีกหนึ่งโปรเจ็คท์ที่ไปร่วมงานกับไทยพีบีเอส โดยละครเรื่องนี้ถือว่าเป็นละครน้ำดีอีกหนึ่งเรื่องที่สะท้อนปัญหาสังคมว่าทำไมเดี๋ยวนี้คนถึงไม่อยากเรียนอาชีวะ มันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งในเรื่องผมเล่นเป็นอาจารย์ที่จบใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแนวความคิดหรืออะไรต่างๆที่ไม่ดี คือเปลี่ยนจากสีดำให้มันกลายเป็นเทาและเทาให้กลายเป็นขาว ก็อยากให้ทุกคนรอติดตามกันด้วย”



ตอนนี้มีสังกัดหรือเป็นนักแสดงอิสระ?
“ตอนนี้ผมเป็นอิสระครับ ไม่ได้มีสังกัด (ยิ้ม) แต่ก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทางเอ็กแซ็กท์ที่ให้โอกาสผมมาเสมอ ซึ่งผมมาได้ถึงทุกวันนี้ก็เพราะเอ็กแซ็กท์ จริงๆ ผมเป็นนักแสดงอิสระมาได้ปีกว่าๆ เอง ก็เรียกว่าผมขอโอกาสผู้ใหญ่มาทำงานมากกว่า”

การเป็นนักแสดงอิสระต่างกับการมีสังกัดอย่างไร?
“ถามว่าต่างไหม คือมันต้องสกรีนด้วยตัวเองมากกว่า บางอย่างก็ต้องเลือกไปตามความเหมาะสมในแต่ละโอกาส ก็ค่อนข้างที่ต้องดูให้ดี ไม่มีใครมาตัดสินให้เรา จริงๆก็มีมาทาบทามให้ผมไปเซ็นสัญญาด้วยก็มีค่อนข้างเยอะ แต่ว่าเราก็ไม่ได้ตกลงกับที่ไหน ยังรู้สึกว่าสนุกกับการทำงานและการที่เราได้รับโอกาสใหม่ๆ เราทำอะไรได้ก็ลองดู เลยไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปอยู่ที่ไหนกับใคร”

แฮปปี้กับการเป็นนักแสดงอิสระไหม?
“มันด้วยเรื่องของภาระหน้าที่ เพราะอย่างการเป็นนักแสดงอิสระก็ต้องสแกนทุกอย่างด้วยตัวเอง ต้องดูว่าอะไรเหมาะ อะไรไม่เหมาะ ก็ต้องดูภาพลักษณ์ให้ตัวเอง ก็ไม่ถึงกับสนุกสนาน แต่ก็ได้ทำอะไรที่เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ เยอะแยะมากมาย เพราะบางอย่างก็เป็นบทบาทใหม่ๆ บางเรื่องก็จะเป็นสิ่งที่ไนกี้ไม่เคยทำ หรือบางคนก็ไม่เคยเห็นว่าเราทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ”



ยังมีบทบาทไหนไหมที่เราอยากเล่นอีก?
“เหลืออีกเยอะเลยครับ (ยิ้ม) สำหรับบทบาทของการเป็นนักแสดง เพราะว่ายิ่งเรายึดอาชีพนี้เป็นหลัก เราก็จะเห็นว่ามันมีหลายบทบาทมากเลย ทั้งบทบาทแบบนั้นแบบนี้แบบโน้นที่ยังไม่เคยเล่น ก็ถือว่าเป็นการท้าทายอยาฝีมือตัวเองในทุกๆ วัน”

เคยคิดไหมว่าถ้าไม่เป็นนักแสดงเราจะเป็นอะไร?
“ถ้าไม่ได้เป็นนักแสดง จริงๆมีหลายบทบาทที่อยากเป็นนะ อยากเป็นทหาร ซึ่งเป็นอาจารย์ เป็นโจรผมก็เป็นแล้ว แต่เป็นในละครนะ (หัวเราะ) อยากรู้ว่าเขาคิดยังไง ก็ได้ทำเลยได้รู้ว่าเขาคิดแบบไหน ก็โอเคนะและยังมีอีกหลายบทบาท เช่น คนบ้าหรืออะไรต่างๆ อีก ก็ทำให้เราได้เรียนรู้คนว่าแบบนี้ก็มีเหรอ บางทีถ้าเราดูจากข่าวเราก็จะเห็นว่าคนแบบนี้มีอยู่จริงด้วยเหรอ แต่ความจริงคนบนโลกนี้มันมีหลากหลาย เราไม่สามารถไปเรียนรู้ชีวิตใครได้หมดหรอก การที่เราทำงานตรงนี้ก็ได้เรียนรู้ชีวิตของคนหนึ่งคนหรือตัวละครหนึ่งตัวละครว่าจริงๆมันมีจริงนะสำหรับละครที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่อยู่ที่ว่าคุณจะเจอกับคนๆนั้นไหม หรือเจอไมช้าก็เร็ว”



ไนกี้อยู่ในวงการบันเทิงมากี่ปีแล้ว?
“ถ้านับจากวงการละครก็น่าจะเข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว (ยิ้ม) ถามว่าได้อะไรจากตรงนี้ ยอมรับว่าได้ประสบการณ์มากขึ้นเพราะวันแรกไม่รู้อะไรเลย แต่วันนี้ก็ถือว่าได้เรียนรู้มากขึ้นว่าอะไรที่ดีก็เก็บไว้ หรืออะไรที่มันไม่ดีก็ให้มันเป็นบทเรียนในชีวิตเราเพื่อสอนให้เข้มแข็งขึ้น สุดท้ายไม่ช้าก็เร็วทุกคนก็ต้องพบเจอสิ่งที่ดีบ้างหรือไม่ดีบ้าง ก็ถือว่าให้มองซะว่าสิ่งที่ไม่ดีที่เข้ามาก็เป็นภูมิต้านทานให้เราเข้มแข็งขึ้นในวันพรุ่งนี้ ที่สำคัญผมไม่อยากให้ทุกคนท้อ ผมก็อยากบอกทุกคนว่าอดทนและสู้ไปสักวันมันก็ต้องดีเองแหละ”

เคยเสียดายที่ทิ้งชีวิตส่วนตัวมาเป็นคนสาธารณะไหม?
“เคยมีนะ (ยิ้ม) ว่าเราตัดสินใจถูกหรือเปล่า (หัวเราะ) ต้องบอกก่อนว่าผมเรียนจบวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ก็คิดเหมือนกันว่าถ้าป่านนี้เราใช้ชีวิตและไปทำงานแบบที่เราเรียนจบมาจะเป็นยังไง หรือถ้าผมเอาวุฒิไปเทียบเป็นทหารจะเป็นยังไง มันก็มีความคิดแว๊บๆบ้างเหมือนกัน แต่มันก็ต้องมองย้อนกลับไปอีกว่าโอกาสที่เราได้รับมาคือคนรอบข้างก็จะบอกว่าโอกาสที่ได้มันไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับนะ ก็เลยต้องมองตัวเองว่าเราชอบมันไหมล่ะ ชอบนิและเราก็มาถึงทุกวันนี้เพราะเราชอบ ไม่ใช่ไม่ชอบ มันก็เลยต้องเลือกว่าเราจะลุยทางไหน ถ้าเหยียบไปทั้งสองข้างก็คงไม่ได้ ก็ต้องเลือกเส้นทางว่าเราชอบทางการแสดงก็ต้องเลือกอันนี้และก็ทำให้ดีที่สุด แต่ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะได้อีกไกลแค่ไหนหรือจะทำไปอีกสักกี่ปี ก็มองแค่ว่าอยู่กับปัจจุบันทำให้ดีที่สุดและถ้ามันจะเป็นยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที”

แสดงว่าเรามีแผนสำรองในอนาคตแล้ว?
“ไม่มีเลย (ยิ้ม) ไนกี้ไม่มีแผนอะไรสำหรับอนาคตจริงๆคือถ้าเราคิดไปไกลมากมันก็จะฟุ้งซ่าน และจะทำให้เราคิดแล้วคิดอีก ผมก็เลยกลับมาอยู่กับปัจจุบันมากกว่า และคิดว่าเราทำวันนี้ให้มันดีที่สุด ถ้าเกิดวันนึงมันสุดทางหรืออะไรก็แล้วแต่เกิดขึ้น ถึงวันนั้นก็ว่ากันว่าเราจะทำยังไงต่อ แต่ถามว่าวันนี้คิดที่จะทำอะไรนอกเหนือจากการแสดง ยังคิดไม่ออกจริงๆ ผมก็ยังทำงานตรงนี้อยู่และรักที่จะทำมันครับ”



หลายคนมองว่านักแสดงบั้นปลายชีวิตจะไม่เหลือเงินดูแลตัวเอง?
“มันเป็นสิ่งนึงที่เรามองว่าก็คงเป็นบทเรียนมาสอนตัวเราด้วยมั้งครับ ก็เคยได้ยินหลายคนพูดว่าบั้นปลายชีวิตนักแสดงก็จะไม่ค่อยเหลืออะไร เราก็มองว่าวันนี้เรายังมีแรงที่จะพอทำได้ เราก็ต้องทำบ้าง เก็บบ้าง ใช้บ้าง ก็ไม่ถึงกับฟุ้งเฟ้อกับมันมาก เราก็ดูว่าเราทำเหนื่อยเราก็ควรเก็บไว้ส่วนนึง ใช้บ้างสักส่วนนึง ก็ต้องบริหารจัดการให้ได้ ไม่ใช่ใช้หมดเลยมันก็ไม่ได้ เราก็เอาเรื่องที่รุ่นพี่เคยประสบปัญหาแบบนี้มาสอนตัวเองว่าต้องเก็บบ้างครับ”


การใช้ชีวิตอยู่กับ “ปัจจุบัน” แม้จะดูเป็นคำพูดที่ง่าย แต่ใครจะเชื่อว่าการทำให้ตนเองอยู่กับปัจจุบันได้อย่างมีความสุขเป็นเรื่องที่ “ยาก” มากๆ ดังนั้นเราจึงต้องอยู่และ “มีความสุข” กับปัจจุบันให้เต็มที่และทำทุกอย่างที่เข้ามาอย่าง “ดีที่สุด” เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเสียใจและมาตัดพ้อกับตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้าว่าทำไมตอนนั้นเราไม่ทำให้มันดี จริงไหมทุกคน...
.................................
คอลัมน์ :
Talk Online
โดย "สมคิด แซ่คู"
ภาพโดย : สุธิเกียรติ ศรีเจริญ
ขอขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม @nike_nitidon




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 124