อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม 2562

'ชีวิต'แต่ละคนมาบรรจบ? อุบัติเหตุพาไปสู่ความตาย

สัปดาห์นี้เรื่องเล่าจาก “ชะตาชีวิตแต่ละคน” เมื่อสุดท้าย “อุบัติเหตุ” ไม่คาดคิด พาทุกคนเดินทางมาบรรจบกันที่ “ความตาย” พุธที่ 10 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


ใกล้ถึงหรือยัง” เสียงตะคอกจากปลายสายทะลุผ่านมือถือมาสู่หูของคนขับรถบรรทุก วันนี้การจราจรติดขัดมากกว่าทุกวันในกรุงเทพฯ สาหัสยิ่งกว่าทุกครั้ง แถมเป็นวันแรกที่เขาเริ่มงานขับรถบรรทุกส่งของ ขณะนี้เวลา 14.00 น. เขากำลังขับรถเข้าซอยที่ว่ากันว่ารถติดสาหัสสุดในโลก เพื่อจะไปยังสถานที่ส่งของ

ใกล้แล้วครับ” ชายวัยกลางคนโชเฟอร์รถบรรทุกกล่าวกับปลายสายที่คาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้า

เร็วๆ” ปลายสายตอบก่อนกดตัดสายเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังไม่พอใจ

โชเฟอร์รถบรรทุกเหวี่ยงมือถือลงเบาะข้างๆ ก่อนเร่งความเร็วขึ้น พลางบ่นในชะตาชีวิต เมื่อบริษัทไกด์นำเที่ยวของเขาเจ๊ง จึงต้องมาขับรถบรรทุกแบบนี้ ทำให้ต้องกัดฟันขับรถให้เร็วขึ้นเพิ่มความไวขึ้น เพราะรายได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนและค่าทิปอีกต่อไป แต่มาจากการการวิ่งรอกขับรถส่งของ วิ่งเยอะยิ่งได้เงินเยอะ



เขาเหยียบความเร็วแซงซ้ายทีขวาที โฉบเฉี่ยวจนมาเบาคันเร่งตอนที่รู้สึกว่า มีอะไรบางอย่างอยู่ใต้ท้องรถ แล้วมีจักรยานยนต์ขี่ประกบตะโกนบอกว่า “เฮ้ย คนอยู่ใต้รถ!!”

เขาจึงเบาคันเร่งด้วยสีหน้าที่ซีดเผือก

พี่วินนั่งนับเงินในกระเป๋า อีกไม่นานเขาก็คงจะเก็บเงินได้ตามที่ฝัน จะได้ลาออกจากการขับวินไปแต่งเมียแล้วหาสมัครทำงานอื่นดีกว่า นี่ก็ 4 ปีกว่าแล้วนับตั้งแต่ตกงานต้องมาขี่วินมอเตอร์ไซค์ ค่าเสื้อกั๊กกำลังจะหมดลงในไม่ช้า เขาเริ่มฝันถึงอนาคตใหม่ที่ดีงามกว่าวันนี้...อีกไม่กี่เดือนก็คงได้ดังที่หวัง

หญิงสาวจูงลูกแล้วบอกปลายทาง เพื่อนร่วมวินชี้ทางมาที่เขา จึงสตาร์ทรถและให้เด็กนั่งตรงกลาง ส่วนหญิงสาวแม่ของเด็กนั่งซ้อนท้าย ฟังปลายทางอีกครั้งแล้วก็รีบขี่รถออกไปทันที

เขาแทบจะหลับตาขี่รถในซอยนี้ได้ ถนนสายตรงขี่ไม่ยาก ฉวัดเฉวียนตามนิสัยของวินมอไซค์ ข้าวกลางวันและข้าวเช้ายังไม่ตกถึงท้องเลย หิวชะมัดจนแสบท้อง รีบขี่รถไปส่งหญิงสาวจะดีกว่า แล้วนั่งกินข้าวแกงป้าอร่อยๆ น่าจะยังเหลืออยู่

ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ” หญิงสาวปลอบเด็กชายวัย 5 ขวบ เขาชักสงสัยอยากรู้ว่าเป็นอะไร แต่ก็เงียบปากเอาไว้



รถขี่พุ่งทะยานออกไป ชายหนุ่มมองกระจกหลังเห็นเด็กหน้าตาเหยเก ก็คิดถึงแฟนสาวโดยฉับพลัน เธอบ่นอยากมีลูกกับเขานานแล้ว ชายหนุ่มหมายมั่นปั้นมือขอเก็บเงินอีกสักพัก เมื่อมีเงินเพียงพอก็จะไปสู่ขอจัดงานแต่งงาน ให้ครอบครัวแฟนสาวไม่ต้องอายประชาชีเพื่อนบ้าน และก็จะได้วางรากฐานมีครอบครัวมีลูก ซึ่งวันข้างหน้าคงจะได้เรียนจบชั้นสูงๆ มีงานมีการทำดีๆ

มัวแต่คิดเพลิน จนชายหนุ่มขี่วินไม่รู้ตัวว่าไปเกี่ยวกับรถสักคัน ทำให้รถที่ขี่มาเร็วเสียหลัก

ตอนที่ชายหนุ่มล้มกระแทกกับพื้น เขารู้สึกถึงหมวกกันน็อกที่ครูดไปกับถนน ตอนที่รถหยุด เขาเริ่มเจ็บ และรีบหันไปดูว่าผู้โดยสารเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ได้ตาอ้าปากแต่ไม่มีเสียงใดดังออกมา

เจ็บท้องเหรอลูก ไปโรงพยาบาลกันดีกว่า” หญิงสาวเพึ่งจะเลิกงานแม่บ้านโรงแรมมา ส่วนสามีก็ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ ลูกชายวัย 5 ขวบสะกิดแม่แล้วพูดแบบเด็ก เจ็บท้อง เจ็บท้อง!! ก่อนจะถ่ายเหลว เธอหัวเสียและใจไม่ดีกับอาการเจ็บปวดของลูก จึงเตรียมพาลูกไปโรงพยาบาลใกล้ๆ ทันที

ใกล้ๆ ที่ว่าเดินไปไม่ได้ ต้องนั่งวินที่เธอไม่ชอบ เพราะขี่รถเสียไวเลย หากเป็นวันเสาร์อาทิตย์สามีก็คงจะขี่รถพาลูกไปส่งโรงพยาบาลได้ แต่วันนี้เป็นวันธรรมดา สามีเอารถจักรยานยนต์ไปทำงานด้วย แถมเด็กก็ยังปิดเทอมอยู่และไม่มีรถสาธารณะใดๆ ในซอยนี้อีก เธอจึงต้องแต่งตัวแล้วบอกให้ลูกอดทน ก่อนจะจูงลูกเดินไปขึ้นวินเพื่อไปส่งยังโรงพยาบาล

ลูกหน้าตาเจ็บปวดกับท้อง น่าจะเพราะอาหารที่ซื้อมาให้ลูกกินเมื่อวาน มันจะอุ่นอาหารดีๆ หน่อยก็ไม่ได้ วันหลังจะไม่ไปใช้บริการป้าขายอาหารในซอยนี้อีกแล้ว วินมอไซค์ก็ขี่รถไวชะมัด เธอกอดลูกไว้แน่น หวังว่าไปโรงพยาบาลรับยามากินก็จะหาย



ตอนที่วินมอไซค์ไปเกี่ยวกับรถสักคัน แล้วหักหลบจนเสียหลัก ภาพมันช้าลงมาก หญิงสาวจำได้ว่าเธอเอาตัวบังลูกตามสัญชาตญาณ ก่อนที่สองแม่ลูกจะหลุดจากรถ ถึงตอนนั้นเธอกอดลูกไว้แน่น พยายามเอาตัวบังลูกกับพื้นถนน รู้สึกถึงข้อศอกที่ครูดไปกับคอนกรีต “ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไรนะลูก” เธอบอกเท่านั้น แต่เนื้อผิวหนังมนุษย์ครูดกับพื้นคอนกรีตไม่นานความเจ็บปวดก็แล่นพล่าน ลูกหลุดจากมือของเธอ ไหลเข้าไปใต้ท้องรถ แล้วหัวของลูกชายวัย 5 ขวบสุดที่รักก็ถูกบดขยี้ใต้ล้อรถนั้น

ตอนที่นักข่าวไปทำข่าวนั้น ทางมูลนิธิไม่กล้านำศพของเด็กออกจากล้อรถ คนขับรถบรรทุกมีอาการช็อกแข้งขาอ่อนแรงไปหมด ส่วนวินมอไซค์ถูกนำส่งโรงพยาบาลไปแล้ว เหลือเพียงแม่ของเด็กที่ร้องไห้ปานใจแทบขาด ไม่มีใครอยากเก็บภาพเหล่านี้ไว้



เมื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด ก็เขียนข่าวไปเพียงคร่าวๆ แต่สิ่งที่อยู่ลึกๆ จากเนื้อหาข่าว มันฉายให้เห็นปัญหาที่สะสมไว้กับชีวิตเด็กคนหนึ่งที่จากไป เราจะแก้ปัญหาจากตรงไหน

นานหลายนานกว่าจะนำศพออกจากรถ หญิงสาวรีบไปประคองกอดศพที่ศีรษะเละ ครั้งหนึ่งเมื่อยังมีชีวิต ศพคือลูกชายวัย 5 ขวบผู้น่ารักของเธอที่กำลังเจ็บท้อง

ตอนนี้ลูกไม่เจ็บแล้วนะ แม่ขอโทษ...แม่ขอโทษ...” เสียงคร่ำครวญนี่บาดหูอย่างเจ็บปวดในความอนาถาของคนในประเทศนี้ เสียงคร่ำครวญบาดลึกไปทั่วทั้งตำรวจ มูลนิธิ นักข่าว และไทยมุง

มันเป็นเรื่องราวของแต่ละคนที่สุดท้ายมาบรรจบกันด้วยความตายนี้ เพราะอะไรกัน...ใครตอบได้บ้าง??
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 288