อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

'ชีวิต'แต่ละคนมาบรรจบ? อุบัติเหตุพาไปสู่ความตาย

สัปดาห์นี้เรื่องเล่าจาก “ชะตาชีวิตแต่ละคน” เมื่อสุดท้าย “อุบัติเหตุ” ไม่คาดคิด พาทุกคนเดินทางมาบรรจบกันที่ “ความตาย” พุธที่ 10 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


ใกล้ถึงหรือยัง” เสียงตะคอกจากปลายสายทะลุผ่านมือถือมาสู่หูของคนขับรถบรรทุก วันนี้การจราจรติดขัดมากกว่าทุกวันในกรุงเทพฯ สาหัสยิ่งกว่าทุกครั้ง แถมเป็นวันแรกที่เขาเริ่มงานขับรถบรรทุกส่งของ ขณะนี้เวลา 14.00 น. เขากำลังขับรถเข้าซอยที่ว่ากันว่ารถติดสาหัสสุดในโลก เพื่อจะไปยังสถานที่ส่งของ

ใกล้แล้วครับ” ชายวัยกลางคนโชเฟอร์รถบรรทุกกล่าวกับปลายสายที่คาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้า

เร็วๆ” ปลายสายตอบก่อนกดตัดสายเพื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่ากำลังไม่พอใจ

โชเฟอร์รถบรรทุกเหวี่ยงมือถือลงเบาะข้างๆ ก่อนเร่งความเร็วขึ้น พลางบ่นในชะตาชีวิต เมื่อบริษัทไกด์นำเที่ยวของเขาเจ๊ง จึงต้องมาขับรถบรรทุกแบบนี้ ทำให้ต้องกัดฟันขับรถให้เร็วขึ้นเพิ่มความไวขึ้น เพราะรายได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนและค่าทิปอีกต่อไป แต่มาจากการการวิ่งรอกขับรถส่งของ วิ่งเยอะยิ่งได้เงินเยอะ



เขาเหยียบความเร็วแซงซ้ายทีขวาที โฉบเฉี่ยวจนมาเบาคันเร่งตอนที่รู้สึกว่า มีอะไรบางอย่างอยู่ใต้ท้องรถ แล้วมีจักรยานยนต์ขี่ประกบตะโกนบอกว่า “เฮ้ย คนอยู่ใต้รถ!!”

เขาจึงเบาคันเร่งด้วยสีหน้าที่ซีดเผือก

พี่วินนั่งนับเงินในกระเป๋า อีกไม่นานเขาก็คงจะเก็บเงินได้ตามที่ฝัน จะได้ลาออกจากการขับวินไปแต่งเมียแล้วหาสมัครทำงานอื่นดีกว่า นี่ก็ 4 ปีกว่าแล้วนับตั้งแต่ตกงานต้องมาขี่วินมอเตอร์ไซค์ ค่าเสื้อกั๊กกำลังจะหมดลงในไม่ช้า เขาเริ่มฝันถึงอนาคตใหม่ที่ดีงามกว่าวันนี้...อีกไม่กี่เดือนก็คงได้ดังที่หวัง

หญิงสาวจูงลูกแล้วบอกปลายทาง เพื่อนร่วมวินชี้ทางมาที่เขา จึงสตาร์ทรถและให้เด็กนั่งตรงกลาง ส่วนหญิงสาวแม่ของเด็กนั่งซ้อนท้าย ฟังปลายทางอีกครั้งแล้วก็รีบขี่รถออกไปทันที

เขาแทบจะหลับตาขี่รถในซอยนี้ได้ ถนนสายตรงขี่ไม่ยาก ฉวัดเฉวียนตามนิสัยของวินมอไซค์ ข้าวกลางวันและข้าวเช้ายังไม่ตกถึงท้องเลย หิวชะมัดจนแสบท้อง รีบขี่รถไปส่งหญิงสาวจะดีกว่า แล้วนั่งกินข้าวแกงป้าอร่อยๆ น่าจะยังเหลืออยู่

ไม่เป็นไรลูก เดี๋ยวก็ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ” หญิงสาวปลอบเด็กชายวัย 5 ขวบ เขาชักสงสัยอยากรู้ว่าเป็นอะไร แต่ก็เงียบปากเอาไว้



รถขี่พุ่งทะยานออกไป ชายหนุ่มมองกระจกหลังเห็นเด็กหน้าตาเหยเก ก็คิดถึงแฟนสาวโดยฉับพลัน เธอบ่นอยากมีลูกกับเขานานแล้ว ชายหนุ่มหมายมั่นปั้นมือขอเก็บเงินอีกสักพัก เมื่อมีเงินเพียงพอก็จะไปสู่ขอจัดงานแต่งงาน ให้ครอบครัวแฟนสาวไม่ต้องอายประชาชีเพื่อนบ้าน และก็จะได้วางรากฐานมีครอบครัวมีลูก ซึ่งวันข้างหน้าคงจะได้เรียนจบชั้นสูงๆ มีงานมีการทำดีๆ

มัวแต่คิดเพลิน จนชายหนุ่มขี่วินไม่รู้ตัวว่าไปเกี่ยวกับรถสักคัน ทำให้รถที่ขี่มาเร็วเสียหลัก

ตอนที่ชายหนุ่มล้มกระแทกกับพื้น เขารู้สึกถึงหมวกกันน็อกที่ครูดไปกับถนน ตอนที่รถหยุด เขาเริ่มเจ็บ และรีบหันไปดูว่าผู้โดยสารเกิดอะไรขึ้น แล้วก็ได้ตาอ้าปากแต่ไม่มีเสียงใดดังออกมา

เจ็บท้องเหรอลูก ไปโรงพยาบาลกันดีกว่า” หญิงสาวเพึ่งจะเลิกงานแม่บ้านโรงแรมมา ส่วนสามีก็ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ ลูกชายวัย 5 ขวบสะกิดแม่แล้วพูดแบบเด็ก เจ็บท้อง เจ็บท้อง!! ก่อนจะถ่ายเหลว เธอหัวเสียและใจไม่ดีกับอาการเจ็บปวดของลูก จึงเตรียมพาลูกไปโรงพยาบาลใกล้ๆ ทันที

ใกล้ๆ ที่ว่าเดินไปไม่ได้ ต้องนั่งวินที่เธอไม่ชอบ เพราะขี่รถเสียไวเลย หากเป็นวันเสาร์อาทิตย์สามีก็คงจะขี่รถพาลูกไปส่งโรงพยาบาลได้ แต่วันนี้เป็นวันธรรมดา สามีเอารถจักรยานยนต์ไปทำงานด้วย แถมเด็กก็ยังปิดเทอมอยู่และไม่มีรถสาธารณะใดๆ ในซอยนี้อีก เธอจึงต้องแต่งตัวแล้วบอกให้ลูกอดทน ก่อนจะจูงลูกเดินไปขึ้นวินเพื่อไปส่งยังโรงพยาบาล

ลูกหน้าตาเจ็บปวดกับท้อง น่าจะเพราะอาหารที่ซื้อมาให้ลูกกินเมื่อวาน มันจะอุ่นอาหารดีๆ หน่อยก็ไม่ได้ วันหลังจะไม่ไปใช้บริการป้าขายอาหารในซอยนี้อีกแล้ว วินมอไซค์ก็ขี่รถไวชะมัด เธอกอดลูกไว้แน่น หวังว่าไปโรงพยาบาลรับยามากินก็จะหาย



ตอนที่วินมอไซค์ไปเกี่ยวกับรถสักคัน แล้วหักหลบจนเสียหลัก ภาพมันช้าลงมาก หญิงสาวจำได้ว่าเธอเอาตัวบังลูกตามสัญชาตญาณ ก่อนที่สองแม่ลูกจะหลุดจากรถ ถึงตอนนั้นเธอกอดลูกไว้แน่น พยายามเอาตัวบังลูกกับพื้นถนน รู้สึกถึงข้อศอกที่ครูดไปกับคอนกรีต “ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไรนะลูก” เธอบอกเท่านั้น แต่เนื้อผิวหนังมนุษย์ครูดกับพื้นคอนกรีตไม่นานความเจ็บปวดก็แล่นพล่าน ลูกหลุดจากมือของเธอ ไหลเข้าไปใต้ท้องรถ แล้วหัวของลูกชายวัย 5 ขวบสุดที่รักก็ถูกบดขยี้ใต้ล้อรถนั้น

ตอนที่นักข่าวไปทำข่าวนั้น ทางมูลนิธิไม่กล้านำศพของเด็กออกจากล้อรถ คนขับรถบรรทุกมีอาการช็อกแข้งขาอ่อนแรงไปหมด ส่วนวินมอไซค์ถูกนำส่งโรงพยาบาลไปแล้ว เหลือเพียงแม่ของเด็กที่ร้องไห้ปานใจแทบขาด ไม่มีใครอยากเก็บภาพเหล่านี้ไว้



เมื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด ก็เขียนข่าวไปเพียงคร่าวๆ แต่สิ่งที่อยู่ลึกๆ จากเนื้อหาข่าว มันฉายให้เห็นปัญหาที่สะสมไว้กับชีวิตเด็กคนหนึ่งที่จากไป เราจะแก้ปัญหาจากตรงไหน

นานหลายนานกว่าจะนำศพออกจากรถ หญิงสาวรีบไปประคองกอดศพที่ศีรษะเละ ครั้งหนึ่งเมื่อยังมีชีวิต ศพคือลูกชายวัย 5 ขวบผู้น่ารักของเธอที่กำลังเจ็บท้อง

ตอนนี้ลูกไม่เจ็บแล้วนะ แม่ขอโทษ...แม่ขอโทษ...” เสียงคร่ำครวญนี่บาดหูอย่างเจ็บปวดในความอนาถาของคนในประเทศนี้ เสียงคร่ำครวญบาดลึกไปทั่วทั้งตำรวจ มูลนิธิ นักข่าว และไทยมุง

มันเป็นเรื่องราวของแต่ละคนที่สุดท้ายมาบรรจบกันด้วยความตายนี้ เพราะอะไรกัน...ใครตอบได้บ้าง??
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 197