อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2561

หลักคิดพระราชา น้อมนำมารักษาชาติบ้านเมือง

สัปดาห์นี้น้อมนำหลักคิดจากพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส มาพิจารณาไตร่ตรองให้เกิดปัญญา เพื่อเป็นประทีปส่องทางพัฒนาชาติบ้านเมือง พฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


วันน้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักมากที่สุดในโลกเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ตลอดรัชสมัย 70 ปีแห่งการครองราชย์

วันสำคัญของชาติและพสกนิกรชาวไทยกำลังจะมาถึงในอีก 2 วันข้างหน้า ตรงกับวันที่ 13 ..2561 ซึ่งเป็นเวลา 2 ปีแห่งการเสด็จสู่สวรรคาลัย การแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพสกนิกรชาวไทยเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

โดยการน้อมนำหลักคิดที่ได้รับจากพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสมาพิจารณาไตร่ตรองให้เกิดปัญญา เพื่อเป็นประทีปส่องทางในการพัฒนาชาติบ้านเมืองและแก้ปัญหาต่างๆ “ความรู้รักสามัคคี” จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่จุดหมายปลายทางที่นำพาประเทศชาติมีความเจริญมั่นคงและประชาชนมีความเจริญผาสุก จึงขออัญเชิญพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะบุคคลในโอกาสต่างๆ มาเป็นเครื่องเตือนสติและเป็นหลักคิดแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ดังนี้



พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ ที่ประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 12 วันที่ 12 ธ.ค.2513 ความว่า “...ในบ้านเมืองเราทุกวันนี้ มีเสียงกล่าวกันว่า ความคิดจิตใจของคนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อม ความประพฤติที่เป็นความทุจริตหลายอย่าง มีท่าทีที่จะกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปพากันยอมรับ และสมยอมให้กระทำกันได้เป็นธรรมดา สภาพการณ์เช่นนี้ย่อมทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนมืดมัวลงไป เป็นปัญหาใหญ่ที่เหมือนกระแสคลื่นอันไหลบ่าเข้ามาท่วมทั่วไปหมด จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการฝืนคลื่นที่กล่าวนั้น ในการดำเนินชีวิตเรา เราต้องข่มใจไม่กระทำสิ่งใดใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่วหรือเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้องและเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากๆ ขึ้น ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีได้เป็นลำดับ...”



พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ ที่ประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 18 วันที่ 31 ม.ค.2530 ความว่า “...การสร้างสรรค์แผ่นดินไทยให้เป็นแผ่นดินทอง หรือการช่วยตัวเองในปัจจุบันนี้ เห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความสงบให้เกิดขึ้นก่อนโดยเร็ว เพราะถ้าความสงบยังไม่เกิด เราจะคิดอ่านแก้ปัญหาหรือจะรวมกำลังกันทำการงานช่วยตัวเองไม่ได้ ความสงบนั้น ภายนอกได้แก่ สภาวะอันเรียบร้อยเป็นปกติไม่มีความวุ่นวายขัดแย้ง ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบเบียดเบียนหรือมุ่งร้ายทำลายกัน ภายในได้แก่ ความคิดจิตใจที่ไม่ฟุ้งซ่าน หวั่นไหว หรือเดือดร้อนกระวนกระวาย ด้วยอำนาจความมักได้เห็นแก่ตัว ความร้ายกาจเพ่งโทษ ความหลงใหลเห่อเหิมอันเป็นต้นเหตุของอกุศลทุจริตทั้งหมด การทำความสงบนั้นต้องเริ่มที่ภายในตัวในใจก่อน...”

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ ที่ประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 19 วันที่ 26 ธ.ค.2537 ความว่า “...ชาวพุทธที่แท้เป็นผู้คิดชอบ ปฏิบัติชอบเป็นอยู่อย่างปกติ อยู่ ณ ที่ใดก็ทำให้ที่นั้นสงบร่มเย็น มีแต่ความปรองดองและสร้างสรรค์ จึงเป็นที่โชคดีอย่างยิ่งที่ประเทศไทยของเรามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความสุขมีความรักความปรารถนาดีต่อกัน มีการสงเคราะห์อนุเคราะห์ซึ่งกัน และมีความสมัครสมานสามัคคีกันเป็นอย่างดี...”



พระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมชุมลูกเสือแห่งชาติ จ.ชลบุรี ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ วันที่ 11 ธ.ค.2512 ความว่า “...ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้...”

พระราชดำรัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2520 เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2519 ความว่า “...ผู้ใดมีภาระหน้าที่อันใดอยู่ ก็เร่งกระทำให้สำเร็จลุล่วง ไปโดยเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความเมตตา ด้วยความปรองดองกัน และด้วยความปรารถนาดีต่อกันที่สุด ผลงานของทุกคนนั้นจะประมวลกันเข้า เป็นความสำเร็จและความวัฒนาถาวรของประเทศชาติได้ไม่นานเกินคอย...”
...............................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล” 
ขอบคุณภาพจาก : วิกิพีเดีย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 229