อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

'อาร์ต-พศุตม์' ภูมิใจเดินตามรอยพระราชดำรัสร.9

สัปดาห์นี้ "เดลินิวส์ออนไลน์" มีโอกาสพูดคุยถึงการทำงานจิตอาสาของพระเอกหนุ่ม "อาร์ต-พศุตม์" หลังดำเนินตามรอยพระราชดำรัสในหลวง ร.9 ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นอย่างสุดความสามารถ อาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


นับเป็นเวลา 2 ปีแล้วที่  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จสวรรคต แต่ประชาชนชาวไทยยังคงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอยู่เสมอ เพราะพระองค์เปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ และยังทรงเป็นแบบอย่างในทุกเรื่องให้ประชาชนชาวไทยได้ปฏิบัติตาม

ล่าสุด "เดลินิวส์ออนไลน์" มีโอกาสได้พูดคุยกับพระเอกหนุ่ม อาร์ต-พศุตม์ บานแย้ม ซึ่งเป็นหนึ่งในนักแสดงที่น้อมนำพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาปฏิบัติ จนทำให้ชีวิตของตนเองมีความสุขเพราะรู้จักความพอเพียงและการช่วยเหลือผู้อื่น



ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 สวรรคต?
“สะอึกและจุกเหมือนกันนะว่าจริงเหรอ เรื่องจริงหรือเปล่า ผมนั่งอยู่ที่บ้านน้ำตาไหล ในใจก็คิดว่าจริงเหรอ ทุกอย่างมันบอกไม่ถูก ทั้งภาพและเสียง บรรยากาศทุกอย่างมันเกิดขึ้นจริงๆแล้วเหรอ และเกิดในยุคของเราเหรอที่พระราชาคนที่คนไทยรักที่สุดพระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว”



จุดเริ่มต้นที่ไปขับมอเตอร์ไซด์รับส่งคนที่สนามหลวง?
“จริงๆจุดเริ่มต้นมาจากญาติเรามากกว่า วันที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 สวรรคตที่โรงพยาบาลศิริราช ก็มีญาติผมไปตั้งแถวรับพระบรมศพฯ และญาติผมโดนเรียกค่ารถจากสะพานปิ่นเกล้าออกไปนิดเดียว 200 บาท ผมก็เลยรู้สึกทำไมคนกลุ่มนี้ถึงหาผลประโยชน์จากการที่คนอื่นกำลังเศร้า วันที่พระบรมศพฯเคลื่อนมาที่สนามหลวง คืนนั้นผมกะจะมากราบพระบรมศพฯก็เลยขี่มอเตอร์ไซด์ใหญ่มาก่อน ซึ่งวันนั้นที่ถนนราชดำเนินรถติดมาก ผมก็ขี่มอเตอร์ไซด์ซอกแซกไป บังเอิญเจอกลุ่มเพื่อนตั้งเป็นวินอยู่ที่ผมขี่มอเตอร์ไซด์อยู่ทุกวัน ก็เลยถามว่าทำอะไรกัน เขาก็บอกว่ามาขี่มอเตอร์ไซด์รับส่งคนจากสนามหลวงออกไปข้างนอก ผมก็เลยไปขี่ด้วย ซึ่งเราก็ได้ยินคำหลายๆคำในวันเดียว ขอบคุณครับ ขอบคุณนะลูก ขอบคุณนะพี่ ผมก็เลยตั้งใจไว้ว่าเดี๋ยวจะมาขี่มอเตอร์ไซด์ส่งคนให้ได้มากที่สุด ก็เลยกลายเป็นจุดเริ่มในการทำตรงนี้ขึ้นมา”



บรรยากาศในตอนนั้นพอเข้าไปสัมผัสรู้สึกอย่างไร?
“ถามว่ารู้สึกอะไรไหม วันแรกๆรู้สึกเศร้าเพราะทุกคนอยู่ในอารมณ์มันเป็นภาวะแรกที่เสียหัวใจคนไทยคือในหลวง รัชกาลที่ 9 ไป วันแรกๆ ไปจะร้องไห้ แต่พอเปลี่ยนความคิดตัวเองว่าถ้าเราเศร้า เราจะเป็นจุดที่ทำให้คนอื่นเศร้าไปด้วย เราจึงเปลี่ยนความคิดตัวเองว่าเราใช้ความเป็นดาราของเรา เปลี่ยนจากความเศร้าของเขาให้เป็นการเจอเราแล้วดีใจและเขาก็เหมือนหลุดจากความเศร้ามา ผมก็เลยรู้สึกว่าเราต้องมาอยู่ตรงนี้ ซึ่งเราก็ทำไปเรื่อยๆ จากขี่มอเตอร์ไซด์ เป็นการแจกของ แจกยาดม แจกเสื้อคนที่ไม่มีเสื้อดำ ก็เลยกลายเป็นกิจวัตรที่ทำให้เรารู้สึกว่า 1 ปีที่เราทำมามันมีความสุข ถึงปีหนึ่งเราจะไปขี่มอเตอร์ไซด์เป็นร้อยวันก็ตาม แต่ก็ยังน้อยกว่าคนที่เขามาทุกวันอีก”



เราทำแบบนี้ไป ฟีดแบ็กจากคนอื่นๆที่มาถึงเราเป็นอย่างไร?
“จริงๆ มีเยอะหลายกระแสมากๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วขอบคุณและชม แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งที่หาว่าเราสร้างภาพก็มี แต่เราก็รู้สึกว่าใจเราทำด้วยอะไร เรามีจุดมุ่งหมายอะไรที่เราทำ เราจะไม่สนคนพวกนี้เลย ตัวอย่างของผมดูง่ายๆ คือ ในหลวง รัชกาลที่ 9 อย่างที่เรารู้กันท่านทำอะไรให้คนไทยตั้งเยอะมากมาย แล้วเราเป็นใครล่ะเราเป็นแค่ธุลีเล็กๆ เราจะหลุดพ้นจากคำพวกนี้ได้อย่างไร เราก็เลยปล่อยและมีคำพูดนึงของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่บอกว่าการทำความดีมันยาก แต่ถ้าการทำดีของเราและให้คนอื่นเห็น เราจะรู้ตัวเอง ซึ่งก็ใช่ถ้าเรารู้ตัวเองแล้วเราจะไปแคร์คนอื่นทำไม ในเมื่อมีกลุ่มคน 90% ของคนไทยเขาชมและดูเราอยู่ว่าเราจะทำไหม และเราจะไปสนใจคนกลุ่มเล็กๆ ทำไม ผมก็เลยเดินหน้าทำต่อไปเรื่อยๆ”



แฮชแท็ก #ปิดทองหลังพระ ของอาร์ตมีในหลวง รัชกาลที่ 9 เป็นแรงบันดาลใจ?
“ใช่ครับ ก็มีแฮชแท็กทั้ง #ปิดทองหลังพระ #ทำดีสร้างภาพ #ทำดีดีกว่าอยู่หลังคีย์บอร์ด ผมจะมี 3 คำที่ผมทำอยู่ประจำๆ เลย จริงๆ ยังมีอีกหลายๆโครงการที่พระองค์ท่านทำให้กับเราคนไทย แต่เราไม่เคยรู้ จนพระองค์ท่านสวรรคตไปแล้วถึงรู้ ซึ่งที่ผมรู้เพราะผมมีโอกาสได้ไปเป็นพิธีกรหรือมัคคุเทศก์ในนิทรรศการของท่านที่สนามหลวง ผมก็เลยตกใจว่าโครงการนี้พระองค์ท่านเหรอ โครงการนี้ก็ทำเหรอ ทำไมพวกเราคนไทยไม่เคยรู้เลยว่าพระองค์ท่านทำ ดังนั้นผมเลยรู้สึกว่าคำว่า “ปิดทองหลังพระ” คงน้อยไปสำหรับในหลวง รัชกาลที่ 9”



อาร์ตเป็นตัวแทนเชิญพานดอกไม้จันทน์ไปวางเบื้องหน้าพระบรมโกศในหลวง รัชกาลที่ 9?
“ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ทำมา ผมคิดว่าไม่มีคนเห็น ไม่มีคนเห็นเลย ผมคิดว่ามีแต่คนที่ไปเคารพพระบรมศพของพระองค์ท่าน จนวันที่ผมรู้ตัวว่าใครไม่เห็น แต่คนบนฟ้าเห็น ผมเป็นคนนึงที่ออกสื่อเยอะมาก และเป็นคนนึงที่ไปสนามหลวงบ่อย แต่อย่างที่บอกมีคนไปบ่อยกว่าผม แต่ด้วยอะไรก็ไม่รู้ วันนึงแม่ผมโทรมาบอกว่าสำนักพระราชวังโทรมา โทรมาปลุกผมตอน 11 โมงเช้า และเขาก็หายไปเลยจน 17.00 น.เขาถึงโทรหาผม ตั้งแต่ 11 โมงเช้าถึง 17.00 น. คุณลองคิดดู 6 ชั่วโมง ผมพูดแล้วยังขนลุกเลยในใจก็คิดว่าทำไมไม่โทรมาสักที ทำไมไม่โทรมา จนเขาโทรมาผมเลยถามเขาว่าพี่เป็นใคร เขาก็บอกเป็นสำนักพระราชวังจริงๆพรุ่งนี้คุณต้องมาซ้อมเวลานี้ที่สนามเสือป่า ผมก็ครับ ในใจก็คิดฟุ้งซ่านไปหมดจะใส่ชุดอะไร ต้องทำยังไง สรุปสุดท้ายเป็นเรื่องจริง ผมก็เลยไปรับชุดพระราชทานของในหลวง รัชกาลที่ 10 ที่เป็นเครื่องแบบจิตอาสา ผมก็เลยใส่ชุดนั้นเรียกว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณและก็เป็นครั้งเดียว ไม่มีอีกแล้วในชีวิตเราที่จะได้ถวายงานกับท่าน คงไม่มีแล้วที่จะเป็นแบบนี้”

หลักปรัชญาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่อาร์ตยึดนำมาปฏิบัติมีอะไรบ้าง?
“มี 2 อย่างคือปิดทองหลังพระผมทำมานานแล้ว แต่เรื่องความดีที่ทำให้คนเห็น อันนี้เป็นอีกข้อนึงที่ผมได้มา การทำความดีมันยาก แต่ทำไปทุกอย่างมันออกมาให้เราเห็นเอง ผมก็เลยทำต่อไปเรื่อยๆ พระองค์ท่านทรงเป็นอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเรื่องดนตรี กีฬา แทบจะทุกเรื่องเลยพระองค์ท่านทำเป็นหมด ผมก็ยังคิดในใจว่าทำไมพระองค์ท่านทรงเก่งขนาดนี้”

คำว่า “ความดี” ในความคิดอาร์ตหมายถึงอะไร?
“ความดีคือการทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คนอื่นมีความสุขและไม่เราเดือดร้อน แต่ถ้าทำให้คนอื่นมีความสุขแล้วเดือดร้อนก็ไม่ใช่ความดี ยกตัวอย่างง่ายๆในหลวง รัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านทำโครงการแก้มลิงทำไม เพราะพระองค์ท่านไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่พระองค์ท่านทำเพื่อคนไทยไม่ให้น้ำท่วม พระองค์ท่านขึ้นไปบนเขาทำไม ก็เพื่อให้คนที่นั่นมีอาชีพ เลี้ยงตัวเองได้ และถ้าคุณคิดดีๆพระองค์ท่านขึ้นไปบนเขาเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ซึ่งมันลำบากมากๆเพราะขนาดปัจจุบัน “ดอยปู่หมื่น” ที่ผมเพิ่งไปมายังลำบากเลย แต่พระองค์ท่านไปนั่นแหละคือความดี คือการทำให้คนอื่นมีความสุข ที่สำคัญเราเองก็ต้องไม่เดือดร้อนและสบายใจครับ”

การทำความดีเพื่อผู้อื่น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ใหญ่โต ขอแค่เราทำให้เขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยเจตนาที่ดี ก็ถือเป็นความดีที่ดีมากๆแล้ว

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิรันดร์
“เดลินิวส์ออนไลน์”
................................

คอลัมน์ : Talk Online 
โดย : "สมคิด แซ่คู"
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม @art_phasut888



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 279