อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

ไขข้อข้องใจ "นมแม่" บริจาคลูกคนอื่นได้หรือไม่

“นมแม่” เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก เพราะมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด โดยเฉพาะ “ภูมิคุ้มกันโรค” จากแม่ที่จะถ่ายทอดสู่ลูก ในช่วงที่เจ้าตัวเล็กยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้เอง อาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม 2561 เวลา 07.30 น.

นมแม่” เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก เพราะมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด โดยเฉพาะ “ภูมิคุ้มกันโรค” จากแม่ที่จะถ่ายทอดสู่ลูก ในช่วงที่เจ้าตัวเล็กยังไม่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้เองยิ่งถ้าหากคุณแม่ได้ให้นมลูกจากเต้าโดยตรงแล้วนั้นจะยิ่งเป็นการสร้างสายใยรักระหว่างกันและกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยมีคำแนะนำว่าควรให้ลูกได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นก็กินนมแม่กับอาหารตามวัยไปอย่างน้อย 2 ปี

อย่างไรก็ตาม ด้วยภาระหน้าที่ของแต่ละครอบครัวแตกต่างกัน ปัจจุบันผู้หญิงต้องทำงานนอกบ้านมากขึ้น ในขณะที่สิทธิตามกฎหมายสามารถให้ผู้หญิงลาคลอดได้เพียง 3 เดือน ช่วงที่ได้อยู่บ้านเลี้ยงลูกจึงพยายามปั๊มน้ำนมเก็บเอาไว้ แต่ด้วยความที่อาจจะมากเกินไป จึงพบว่ามีการประกาศ “บริจาคน้ำนม” ด้วยเช่นกัน

ซึ่งกรณีดังกล่าวแม้จะเป็นเจตนาที่ดี แต่ถ้าในมุมมองทางการแพทย์แล้วเป็นเรื่องที่ “ไม่แนะนำ” ให้ทำกันเอง โดยเหตุผลนั้น .นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า “น้ำนมแม่” จัดเป็นสารคัดหลั่งที่สามารถแพร่โรคจากคนหนึ่งไปคนหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อวัวบ้าโดยเฉพาะ “ไวรัสเอชไอวี”



ระหว่างปั๊มนมอาจจะมีบาดแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีเลือดซึมออกมาก็ได้” จึงมีโอกาสถ่ายทอดโรคได้

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน “การบริจาคนมแม่” ก็ยังคงมีอยู่ เพื่อนำไปให้กับเด็กที่มีความจำเป็นได้รับนมแม่ แต่แม่ของทารกนั้นไม่สามารถให้นมลูกได้ เช่น เด็กที่คลอดก่อนกำหนดตัวเล็กๆ เด็กที่มีความผิดปกติในโรคทางเดินอาหาร แต่ย้ำว่า “นมแม่” ที่นำมาให้เด็กเหล่านี้กินนั้นจะต้องมาจาก “ธนาคาร นมแม่”

ทั้งนี้ “ธนาคารนมแม่” จะมีการคัดกรองแม่ที่จะบริจาคนม มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ว่าคุณแม่คนดังกล่าวไม่มีการติดเชื้อโรค ไม่มีการใช้ยาบางตัว ตลอดจนไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถ้ากระบวนการนี้ผ่านสามารถเก็บน้ำนมได้แล้วก็ยังต้องนำน้ำนมนั้นมาเข้ากระบวนการกำจัดเชื้อโรคอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าได้น้ำนมที่มีคุณภาพสำหรับทารกจริง ๆ



.นพ.ยง บอกว่า จากเหตุผลดังกล่าว จึงอยากแนะนำคุณแม่ที่กำลังอยู่ในช่วงของการให้นมบุตร เน้นเรื่องการบำรุงตัวเองเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอ พยายามกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายมีสารอาหารที่เพียงพอสำหรับทั้งคุณแม่ และคุณลูก

ถ้าจำเป็นต้องปั๊มนมไว้ให้ลูกเราก็คำนวณให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไป เพราะนอกจากจะไม่ควรบริจาคแล้ว ยังเป็นการสูญเสียเวลาในการได้อุ้ม ได้สัมผัสลูกไปช่วงหนึ่ง ขอให้ทุกอย่างอยู่บนทางสายกลาง ซึ่งจะดีที่สุด.

-----------------------------
อภิวรรณ เสาเวียง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    73%
  • ไม่เห็นด้วย
    27%

บอกต่อ : 30