อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

​​​​​​​รู้จัก'น้องแซลมอน'วัย4ขวบ แชมป์หนูน้อยนักเล่านิทาน

สัปดาห์นี้ตามไปสัมภาษณ์ครอบครัวแชมป์นักเล่านิทานตัวน้อย ที่ทำงานเป็นทีมทั้งครอบครัว “พ่อ-แม่” เสริมพลังบวกให้ “น้องแซลมอน” เด็กวัยเพียง 4 ขวบทำสำเร็จได้เอง จันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


ผมเป็นกรรมการตัดสินรอบแรกของโครงการประกวดหนูน้อยนักเล่านิทาน พอทราบผลว่าแชมป์ของรุ่น 4-6 ขวบ เป็นเด็กผู้หญิงอายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น ชื่อ ..ขวัญตะวัน กีรติเสริมสิน หรือ “น้องแซลมอน” ได้รางวัลชนะเลิศโครงการลับสมองประลองปัญญาสรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน ครั้งที่ 13 รับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระเทพพระรัตน์ราชสุดาสยามบรมราชกุมารี

ผมเพิ่งเชิญน้องแซลมอนไปเล่านิทานในโครงการ “นิทาน-ดนตรี-ศิลปะ สำหรับเด็ก ครั้งที่ 1” ที่หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ทุกคนที่ได้ฟังต่างชื่นชมและทึ่งกับความสามารถเกินอายุของน้องแซลมอนกันทั้งนั้น ผมจึงขออนุญาตนัดสัมภาษณ์ครอบครัวน้องแซลมอน เพราะอยากทราบว่าคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นแชมป์นักเล่านิทานได้ นอกจาก พ่อโจ้-คุณพิรุณ กีรติเสริมสิน และ แม่ปุ๋ย-คุณนิตยา กีรติเสริมสิน จะมาบอกเคล็ดลับการฝึกลูกให้เป็นนักเล่านิทานแบบไม่มีกั๊กแล้ว ยังมีเรื่องที่ต้องแปลกใจมากๆ ว่าแชมป์ตัวน้อยของเราคนนี้เคยติดหน้าจอแท็บเล็ตและมือถือมาก่อน ผมสนใจเรื่องการเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กที่ติดมือถือให้กลายเป็นชอบฟังและชอบเล่านิทานได้อย่างไร มาฟังเทคนิคของพ่อโจ้และแม่ปุ๋ยกันดีกว่าครับ



น้าเมฆ : ก่อนอื่นผมสนใจตั้งแต่ชื่อ “แซลมอน” แล้วว่าทำไมถึงเป็นชื่อนี้ครับ
แม่ปุ๋ย : ตอนท้อง ใครบอกว่าอะไรดีต่อลูกเราก็จะกินค่ะ บอกว่ากินปลาแล้วดี ปุ๋ยก็กิน และปลาที่กินบ่อยที่สุดคือ ปลาแซลมอนค่ะ
พ่อโจ้ : เราคุยกันว่าอยากได้ชื่อที่ฟังแล้วจำได้เลย ไม่ว่าจะเป็นชื่อจริงหรือชื่อเล่น อย่างชื่อจริงชื่อว่า ขวัญตะวัน ก็ฟังง่ายจำง่าย พอชื่อ แซลมอน ก็ไม่เหมือนใครและจำง่าย ทั้งคนไทยและคนฝรั่งก็เรียกชื่อได้ถูกต้อง
น้าเมฆ : ขอเรียนถามคุณพ่อคุณแม่ทำงานอะไรครับ
แม่ปุ๋ย : ปุ๋ยเป็นนักข่าวค่ะ
พ่อโจ้ : ผมทำธุรกิจค้าขายครับ
น้าเมฆ : แล้วทราบข่าวได้อย่างไรว่ามีการโครงการประกวดหนูน้อยนักเล่านิทานครับ โรงเรียนแจ้งมาหรือเปล่าครับ
แม่ปุ๋ย : คุณแม่สมัครให้เองเลยค่ะ แซลมอนเป็นเด็กคนเดียวของรร.กรุงเทพพิทยาที่ไปประกวด ปุ๋ยชอบโครงการนี้ตั้งแต่ปุ๋ยยังไม่มีลูก (เสริมว่าตอนนั้นยังไม่ได้เจอคุณพ่อของลูกด้วยซ้ำ) ปุ๋ยเคยทำข่าวของโครงการประกวดหนูน้อยนักเล่านิทานที่ TK park ได้เห็นว่าเด็กตัวเล็กๆ เล่านิทานกันเก่งจัง ถ้ามีลูกอยากให้มาประกวดเล่านิทานที่โครงการนี้ พอแซลมอนเกิดก็รอให้ถึง 4 ขวบเข้าเกณฑ์ในการประกวดได้



น้าเมฆ : แล้วใครเป็นคนช่วยสอนการเล่านิทาน ทางบ้านหรือทางโรงเรียนครับ (แม่ปุ๋ยชี้ไปทางคุณพ่อโจ้)
พ่อโจ้ : ผมสอนเองครับ ปกติทางโรงเรียนจะมีคุณครูคอยเล่านิทานในห้องอยู่แล้ว แต่ช่วงก่อนแข่งที่โรงเรียนเปิดโอกาสให้แซลมอนออกไปเล่านิทานให้เด็กๆ ในโรงเรียนฟัง แต่ถ้าเริ่มตั้งแต่ต้นผมจะเป็นคนสอนเอง โดยปกติแล้วแซลมอนจะให้ผมเล่านิทานให้ฟังทุกวัน วันละ 3-5 เล่ม วันที่เปิดโครงการประกวด ป้าโน (คุณสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน) บอกเคล็ดลับอะไร คุณแม่อัดเสียงเก็บไว้หมด เช่น เลือกนิทานที่เด็กชอบ ท่าทางการเล่าเป็นธรรมชาติ ฯลฯ
น้าเมฆ : แล้วเริ่มฝึกซ้อมยังไงบ้างครับ
พ่อโจ้ : เมื่อได้แนวทางการประกวดมาแล้ว เดิมที่บ้านก็มีนิทานอยู่บ้าง แต่ผมก็ไปซื้อมาเพิ่มเติม แล้วเริ่มต้นก็อ่านให้ลูกฟัง ดูว่าลูกชอบเรื่องไหนเป็นพิเศษ จากเดิมที่ผมเล่านิทานให้ฟัง คราวนี้ลองให้ลูกเล่าให้พ่อฟังบ้าง วันละ 2 เรื่อง จะเลือกเวลาไหนก็ได้ไม่บังคับ ขอให้แซลมอนอารมณ์ดีๆ แล้วมาเล่าให้พ่อฟังสัก 10-15 นาที ช่วงแรกทำเพียงแค่นี้ แต่ทำทุกวันสม่ำเสมอ



น้าเมฆ : เรื่องแรกที่น้องแซลมอนเลือกไปประกวดเล่านิทานชื่อเรื่องอะไรครับ
แม่ปุ๋ย : นิทานเรื่อง “ช่วยได้ ให้ได้” ของลุงตุ๊บปองค่ะ เนื้อเรื่องเป็นคำกลอน มีเสียงสูงต่ำ เนื้อหาที่ลูกช่วยคุณพ่อคุณแม่ทำงานบ้าน แซลมอนชอบเรื่องนี้ ประกวดรอบแรกก็ไม่นึกถึงผลการแข่งขันด้วยว่าจะผ่านเข้ารอบหรือไม่ แค่ลูกทำได้ก็ดีใจแล้ว
พ่อโจ้ : พอรู้ว่าผ่านรอบแรกได้ เราเห็นเพื่อนๆ และรุ่นพี่ที่เล่านิทานแต่ละคนก็เก่งๆ ทั้งนั้น จึงต้องวางแผนการฝึกซ้อมให้มากขึ้นกว่าเดิม ผมแบ่งเป็น 3 ขั้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ผมบอกแซลมอนว่า ถ้าแซลมอนจำเรื่องได้ทั้งหมด แสดงว่า Good แปลว่าดี แต่ถ้าอยากให้มากกว่าดี เรียกว่า Better ต้องออกเสียงให้ชัดและถูกต้อง และถ้ายังทำได้อีก ก็จะไปขั้น Best นั่นคือดีที่สุด ต้องมีการแสดงท่าทางให้น่าสนใจด้วย
แม่ปุ๋ย : ปุ๋ยจะเน้นให้ลูกออกเสียงให้ชัดและถูกต้อง เพราะเห็นเด็กบางคนเปิดดูพวกนิทานใน youtube แล้วมีการเล่านิทานโดยใช้การลากเสียง ปุ๋ยรู้สึกว่าไม่ใช่ ต้องเล่าให้เป็นธรรมชาติและออกเสียงที่ถูกต้อง แนะนำตัวต้องกระชับไม่เยิ่นเย้อ เราอาจจะเป็นนักข่าว เลยเน้นเรื่องตรงนี้เยอะ ส่วนพ่อโจ้ก็จะเน้นเรื่องของภาษากาย การแสดงท่าทาง
น้าเมฆ : นี่ทำงานกันเป็นทีมเลยนะครับ
พ่อโจ้ : พอเข้ารอบที่ 2 คุณแม่เห็นเด็กๆ คนอื่นใช้ท่าทางเยอะ เลยมาปรึกษาผมว่า ให้ลูกไปเรียนการแสดงดีไหม แต่ผมบอกว่าอย่าเลย ให้ลูกทำท่าตามที่เขาคิด ผมสอนให้เองดีกว่า แล้วเวลาผมสอน ยกตัวอย่างเช่นร้องไห้ ผมก็จะทำท่าร้องไห้แบบมีน้ำตาออกมา เพราะเราคิดแบบผู้ใหญ่ แต่พอแซลมอนทำ เขาจะทำอีกแบบ ซึ่งทำออกมาแล้วน่ารักดี ก็ให้เขาทำตามท่าที่เขาคิดแล้วประยุกต์ไปใช้เอง
น้าเมฆ : ถูกต้องแล้วครับ ผมขอพูดในฐานะกรรมการ การใช้คำและท่าทางอย่าประดิษฐ์เยอะ ให้เป็นธรรมชาติของเด็กดีที่สุดครับ แล้วคุณพ่อคุณแม่มีเคล็ดลับอย่างไรให้ลูกมีความมั่นใจ สามารถยืนเล่านิทานต่อหน้าคนเยอะๆ ได้ ปกติน้องแซลมอนเป็นเด็กที่กล้าแสดงออกอยู่แล้วไหมครับ
แม่ปุ๋ย : ไม่เลยค่ะ แซลมอนจะกล้าเฉพาะเวลาอยู่ในบ้าน แต่ถ้าอยู่โรงเรียนเขาจะเป็นเด็กเงียบๆ เวลาคุณครูจะหาเด็กออกไปประกวดหรือไปเต้นรำ แซลมอนมักจะไม่ถูกเลือก เพราะจะค่อนข้างขี้อาย แต่หลังจากแซลมอนได้แชมป์นักเล่านิทาน คุณครูทราบข่าวก็ถามย้ำหลายรอบว่าแซลมอนทำได้จริงๆ เหรอ
พ่อโจ้ : ผมพยายามเสริมพลังบวกให้ลูกครับ ให้ความมั่นใจ ผมว่าอันนี้เป็นกุญแจสำคัญในการสอนลูก ผมจะไม่กดดัน ไม่บังคับ วันไหนลูกทำได้ก็จะชมเขาและให้กำลังใจตลอดว่า “หนูทำได้” พอรู้ว่าลูกเริ่มเหนื่อยและเครียดก็จะให้หยุดพักก่อน แล้วบ้านเราจะไม่พูดถึงรางวัลเลย แค่อยากให้ลูกไปเล่านิทานให้ดีที่สุดก็พอ
แม่ปุ๋ย : ก่อนจะขึ้นเวที ปุ๋ยก็จะกอดลูกส่งพลังให้กับลูก




น้าเมฆ : พอเข้ารอบ 2 น้องแซลมอนเลือกนิทานเล่มไหนไปเล่าครับ
พ่อโจ้ : เห็นกรรมการบอกว่ารอบนี้ไม่อยากให้เป็นนิทานคำกลอน อยากให้เด็กๆ เล่าเป็นประโยค ตอนแรกผมคิดว่าอยากได้นิทานเด่นๆ แปลกๆ จะได้แตกต่างจากคนอื่น แต่ฟังคำแนะนำจากกรรมการแล้ว นิทานที่เล่าควรเป็นนิทานที่ลูกชอบและเหมาะสมกับวัยของเด็ก แซลมอนชอบนิทานเกี่ยวกับไดโนเสาร์ชื่อว่า “บึ้กซ่าขี้โมโห” ผมเห็นลูกชอบแนวนี้ เลยไปซื้อนิทานไดโนเสาร์เล่มอื่นมาครบชุด แต่สุดท้ายลูกก็เลือกเล่มเดิม นิทานเรื่องนี้เนื้อเรื่องค่อนข้างยาว บางทีผมเล่าให้เขาฟัง แกล้งเติมคำหรือตกคำไปบ้าง ลูกรู้รีบทักทันทีว่าคำนั้นหายไป แสดงว่าเขาจำเนื้อเรื่องได้ทั้งหมดจริงๆ
น้าเมฆ : เรื่องนี้น้องเคยนำไปเล่าที่หอศิลป์ราชดำเนิน นิทานเรื่องยาวมากนะครับ เล่าได้จนจบเลยครับ หลังจากแซลมอนได้แชมป์เล่านิทานแล้ว มีความเปลี่ยนแปลงกับตัวน้องบ้างมั้ยครับ
แม่ปุ๋ย : มีหลายรายการเชิญให้ไปเล่านิทาน หรือที่โรงเรียน แซลมอนก็จะได้ไปทัวร์เล่านิทานตามห้องต่างๆ ให้เพื่อนๆ และน้องๆ ฟัง เล่าจนเสียงแหบเลยค่ะ เห็นได้ชัดว่าลูกมีความมั่นใจมากขึ้น กล้าขึ้นเวที จนคุณครูก็ทักว่าไม่เหมือนกับสมัยที่เป็นเด็กเงียบๆ แต่ดีใจที่สุดคือ ลูกไม่ติดพวกการ์ตูนบนแท็บเล็ตอีกเลย
น้าเมฆ : แสดงว่าแซลมอนเคยติดหน้าจอมาก่อน
แม่ปุ๋ย : ใช่ค่ะ ตอนแซลมอนเล็กๆ เวลาเรากำลังยุ่ง เช่น ทำงานบ้าน ก็จะยื่นแท็บเล็ตให้ไป เขาก็จะนิ่งได้ นั่งดูพวกการ์ตูนสอนภาษาอังกฤษไป ตอนแรกก็คิดว่าดี เพราะลูกได้คำศัพท์ภาษาอังกฤษไปด้วย หรือบางทีต้องฝากอากงช่วยเลี้ยง เพราะเราต้องออกไปทำงาน อากงท่านก็อายุมากแล้ว ดูหลานทั้งวันไม่ไหว ก็ให้พวกมือถือ แท็บเล็ตช่วยเลี้ยงแทน
น้าเมฆ : แล้วมีจุดเปลี่ยนได้อย่างไรครับ ไม่ง่ายนะครับจากติดหน้าจอเป็นฟังนิทาน
แม่ปุ๋ย : ถ้าทางร่างกาย สังเกตชัดมากเพราะลูกดูหน้าจอทั้งวันจนตาบวม กะพริบตาถี่ ด้านจิตใจ พอจะให้เลิกไม่ยอมเลิก พอจะขอคืนไม่ยอมให้คืน จะงอแงไม่พอใจ เราเองก็กลัวลูกจะสมาธิสั้นด้วย เลยปรึกษากับคุณพ่อว่าเราต้องแกะลูกออกมาจากหน้าจอให้ได้ จึงเริ่มใช้นิทาน โดยให้คุณพ่อเล่านิทานให้แซลมอนฟัง ทุกวันนี้ลูกไม่สนใจแท็บเล็ตอีกเลย นานๆ ทีจะขอดูรูปที่ถ่ายไว้สักครั้ง
น้าเมฆ : แล้วคนรอบข้างภายในครอบครัวล่ะครับ
แม่ปุ๋ย : จากที่อากงเคยยื่นมือถือให้ ตอนนี้อากงกลายเป็นยื่นนิทานและชวนหลานให้มาฟังนิทาน อากงสามารถบอกชื่อนิทานที่แซลมอนเล่าได้ทุกเรื่อง หรืออย่างน้องชายพ่อโจ้ เวลามาเยี่ยมหลานๆ ก็จะมีนิทานมาเล่าให้ฟัง กลายเป็นขวัญใจของแซลมอนและทูน่า (น้องสาวของแซลมอน) ไปเลย ส่วนคนเล็กก็จะมีนิทานติดมือและจำชื่อนิทานที่พี่เล่าได้ด้วย

ผมดีใจมากที่ได้สัมภาษณ์ครอบครัวของแชมป์นักเล่านิทานตัวน้อย จะเห็นถึงความอบอุ่น ทำงานเป็นทีมทั้งครอบครัว เสริมพลังบวกให้กับลูกจนในที่สุดลูกทำสำเร็จได้เอง แม่ปุ๋ยบอกว่า ถ้าครอบครัวไหนอยากจะติดต่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนิทาน แม่ปุ๋ยยินดีมากๆ นะครับ จึงขอทิ้งอีเมลไว้ให้ nittayakeeratisermsin@gmail.com แม่ปุ๋ยยินดีพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ทุกๆ ท่านครับ
สุดท้ายนี้ ผมขอฝากลีลาการเล่านิทานของน้องแซลมอนไว้ให้ชมด้วยครับ.
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย น้าเมฆ”
www.facebook.com/cloudbookfanpage



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 605