อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

กรณีไม้พะยูงกว่าถั่วจะสุก มัวลังเลงาก็ไหม้หมดแล้ว

สัปดาห์นี้พาไปส่องนโยบายกระทรวง ทส. จะเอาจริงเอาจังกับการอนุรักษ์ไม้พะยูงและไม้มีค่าหายากแค่ไหน เพื่อไม่ให้สูญเสียไปอีกแม้แต่ต้นเดียว พุธที่ 17 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00 น.


เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวว่า พล.อ.สุรศักดิ์  กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ให้นโยบายและสั่งการให้บูรณาการร่วมทุกภาคส่วนช่วยกันขยายผล กรณีพบว่ามีขบวนการลักลอบตัดไม้ข้ามชาติด้วยการตัดไม้ในประเทศไทย โดยอ้างเป็นไม้ในกรรมสิทธิ์ที่ดิน แล้วลักลอบนำไปขายต่างประเทศ พบว่าทำความเสียหายต่อทรัพยากรป่าไม้ในประเทศอย่างหนัก ให้ดำเนินการกับขบวนนี้ให้ถึงที่สุ และหากมีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ให้ดำเนินการลงโทษตามระเบียบ

ในกรณีที่พบที่พื้นที่จ.สุรินทร์ ได้มีการย้ายเจ้าหน้าที่ จำนวน 3 นาย ภายหลังมีข้อมูลว่าปล่อยปละละเลยให้มีการตัดไม้ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ และกำลังมีการขยายผลเอาผิดกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกต่อไป

ประเทศไทยมีขบวนการลักลอบตัดไม้เพื่อส่งขายต่างประเทศ เป็นขบวนการที่ใหญ่โตมาก มีอิทธิพลทั้งทางด้านการเงินและด้านอื่นๆ ส่งขายต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวเป็นคราวมาอย่างยาวนาน เริ่มต้นที่ “ไม้พะยูง” ซึ่งเป็นที่ต้องการของบางประเทศ เพราะเชื่อว่าเป็นไม้มงคล เหมาะที่จะทำกรอบรูป ฝาบ้าน หรือใช้ตกแต่งบ้านเรือน จนแทบไม่เหลือไม้พะยูงอยู่ในประเทศอีกเลย



จนมีรับสั่งจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ด้วยความห่วงใยเรื่องนี้ถึง 2 ครั้ง ให้ช่วยกันอนุรักษ์ไม้พะยูงเอาไว้ แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งได้ และการลักลอบตัดไม้จากไม้พะยูง ก็ยังลามมาถึงไม้ชนิดอื่นๆ เช่น ไม้ชิงชัน ประดู่ ไม้มะค่าโมง และอื่นๆ

ขบวนการตัดไม้ส่งขายต่างประเทศ กระทำกันหลายหน่วยงาน ไม่ใช่เพียงหน่วยงานในกระทรวง ทส. จะกระทำได้โดยลำพัง ที่ผ่านมาเคยมีข่าวว่าเจ้าหน้าที่ของบางหน่วยงานร่วม รวมตัวกันเป็นขบวนการใหญ่โต มูลค่าความเสียหายมากมาย จนยากที่จะขจัดลงได้อย่างง่ายๆ

แปลกใจว่าทำไม รมต. ทส. จึงเพิ่งมารู้ และแปลกใจว่าเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทส. สามารถปกปิดเรื่องนี้ได้อย่างมิดชิด ไม่แพร่งพรายใดๆให้ รัฐมนตรี ทส. ได้รับรู้มาก่อนเลยหรือ จึงได้เพิ่งสั่งการเอาจริงเอาจังเมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้สัมภาษณ์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ต.ค.57 ว่ากรณีการป้องกันการลักลอบตัดไม้พะยูง จนมีการปะทะกันบ่อยๆ อาจต้องใช้วิธีการเจรจาพูดคุยกับประเทศกัมพูชา

จากกรณีขบวนการลักลอบตัดไม้ส่งออกต่างประเทศ และกรณี รมต. ทส.ประกาศจะจริงจังกับกรณีนี้

1. เห็นด้วยกับ รมต. ทส. ที่จะเอาจริงเอาจังกับการจัดการขบวนการนี้ ขอให้ดำเนินการอย่าได้เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรม อย่ากลัวลูบหน้าปะจมูก ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด ให้โยกย้ายก่อนทันที โดยการย้าย 5 เสือก่อน เหมือนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ย้าย 5 เสือโรงพักในทันทีเมื่อมีคดีที่เจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการกระทำผิด ส่วนของกระทรวง ทส.นั้น ก็ควรย้ายหัวหน้าหน่วยงาน เช่นหัวหน้าอุทยาน ผู้ช่วย หัวหน้าฝ่ายป้องกันปราบปราม หัวหน้าหน่วยพิทักษ์นั้นๆ ไว้ก่อน และหากพบการกระทำผิดให้ลงโทษอย่างจริงจัง

2. เห็นว่าควรเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านทั้งกัมพูชา ลาว เพื่อขอความร่วมมือในการป้องกันปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูง ตลอดจนเจรจากับประเทศที่ต้องการและสั่งซื้อ คือ จีน เวียดนาม เพื่อให้ได้รับทราบถึงปัญหาของบ้านเราในขณะนี้



3. เห็นว่าควรตรวจสอบไม้ของกลางในทุกคดี โดยเฉพาะคดีไม้พะยูง ซึ่งมีร่วม 10,000 คดี เพราะอาจเป็นส่วนหนึ่งของการลักลอบตัดไม้พะยูง และควรใช้หน่วยทหารเข้ามาตรวจสอบแทน ซึ่งขณะนี้ให้ส่วนราชการเดียวกันดำเนินการตรวจสอบกันเอง น่าจะไม่ได้ผล เพราะขาดความจริงจัง ไม่ตรงไปตรงมา อาจมีการร่วมด้วยช่วยกัน ร่วมกันปกปิด หรือมีการหาประโยชน์จากไม้ของกลาง

4. เห็นควรเลือกหน่วยงานนำร่อง และเป็นโมเดลแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง โดยขอให้เลือกหน่วยงานขนาดใหญ่ที่มีคนและมีงบประมาณจำนวนมาก ทั้งงบปกติและงบพิเศษ คืองบจากเงินรายได้ของอุทยานฯ เช่น อุทยานฯ ทับลาน หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ซึ่งดูแลป่ารอยต่อ 5 จังหวัดของภาคตะวันออก ว่ามีประสิทธิภาพสามารถป้องกันปราบปรามได้มากน้อยแค่ไหน และไม้ของกลางอยู่ครบถ้วนหรือไม่ เพื่อเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานอื่น และให้ตรวจสอบการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเข้มข้นกับหน่วยงานนำร่องดังกล่าว

5. เห็นควรให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณ ทั้งที่เป็นงบปกติและงบรายได้อุทยานฯ ย้อนหลัง 10 ปี ที่นำไปใช้ในการป้องกันปราบปรามไม้พะยูง ว่าเกิดประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน หรือมีการทุจริตหรือไม่ ทำไมการป้องกันปราบปราบจึงไม่ประสบผลสำเร็จ ทั้งๆ ที่ทราบว่าใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาแล้ว

แม้จะมาช้า แต่ก็ดีกว่าไม่มา จึงขอให้รัฐบาล และรมต. ทส. ได้มีนโยบายที่ชัดเจน และเอาจริงเอาจังที่จะอนุรักษ์ไม้พะยูงและไม้มีค่าหายากเหล่านี้ ไม่ให้สูญเสียไปอีกแม้แต่ต้นเดียว และเร่งระดมฟื้นฟูปลูกไม้เหล่านี้ให้ทั่วทั้งแผ่นดิน เพื่อให้เป็นไปตามรับสั่งครับ.
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์” 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 135