อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561

โลกที่กว้างใหญ่ของสุนัข ในกะลาแลนด์(ตอนที่1)

สัปดาห์นี้พักเรื่องโรงพัก มาฟังเรื่องราวของสุนัขกันบ้าง “ไอ้ม่อน-ไอ้เคน-อีขาม” แต่โลกของสัตว์ 4 ขาจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามกัน พุธที่ 17 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


“ไอ้ม่อน” เป็นสุนัขเพศผู้ สีน้ำตาล มันคือผู้ยิ่งใหญ่ในซอย 20 ด้วยรูปร่างที่ใหญ่ ขนปุกปุยและการเกิดมาบนถนนของซอยนี้อย่างยาวนานกว่า 5 ปี เสียงครางดุของมันสยบทั้งคนและสุนัขตัวอื่นในซอยแห่งนี้

สุนัขตัวใดที่หลุดเข้ามาในซอยนี้ หรือบังอาจฉี่เสาไฟอย่างอุกอาจ ไอ้ม่อนจะเห่าคำรามสะกดสุนัขต่างถิ่นจนหงอ แล้ววิ่งหางจุกตูดกลับซอย ใครๆ ต่างก็รู้ว่ามันคือผู้มีอำนาจ สั่งให้หมาตัวไหนฉี่หรือไม่ฉี่ตรงไหนได้ เสียงหอนของมันคือการคำรามที่สุนัขทุกตัวต้องน้อมรับ และหอนตาม



“ไอ้เคน” เป็นสุนัขเพศผู้ หูตูบ สีน้ำผึ้งมันกำเนิดมาบนซอยแห่งนี้ได้ 2 ปีแล้ว ร่างของมันใหญ่ตามวัยที่ฉกรรจ์และหนุ่มแน่น มันมีน้องตามมาชื่อ “อีขาม” เพศเมีย สีดำ ตั้งแต่จำความได้ มันโลดแล่นบนถนนแห่งนี้อย่างขลาดกลัวตามประสาสุนัขเยาว์วัย โลกของมันมีเพียงพื้นที่หน้าบ้านและห่างออกไปอีก 4-5 หลังเท่านั้น เลยจากนั้นไปมันเคยวิ่งไปกับน้อง แล้วต้องแจ้นวิ่งกลับ เพราะเสียงขู่คำรามของสุนัขหลายตัว มันกลัวอย่างถึงที่สุด มันไม่รู้ว่าเสียงขู่นั้นมาจากไหน แต่มันสั่นประสาทเขย่าความกลัวในจิตใจจนจำฝังแน่น

ห่างออกจากบ้านเคนไปทางซ้าย มันจำได้เสมอว่าเป็นบ้านของม่อน ทุกครั้งที่เจอหน้า ยามเยาว์เคนและขามจะพยายามไปเล่นหูเล่นหน้ากับม่อน แต่เสียงขู่ครางออกจากลำคอ พลันเหมือนเสียงปีศาจ ทำเอา 2 พี่น้องต้องหางจุกตูดวิ่งเข้าบ้านเป็นประจำเสมอ โลกของมันจึงหดแคบเป็นกะลาครอบไว้ เหนือจากกะลาคือความไพศาลที่ขับแน่นด้วยความกลัว ทุกอาณาเขตล้วนมีเจ้าของและผู้จับจอง บ้านของมันจึงเป็นที่เดียวที่ทำให้รู้สึกสงบและมีความสุข ซ่อนเร้นจากภัยต่างๆ นานา

ม่อนจำได้เสมอว่า ยามเยาว์รู้สึกว่าโลกแคบเหลือเกิน ห่างไกลออกไปมีแต่เสียงขู่คำรามสารพัดสุนัข ครั้งหนึ่งเจ้าของเคยพาไปฉีดยากลางลานหมู่บ้าน มันแทบทรุดและฉี่แตกราดพื้น รายรอบแน่นด้วยสุนัขสารพัดชนิดหลากหลายสายพันธ์ แต่ละตัวใหญ่และคำรามเสียงดังเหลือเกิน มันกลัวจนแข้งขาเปลี้ยแรง ต้องพิงร่างเจ้าของไว้ จะก้าวขาแต่ละทีลำบากต้องเรียกแรงเหลือเกิน จนเจ้าของต้องอุ้มไปฉีดยา “หมามันเยอะ คงจะกลัวนะ” มีใครเคยบอกไว้



แต่กินเวลาไม่กี่ปี มันเติบใหญ่ขึ้น เรี่ยวแรงเพิ่มขึ้น ความกลัวในครั้งนั้นเริ่มจางหาย ครั้งหนึ่งมันหมายตาสุนัขเพศเมียซอย 18 ไว้ มันไปเฝ้าในฤดูติดสัด หน้าบ้านมีสุนัขหลายตัวเฝ้าอยู่ แต่ละตัวคำรามเสียงดังก้อง จนมันสั่นไหวอยากแล่นกลับบ้าน แต่อีกด้านหัวใจก็สั่งการให้มันสู้ ไอ้ม่อนแข็งขืนและขู่คำรามกลับ

เสียงขู่เป็นสัญญาณถึงสุนัขตัวอื่นว่า มันไม่กลัว แต่ละตัวจึงลุกยืนมาประจันหน้ากับมัน สิ่งที่มันทำคือการท้าทายผู้มาก่อน ผู้ใหญ่ม่อนมันรู้สึกถึงแรงอาฆาตและพยาบาทจากอีกฝ่ายที่มีหลายตัวเป็นฝูง มันรู้ดีว่าทางรอดของมันมีเพียง 2 ทางคือ หนีกลับอย่างไร้ศักดิ์ศรี หรือไร้โอกาสได้เชยชมสุนัขเพศเมียในบ้านหลังดังกล่าวอีก หรือจะสู้แม้จะสาหัสเจ็บปวด แต่ก็ถือว่าได้สู้สมชาติสุนัข

หากการต่อสู้คือการวัดว่าใครจะได้ร่วมเสพสังวาสกับตัวเมีย มันก็พร้อมจะสู้ใครหลายคนในหมู่บ้านกระซิบว่า ไอ้ม่อนหยัดยืนจัดการสุนัขที่รุมล้อม เลือดนองเต็มพื้น เสียงต่อสู้ดังก้องไปหลาย  



เช้าตะวันส่องแสง หลังจากการต่อสู้อย่างยาวนานใต้แสงจันทร์ ม่อนเป็นผู้ชนะสุนัขตัวอื่นๆ เสียงหอนของมันตอนใกล้รุ่งสางส่งความสะพรึงและประกาศกร้าวแล้วว่า ในหมู่บ้านแห่งนี้มันคืออันดับ 1 ผู้ยิ่งใหญ่ที่เอาชนะผู้มาก่อนทุกตัว และจะเป็นตัวขีดกฎเกณฑ์ทั้งมวลเอง

ไอ้เคนเคยปะทะกับม่อนครั้งหนึ่ง ตอนนั้นมันเผอเรอไปฉี่ใส่หน้าประตูบ้านของม่อน ตามประสาวัยคะนอง ม่อนเดินย่างออกมาอย่างมีบารมี เสียงขู่ครางออกจากลำคอ ทำเอาเคนชะงัก และม่อนวิ่งตรงดิ่งมาเผชิญหน้าเคน จึงทำได้แค่ก้มหัวและลำตัวราบไปกับพื้น แสดงถึงการยอมพ่ายแพ้

สายตาของม่อนที่จ้องลึกไปในตาเคน แปรเปลี่ยนจากความโกรธที่ถูกหยามเป็นความพอใจ มันจึงเดินกลับบ้าน แต่เคนรู้สึกเจ็บปวด มันไม่เข้าใจว่าทำไมมันต้องกลัวม่อน ทั้งๆ ที่ถนนในซอยนี้ก็เป็นสิทธิ์ของสุนัขทุกตัวที่จะฉี่หรือโลดแล่นไปในที่ต่างๆ



วันหนึ่งเคนกับขามติดตามเจ้าของไปปากซอย แม้มันจะมีความกลัวเสียงขู่ของสุนัขหลายฝูงที่ยังติดตรึงในความทรงจำอยู่ แต่ด้วยความที่ไปกับเจ้าของ ทั้งคู่พี่น้องจึงวิ่งตามรถมอเตอร์ไซค์อย่างสนุกสนาน รถเคลื่อนผ่านบ้านหลังหนึ่ง แล้วเสียงขู่คำรามก็ดังออกมา ทั้งคู่พี่น้องชะงักแล้วรู้สึกขนพองกลัวในที่สุด มันอ้ำอึ้งอยู่ในใจต่างมองตากันไปมาว่า เราจะทำอย่างไร ระหว่างวิ่งกลับบ้าน หรือตามเจ้าของไป

สายตาของเคนมองเจ้าของที่เคลื่อนรถไปหน้าปากซอย มันอยากติดตามไปดูว่าโลกภายนอกห่างจากบ้านของมันเป็นอย่างไร แต่ติดที่เบื้องหน้ามีภัยและความกลัวของมันตั้งอยู่ เคนตั้งสติและใช้เวลาห้วงคิดนาน จนเจ้าของหันมาเรียกชื่อมัน จึงเป็นเหมือนดาบที่ฟันตัดใส่ความกลัวทั้งมวลจนขาด มันมองหน้าอีขามน้องสาว แล้วพยักหน้าให้ตามเจ้าของ แม้จะเริ่มจากความกลัว แต่เท้า 4 ข้างก็ก้าวย่างอย่างมั่นคง จวบจนมันเผชิญหน้ากับเสียงคำรามขู่อย่างจัง มันจึงหันไปมอง

แล้วทันใดความกลัวในชีวิตก็มลายหายเหมือนสายหมอกยามเจอแดด

เสียงขู่ที่ทำให้มันกลัวนั้น เป็นเสียงขู่จากสุนัขตัวเล็กๆ 4-5 ตัวเท่านั้น เคนระริกระรี้ มันกวนแหย่สุนัขในกรงบ้านหลังดังกล่าว เหล่าสุนัขเห็นท่าดังนั้น จึงขู่เห่าเสียยกใหญ่ ได้ทีเคนเห่าคำรามสวนกลับ พวกนั้นจึงหยุดเงียบกริบเป็นเป่าสาก ทำเอาเคนดีใจ แล้วชวนน้องวิ่งไปตามเจ้าของทันที
บัดนี้โลกของมันกว้างขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่กว้างถึงที่สุด...

(ยังไม่จบ…ติดตามต่อได้ในสัปดาห์ถัดไป)
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 148