อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

ชวนสาวๆ คลำเต้าหามะเร็ง เจอเร็วรักษาได้ ปล่อยช้าเสี่ยงตาย

นพ.ไนยรัฐ ระบุว่า มีคำถามว่าปัจจุบันสาวไทยมี “การทำศัลยกรรมหน้าอก” กันมากขึ้นนั้นมีผลต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมมากขึ้น เรียนว่า ยังไม่มีรายงานว่าวัสดุที่ใช้เสริมเต้านมก่อให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม แต่อย่างใด อาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561 เวลา 07.30 น.


ยังอยู่ในช่วงเดือนแห่งการรณรงค์ “ต้านภัยมะเร็งเต้านม” ซึ่งจากข้อมูลสถาบัน วิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก พบว่าในปี 2561 มีผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกสูงถึง 2,088,849 ล้านคน เสียชีวิต 626,679 ราย สถานการณ์ในประเทศไทย ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติในปี 2557 หญิงไทยป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 14,804 คน หรือ 40 คนต่อวัน และเสียชีวิต 3,455 คน หรือ 10 คนต่อวัน

ทั้งนี้ นพ.ไนยรัฐ ประสงค์สุข ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา รพ.พระมงกุฎ เกล้า บอกว่า ทั้งประเทศไทยและทั่วโลกต่างมีแนวโน้มการป่วยด้วยโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น ซึ่งสาเหตุนั้นมีการวิเคราะห์กันว่าอาจจะเพราะมีการเข้าถึงการตรวจคัดกรอง วินิจฉัยรักษาโรคดีขึ้น เลยพบผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่งมีข้อดีคือพบผู้ป่วยในระยะเริ่มต้นมากขึ้น ซึ่งเป็นระยะที่สามารถควบคุม รักษา และโอกาสหายขาดสูงขึ้น

ส่วนปัจจัยเรื่องอาหาร ที่เพิ่มความเสี่ยงคือ ของมัน ของทอด อาหารปิ้งย่าง โดยเฉพาะที่เราเจอคนป่วยคือคนอ้วนน้ำหนักเกิน นอก จากนี้ยังสัมพันธ์กับการใช้ชีวิต ขาดการออกกำลังกาย ส่วน “นมถั่วเหลือง” ซึ่งมีการสงสัยกันเยอะว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งสูงขึ้นนั้น ตอนนี้ในทางการแพทย์ มีข้อมูลยืนยันชัดเจนแล้วว่า ไม่ได้เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งเต้านม ดังนั้นดื่มได้ ตามปกติ

การแบ่งกลุ่มโรคมะเร็งเต้านมที่มีผลต่อการพยากรณ์โรค และการเลือกการรักษา จะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ตามการย้อมติดตัวรับบนผิวก้อนมะเร็ง เช่น ตัวรับฮอร์โมน มีทั้งตัวรับเอสโตรเจน ตัวรับโปรเจสเตอโรน และตัวรับเฮอร์ 2 (Her-2) กลุ่มที่มีการพยากรณ์โรคดีส่วนใหญ่เป็นในคนอายุเยอะหลังหมดประจำเดือน ส่วนมะเร็งชนิดดุ ๆ มักเจอในผู้หญิงอายุน้อยและมักสัมพันธ์กับยีน BRCA

นพ.ไนยรัฐ ระบุว่า มีคำถามว่าปัจจุบันสาวไทยมี “การทำศัลยกรรมหน้าอก” กันมากขึ้นนั้นมีผลต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมมากขึ้น เรียนว่า ยังไม่มีรายงานว่าวัสดุที่ใช้เสริม เต้านมก่อให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม แต่อย่างใด แต่วัสดุเสริมเหล่านี้เป็นอุปสรรคของการ คัดกรอง ตรวจวินิจฉัย ไปบดบังการตรวจของ แมมโมแกรมอาจจะทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน รวมถึงการตรวจคลำก็ทำให้วิเคราะห์ลำบาก บางครั้งคลำไม่เจอก้อนเล็ก ๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เจออยู่เรื่อย ๆ

สำหรับการรักษาปัจจุบันมีวิวัฒนาการมากขึ้น การรักษาหลัก คือ “ผ่าตัด” โดยเฉพาะคนที่ป่วยระยะแรก ๆ เพราะเป้าหมายของเราคือการรักษาให้หายขาด ปัจจุบันพัฒนามาสู่ การผ่าตัดสงวนเต้า เก็บทรวดทรงที่ดี และไม่ต้องสุ่มเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้เพื่อหาการลุกลามทั้งหมด ทำให้ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดลดลง นอกจากนี้ยังมีการฉายแสง ให้ยาเคมีบำบัด

นพ.ไนยรัฐ ย้ำว่า การรู้ตัวเองเร็ว ทำให้เข้าสู่การรักษาตั้งแต่โรคยังอยู่ในระยะเริ่มต้น จะลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านม 30% โดยถ้ารักษาเมื่อโรคอยู่ในระยะที่ 1–2 อัตราการอยู่รอดที่ 5 ปีคิดเป็น 90% ระยะที่ 3 อัตราการอยู่รอด 40-60% หากพบในระยะที่ 4 อัตรารอดจะเหลือ 18-20%

ดังนั้นท่องเอาไว้เลย รู้เร็วรักษาได้ จึงขอแนะนำว่าผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไปควรตรวจ เต้านมด้วยตนเองทุกเดือน เว้นช่วงก่อน และหลังมีประจำเดือน 7 วัน เพราะเต้านมคัดตึงทำให้ตรวจลำบาก ทั้งนี้หากมีก้อนที่เต้านมหรือรักแร้ รูปร่างขนาดเต้านมเปลี่ยนแปลง มีน้ำ เลือด หรือน้ำเหลืองออกมาจากหัวนม รูปร่างหรือขนาดของหัวนมที่เปลี่ยนแปลงไป สีหรือผิวหนังบริเวณลานหัวนมที่เปลี่ยนไป เช่น รอยบุ๋ม รอยย่น อาการเจ็บผิดปกติที่เต้านมหรือรักแร้โดยเฉพาะเจ็บข้างเดียว ผิวหนังของเต้านมที่เปลี่ยนไปให้รีบมาพบแพทย์ ส่วนคนอายุ 40 ปีขึ้นไปควรรับการตรวจเอกซเรย์เต้านมทุกปี.
............................
อภิวรรณ เสาเวียง


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 24