อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2564

ตีแผ่มุมมืด "โลกโซเชี่ยล" กับ 8 เรื่องร้อนชวนท้าพิสูจน์

ตีแผ่มุมมืดของ "โลกโซเชี่ยล" (Social Syndrome) กับ 8 เรื่องร้อนชวนท้าพิสูจน์ผ่าน นักแสดงและผู้กำกับมากฝีมือ ที่จะบอกว่า "โลกโซเชียล" ก็มีมุมมืดจนต้องระวัง!! อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 น.


สำหรับหลายๆ คนแล้ว ปัจจุบันอาจจะพูดได้เต็มปากว่า สังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดีย ก็ถือเป็นอีกปัจจัยหลักในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นใช้ในการพูดคุยสื่อสารกับกลุ่มเพื่อน รับข่าวสารประจำวัน รวมถึงทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย แต่ทุกอย่างก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย จุดนี้เลยทำให้ ภาพดีทวีสุข ร่วมกับ LINE TV Originals ปิ๊งไอเดีย ผุดซีรีส์ตีแผ่สังคมโลกออนไลน์ "โลกโซเชียล" (Social Syndrome) กับ 8 เรื่องราวที่เกิดขึ้น ผ่านผู้กำกับและนักแสดงมากฝีมือ 
 
"เดลินิวส์ออนไลน์" เลยขอเรียกน้ำย่อย ด้วยการพูดคุยกับ ผู้กำกับและนักแสดงจาก 3 ตอนแรกกัน ได้แก่เรื่อง "The Lucky One" (เต๋อ-รัฐนันท์, มายด์-ลภัสลัล, แจน ภุชงค์) "#SASITHORN" (เพชร-เผ่าเพชร, คีธ กฤษดา) และ "HAMSTERS" (นาน่า ศวรรยา)

 
"The Lucky One" 

 
แจน ภุชงค์ "เล่าเรื่องของแคมเปญนึงเกิดขึ้นจาก ที่เต๋อ(รัฐนันท์) รับบทเป็นคุณซัน เจ้าของผลิตภัณฑ์น้ำดื่มยี่ห้อหนึ่งที่จัดแคมเปญชิงโชคขึ้น ไม่ใช่เงิน การไปเที่ยวต่าวประเทศ แต่เป็นโอกาสที่ได้อยู่กับไอดอลที่เป็นศิลปินชื่อดัง 1 คืนในโรงแรมหรูใจกลางเมือง พอแคมเปญนี้ออกไปก็กลายเป็นกระแส ตัวละครพระเอกของเราเป็นแฟนคลับของศิลปินคนนี้ ที่ปกติเขาจะแสดงออกทางความรักต่อศิลปินคนนี้ผ่านโลกโซเชี่ยล แคมเปญนี้ทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับศิลปินแบบที่เขาไม่เคยมาก่อน"
 
เต๋อ "รับบทเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ ที่ทำแบรนด์ดิ้งให้ตัวเองได้ด้วย ปกติเมื่อก่อนดูยี่ห้อน้ำ จะเป็นคนทำแบรนด์ดิ้งอยู่เบื้องหลัง แต่เดี๋ยวนี้้ราจะเห็นตัวโมเดลธุรกิจที่ตัวเจ้าของเองประกาศตัวว่าผมเป็นเจ้าของแบรนด์นี้ ตัวแคมเปญนี้เองเขาก็เป็นตัวตั้งตัวตีในการร่วมกันสร้างแคมเปญนี้ขึ้นมาเพื่อหาผู้โชคดี ตัวเองก็วินวิน"
 
มายด์ "ของมายด์ก็รับบทเป็นมิวมิ้นท์ เป็นไอดอลสาวสดใสที่ชื่นชอบของหนุ่มๆ หลายๆคน มีแคมเปญร่วมกับพี่เต๋อ เราก็ตั้งใจทำงานเพื่อให้ออกมาดีที่สุด แต่จริงๆ เรื่องนี้มีหักมุมนะ แต่อยากให้รอดูตอนท้ายค่ะ เราก็ข้อมูลของไอดอลดูจากไอดอลญี่ปุ่น ที่ยากสำหรับมายด์คือเรื่องเต้น เป็นคนที่ไม่ค่อยถนัดเต้นเท่าไหร่ วันที่เวิร์คชอปจะมีให้ไปซ้อมเต้นด้วย แต่ส่วนตัวมีไอดอลต้นแบบผู้หญิงไทยนี่แหละค่ะ พี่ญาญ่า(อุรัสยา)"

 
"#SASITHORN"
 
คีธ กฤษดา "เป็นเรื่องราวของเจน พยาบาลสาวคนหนึ่ง ที่ได้ไปช่วยเหลือคนให้รอดชีวิตขึ้นมาได้ เหตุการณ์นั้นมีคนถ่ายคลิปไว้ได้ คลิปนี้ก็ถูกแชร์ล้นหลาม ทำให้เจนดังขึ้นชั่วข้ามคืน เป็นแฮชแทกศศิธร ตัวเจนเป็นพยาบาลซึ่ง เพชร(เผ่าเพชร) รับเป็นหมอเต๋า เป็นแฟนกับเจน ตัวเพชรจะมีปมในเรื่องนี้"
 
เพชร "เจนมีชื่อเสียงชั่วข้ามคืน ทำให้มีคนมาขอถ่ายรูป มาอยากรู้จักมากขึ้น เข้ามาในชีวิตเขามากขึ้น หมอเต๋าจะมีปมที่ไม่ชอบโลกโซเชียลสักเท่าไหร่ เพราะเขาอาจจะเคยเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น อยากให้ติดตามว่าเรื่องอะไร ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างตัวละครสองตัวนี้ขึ้นมา รอลุ้นว่าไปในทิศทางไหน แต่มีลุ้นระทึกแน่นอน บทนี้ต้องแสดงให้คนมีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือมีความเป็นผู้ใหญ่ ปรับลุกใส่แว่นด้วยครับ"

 
"HAMSTERS" 
 
นาน่า "รับบทเป็นข้าวหอมค่ะ เรื่องจะเป็นว่าแม่ลูกคู่หนึ่งไม่ค่อยถูกคอกันเท่าไหร่ ข้าวหอมจะไม่ถูกกับแม่ เวลาที่แม่พูดอะไรก็จะเออ ออ ไปตามแม่ แต่ว่าพอลับหลังเอาแม่ไปว่าในแอคเคาท์หลุมก็ประมาณนี้ค่ะ ร่วมงานกับพี่อุ๋ม(อาภาศิริ) พี่อุ๋มเก่งมากเลยค่ะ เวลารับส่งกับพี่อุ๋ม เขาจะส่งมาให้เราดีมาก"

 
ความติดโซเชียลของแต่ละคน
 
นาน่า "ติดค่ะ ส่วนใหญ่เล่นไอจีค่ะ เล่นทวิตเตอร์ไม่เป็น เลยไม่เล่น"
 
เต๋อ "เดี๋ยวนี้ถ้าเราใช้โทรศัพท์มือถือมันสามารถวิเคราะห์มอนิเตอร์ได้ว่าวันนึงเราใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กประมาณเท่าไหร่รวมทุกแอพ ของผมตอนนี้เฉลี่ยประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งมันเยอะมาก เรามองว่านี่เยอะแล้ว ของเพื่อนยังเยอะกว่านี้ ผมก็ดูเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา สังคมประวัติศาสตร์ซะมากกว่า (หัวเราะ)"
 
มายด์ "ของมายด์ก็กลางๆ แต่จะมีช่วงที่เราติดนะ แต่หลังๆ พอเราเริ่มมาทำรายการไอทีด้วย เริ่มมาศึกษาข้อมูลมากขึ้น พวกแอพพลิเคชั่นต่างๆ หรือว่าอะไรที่เขาเป็นกระแสสังคม จริงๆ มีทั้งข้อดีข้อเสียอยู่ที่เราเลือกใช้ประโยชน์ยังไงมากกว่า"
 
เพชร "ก็ติดระดับนึงครับน่าจะติดกันเกือบทุกคน เราใช้ในการสื่อสารกับเพื่อนๆ ด้วย กับการทำงานด้วย บางทีก็ต้องใช้โซเชียลเป็นตัวช่วยเหมือนกัน"
 
หากเปรียบตัวเองเป็นแอพฯโซเชียล
 
เต๋อ "เราน่าจะเป็นอย่างละนิดละหน่อย วิธีการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กของเราอย่างเฟซบุ๊กก็จะมีเพจที่เราติดตามไว้ดูสิ่งเที่ราชอบ อย่างเรื่องดนตรี ศิลปะ วัฒนธรรม และอื่นใด ไอจีก็จะโพสต์งาน ทวิตเตอร์ก็ที่เราส่องในมุมมืดๆ ส่องดูว่ามีความเป็นไปยังไงในโลกนี้บ้าง"
 
มายด์ "สำหรับมายด์คิดว่าตัวเองเป็นอินสตาแกรมละกัน เพราะเป็นคนชอบถ่ายรูป ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านทางรูปภาพมากกว่านั่งเขียนข้อความ เราเลยคิดว่าตัวเองเป็นอินสตาแกรมมากกว่า อินสตาแกรมมายด์จะไม่ค่อยเขียนแคปชั่นเยอะมาก มีแค่อีโมติค่อน บางทีเราคิดแคปชั่นไม่ออก"
 
เพชร "คงเป็นแอพพวกฟังเพลง เป็นคนชอบฟังเพลง ดูเอ็มวีต่างๆ สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองอยู่เรื่อยๆ ครับ"

 
การเป็นดารากับการรับมือสถานการณ์ในโซเชียล
 
เต๋อ "จริงๆ พอรู้ว่าเราเป็นบุคคลสาธารณะ เวลาเราโพสต์ เราแชร์ เราก็พยายามจะเพลย์เซฟ คือพยายามไม่โพสต์อะไรที่สุ่มเสี่ยง หรือเปราะปรางเกินไป เพราะว่าทุกอย่างที่เราโพสต์ไปทุกวันนี้คิดเสมอว่ามันคือดาบสองคม จะบอกว่ามีสองฝั่งก็ไม่ได้ เพราะว่าเราอยู่ในโลกจริงๆ ทุกอย่างที่รอบตัวเรามันบางทีอาจจะเป็นสีเทา มีโทนสีที่ไม่ได้ขาวเกินไป ดำเกินไป เทาเกินไปยิ่งต้องระวัง ฉะนั้นมักไม่โพสต์อะไรแบบที่ไม่ค่อยคิด"
 
นาน่า " มันก็ต้องมีทั้งคนที่ชมเราและคนที่ไม่ชอบเราค่ะ เราก็เทคมันมา ถ้าเกิดว่าสิ่งที่เขาคอมเมนต์ไม่ชอบเรา ถ้าเกิดมันจริง ก็เอามาปรับปรุงตัว แต่ถ้าเราคิดว่ามันไม่จริง ก็ปล่อยผ่านไป"
 
มายด์ "เป็นช่วงแรกๆ ก่อนมายด์เข้าวงการ เรามาจากอินเทอร์เน็ตเป็นส่วนใหญ่ เราได้เห็นคนเข้ามาคอมเมนต์เยอะมากๆ ช่วงแรกๆ เรารู้สึกนอยด์เวลาที่คนมาคอมเมนต์ไม่ดีทั้งผู้หญิงผู้ชาย แต่พออยู่นานๆ เราก็มองเห็นอีกโลกนึงว่าจริงๆ มันเป็นอีกโลกนึงที่คนเข้ามาแสดงความเห็นโดยที่ไม่มีอะไรไปขวางเขาเลย เขาสามารถมีอิสระทางความคิด คอมเมนต์อะไรก็ได้ สิ่งที่เราต้องทำคือปล่อยผ่านค่ะ เรื่องที่มันไม่ดี อะไรที่เรื่องจริงก็เก็บเอามาพัฒนาตัวเอง อันไหนไม่จริง ไร้สาระก็มองข้ามไปก็ได้ มันจะทำให้ชีวิตเราไม่ต้องคิดกับอะไรที่เป็นด้านลบ"
 
เพชร "ต้องมีสติด้วยมั้งครับ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลสาธราณะหรือบุคคลทั่วไปก็ตาม จริงๆมันส่งผลได้ถึงกัน ถ้าเกิดเราบอกว่าเราเป็นบุคคลสาธารณะ เราโพสต์อะไรเราก็ต้องคิด แต่ในอีกแง่นึงถ้าคุณเป็นบุคคลทั่วไป หรือใครก็ตาม เวลาเราโพสต์ถึงใครสักคน ถ้าคุณคิดหน่อยมันก็จะดีเหมือนกัน เป็นอีกสังคมนึงในโซเชียลที่เราจะต้องคิดและใส่ใจอยู่เสมอ ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้จักเรา ไม่เคยเห็นหน้าเรา แล้วเราจะทำอะไรก็ได้ มันน่าจะดีกว่าถ้าเราทุกคนมีสติกับตรงนี้"
 
ความคาดหวังให้คนดูมอง "โลกโซเชียล" ให้ลึก
 
คีธ "ทุกวันนี้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก มีทั้งด้านดีด้านไม่ดี แต่เรารู้สึกว่ามันมีเรื่องราวด้านไม่ดีที่เราเห็น และมันไม่ค่อยมีใครพูดถึง ผู้กำกับแต่ละคนจะคิดว่าด้านไม่ดีที่เลือกมาเรามีหลายอย่าง อย่างของผมเลือกแฮชแทก มันน่าสนใจที่พูดถึงในยุคสมัยนี้จริงๆ"
 
แจน "โลกโซเชียลเป็นสิ่งที่อยู่กับเราตั้งแต่เช้า สิ่งแรกที่คนเปิดเข้าไปดูในออนไลน์ว่ามีอะไร มันอยู่กับเราทั้งวัน จริงๆ เรารูสึกว่าเราอาจจะรู้จักมันไม่เยอะพอ ไม่รอบด้านพอ เราอยากพาไปสำรวจด้านยๆ อื่นที่เราไม่สนใจหรือมองข้ามไป จริงๆ ด้านพวกนั้น มันอาจส่งผลกระทบต่อตัวเรา รอบตัว คนอื่นๆ ที่เราไม่รู้จัก เลยอยากเอาเรื่องนี้มาเล่า"
 
มายด์ "จริงๆ มันเป็นอะไรที่สะท้อนสังคมมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของโลกโซเชียล คนเราใช้โซเชียลเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว มายด์เชื่อว่าการที่คนดู ได้ดูเรื่องนี้น่าจะได้อะไรที่เป็นการสะท้อน บางทีเราใช้อินเทอร์เน็ต เราอาจจะรู้ได้ไม่รอบด้าน เราอาจคิดว่ามีแต่ข้อดีอย่างเดียว  บางคนไม่เห็นถึงผลกระทบต่อคนอื่น เช่นเวลาเราไปคอมเมนต์ บางทีเราไม่ได้คิดอะไร แต่ว่าคนที่ถูกคอนเมนต์ไปกระทบชีวิตประจำวันของเขา หรืออนาคตของเขา บางคนอนาคตอาจจะดับไปเพราะว่าข่าวที่กุขึ้นมาโดยไม่ใช่ความจริงเลย"
 
อุ่นเครื่องกับบทสัมภาษณ์กันไปแล้ว อย่าพลาดติดตาม 8 เรื่องราวที่เหล่านักแสดงและผู้กำกับ นำเสนอเรื่องราวอีกมุมหนึ่งของ โซเชียล ให้ได้ชมกัน ในซีรีส์ "โลกโซเชี่ยล" (Social Syndrome) ทุกวันอังคาร เวลา 20.00 น. ทางไลน์ทีวีเท่านั้น เริ่มตอนแรกวันนี้ (23 ต.ค.) 

...................
คอลัมน์ : Talk Online
โดย : อานนท์ นันตสุคนธ์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 63