อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

ความจริงและความหวัง ของสวนป่าเมืองไทยวันนี้

สัปดาห์นี้เป็นเรื่องของ “สวนป่าเมืองไทย” ที่ถูกบุกยึดครองเกือบหมดสิ้น จะเหลือก็เป็นส่วนน้อย แล้วจะทำให้ป่ากลับมาสมบูรณ์ใกล้เคียงอดีตได้อย่างไร พุธที่ 24 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00 น.


เมื่อไม่นานมานี้เคยมีรายงานจาก สำนักงานบริหารพื้นที่อุทยานฯ ที่ 15 จ.เชียงราย (สบอ.15 เชียงราย) รายงานการตรวจสอบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งขวา ซี่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ และสวนป่าที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานฯ พบว่า
 
1.พื้นที่เป้าหมายแปลงปลูกป่า FPT 23/4 เนื้อที่ 4,719-3-63 ไร่ ถูกบุกรุกจำนวน 3,576-3-22 ไร่ เหลือพื้นที่ป่าอยู่เพียง 1143-0-41 ไร่
 
2.พื้นที่สวนป่าแม่ขะจาน จำนวน 3 แปลง คือ แปลงที่ 1 ปี 2523 เนื้อที่ 507-2-97 ไร่ ถูกบุกรุกทั้งหมด แปลงที่ 2 ปี 2525 เนื้อที่ 235-3-52 ไร่ ถูกบุกรุกทั้งหมด แปลงที่ 3 ปี 2536 เนื้อที่ 242-0-56 ไร่ ถูกบุกรุก 140-1-18 ไร่ ทั้ง 3 แปลงรวมเนื้อที่ 1088-3-05 ไร่ เหลือป่าอยู่เพียง 201-3-38 ไร่
 
จากรายงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า สวนป่าของประเทศไทย ถูกบุกยึดครองไปเกือบหมดสิ้น เหลือบ้างก็เป็นส่วนน้อย ผมจะนำข้อเท็จจริงเหล่านี้ไปพิสูจน์ให้เห็นกันในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งผมมั่นใจว่าจะรับฟังและให้ความเป็นธรรมกับผม เพื่อผมจะได้พิสูจน์ว่าสิ่งที่ผมพูดในสภาผู้แทนราษฎร และสิ่งที่ให้ความเห็นไว้ในการประชุมคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ทั้งในฐานะกรรมาธิการ และช่วงเป็นประธาน และเป็นผู้เขียนในคอลัมน์ “พุ่มไม้ใบบัง” ในเว็บไซต์เดลินิวส์ที่เขียนทุกวันพุธ

ผมพูดย้ำอยู่เสมอว่า การปลูกสร้างสวนป่าของประเทศไทยล้มเหลว เพราะใช้เวลาในการปลูกมาตั้งแต่ 100 กว่าปีแล้ว ใช้งบประมาณในการปลูก และบำรุงรักษาไปแล้วเป็นจำนวนมหาศาล แต่เหลือจำนวนป่าน้อยมาก เป็นการพูดและเขียนที่เป็นจริง ไม่มีบุคคลหรือหน่วยงานใดเสียหาย แต่เป็นการสะท้อน ข้อเท็จจริงถึงสภาพป่าสงวนแห่งชาติที่ดูแลโดยกรมป่าไม้ และสภาพสวนป่าที่ดูแลโดยกรมอุทยานฯ อยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมขนาดไหน และสะท้อนการทำงานว่าที่ผ่านมาผลงานเป็นอย่างไร


 
ผมยังมีความหวังอยู่เสมอว่า ถ้าผู้บริหารประเทศกลับใจเปลี่ยนมารับฟังข้อมูลจากภายนอก ที่เป็นข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน มียุทธศาสตร์ยุทธวิธีแม่นยำ และบางอย่างต่อไปนี้น่าจะทำให้สภาพป่ากลับมามีสภาพที่สมบูรณ์ใกล้เคียงในอดีตได้ เช่น
 
1.รัฐบาลต้องมีระบบตรวจสอบที่ดี
ภายใต้ความมุ่งมั่นในการเพิ่มพื้นที่ป่าต่อไป รัฐต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานด้านนี้ต่อไปเต็มกำลัง แต่ต้องสร้างระบบตรวจสอบขึ้นมาใหม่ พร้อมทั้งขอความร่วมมือให้ทุกกลไกของรัฐร่วมควบคุมการทำงานในการปลูกสร้างสวนป่าทั้ง ปปช. ปปท. สตง. บก.ปปป เพราะใช้วิธีการเดิมต่อไปไม่ได้อีกแล้ว และต้องผลักดันระบบราชการให้ทำงานอย่างโปร่งใสและมีความต่อเนื่อง
 
2.ต้องมีข้าราชการที่ดีไว้ทำงาน
สิ่งนี้ก็สำคัญไม่น้อย เพราะประเทศเราใช้ระบบราชการเป็นกลไกหลักในการทำงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเห็นได้ว่ายามใดงานด้านทรัพยากรป่าไม้ได้ฝ่ายการเมืองที่ดีและได้ข้าราชการดี ยามนั้นก็นับว่าเป็นบุญของประเทศชาติและบ้านเมือง เพราะทรัพยากรป่าไม้ก็จะได้รับการปกป้องดูแลอย่างดี แต่ยามใดที่ฝ่ายการเมืองดีแต่มีข้าราชการเลว หรือในยามที่ฝ่ายการเมืองเลวแต่มีข้าราชการที่ดี ก็ยังถือว่าบ้านเมืองยังมีบุญอยู่บ้าง เพราะยังมีการตรวจสอบทานอำนาจกันอยู่ ซึ่งการทุจริตโดยส่วนใหญ่เป็นความร่วมกันของฝ่ายการเมืองและข้าราชการ แต่ยามใดที่ฝ่ายการเมืองที่เลวและข้าราชการชั่วมาเจอกัน ยุคสมัยนั้นถือเป็นเคราะห์กรรมของบ้านเมือง เพราะทั้ง 2  ฝ่ายจะร่วมกันหาแต่ประโยชน์เพื่อตนและพวกพ้อง ไม่เห็นแก่ชาติบ้านเมืองหรืออะไรทั้งสิ้น สภาพป่าก็จะเป็นอย่างที่เห็นและเป็นอยู่
 
ขอให้คนดีๆ ข้าราชการที่มีอุดมการณ์ ได้มีโอกาสในการทำงาน ได้มีตำแหน่งที่สำคัญ แม้คนพวกนี้จะไม่สามารถตอบแทนผู้มีอำนาจด้วยแก้วแหวนเงินทอง แต่คนพวกนี้จะตอบแทนด้วยการทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ซึ่งนับวันคนดีเหล่านี้จะถอยไปยืนแถวหลังมากก็ขึ้นเรื่อยๆ


 
3.ต้องมีโครงการใหม่
ซึ่งอาจเป็นโครงการใหม่เลย หรืออาจจะเป็นโครงการเก่าที่ดีๆ เช่นโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ อาจต้องทำเป็นเฟสที่ 2 ก็ได้ เพราะเชื่อว่าหากรัฐมีหลักประกันที่ดี ภาคเอกชนน่าจะร่วมปลูกป่าอีก ซึ่งจะทำให้ได้ป่ามาโดยไม่ต้องใช้งบประมาณแต่อย่างใด หลักประกันที่ว่าคือโครงการเดิมจะได้รับการตรวจสอบทั้งหมดว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ใครทำผิดกฎหมายก็จะถูกเอาผิดลงโทษ และเปิดช่องให้เอกชนฟ้องเรียกความเสียหายที่ลงทุนไปแล้ว ทำให้เกิดความเสียหายเพราะไม่มีป่าที่ลงทุน ให้ปลูกเหลืออยู่แต่อย่างใด 
 
4.ต้องมีข้าราชการเลือดใหม่ 
การบริหารทรัพยากรป่าไม้ที่ผ่านมา การที่ป่าเหลืออยู่ก็เพราะมีข้าราชดีๆ ช่วยกันปกป้องดูแล จึงต้องสร้างและเพิ่มข้าราชการดีๆ ให้มีมากขึ้น มีทั้งอุดมการณ์และมีความมุ่งมั่นตั้งใจ เพิ่มข้าราชการเลือดใหม่นี้ลงไปเป็นหัวหน้าทุกหน่วยป้องกันรักษาป่า ทุกหน่วยพิทักษ์ป่า และหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ตลอดจนทุกสวนป่า ซึ่งขณะนี้แทบไม่มีข้าราชการปฏิบัติในตำแหน่งเหล่านี้ และต้องสนับสนุนพัฒนาให้หน่วยเหล่านี้เป็นกำลังหลักในการป้องกันทรัพยากรป่าไม้ กระทรวง ทส. อาจต้องกลับมาทำโรงเรียนป่าไม้อีกครั้ง ตามรับสั่งสมเด็จพระเทพฯ เพื่อเพิ่มข้าราชการระดับปฏิบัติการให้มากขึ้น เพราะขณะนี้จะกองกันอยู่ส่วนบน
 
อย่างไรก็ดี บทความชิ้นนี้ยังยืนยันความเชื่อว่าหากรัฐมนตรี ทส. พล.อ สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ มีข้าราชการดีๆ และข้อมูลตรงไปตรงมา ท่านจะสามารถควบคุมป่าที่เหลือไว้ได้ และจะฟื้นฟูสภาพป่าขึ้นมาใหม่ได้
 
ข้อความทุกชิ้นของคอลัมน์นี้ไม่เคยบั่นทอนกำลังใจคนดีที่ตั้งใจทำงานแม้แต่น้อย ลองย้อนกลับไปดูตั้งแต่ต้นได้ และไม่เคยเขียนเพื่อประโยชน์ส่วนตนเพื่อขออะไรใคร สามารถตรวจสอบดูได้ บันทึกความเห็นไว้เพื่อหวังเพียงที่จะดูแลและปกป้องทรัพยากรป่าไม้ในอีกบทบาทหนึ่งเท่านั้น.
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%

บอกต่อ : 133