อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

ข่าวชิ้นเล็กๆที่แจ้งผ่านไลน์ กระเทือนถึงกระทรวงทส.

สัปดาห์นี้ทหารยศพันเอกคงต้องเหลืออดจริงๆ ระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. ยศพันเอก แจ้งผ่านไลน์วอนกลุ่มอนุรักษ์ช่วยกันปกป้องป่าถูกทำลาย พุธที่ 31 ตุลาคม 2561 เวลา 08.00 น.


ข่าวเล็กๆ ชิ้นหนึ่งว่า...
 
เพชรบูรณ์-“หน.ชป.ศปป.4” หดหู่ใจ! เห็นป่าต้นน้ำป่าสักถูกทำลายยับ แจ้งผ่านไลน์ให้กลุ่มอนุรักษ์ป่าช่วยกันปกป้อง
 


วันที่ 28 ตุลาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. ได้ส่งข้อความและภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศ ซึ่งเห็นสภาพป่าบริเวณใจกลางแหว่งหายไปอย่างน่าตกใจ ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ไปยังเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ป่าและเครือข่ายกลุ่มสื่อมวลชนต่างๆ พร้อมระบุว่า “…ผมหดหู่ใจ และเศร้าใจมากที่รักษาป่าต้นน้ำป่าสักผืนนี้ไว้ไม่ได้...วันที่ 28 ต.ค.61…ผมเห็นภาพที่มีคนไปร่วมงานเปิดโครงการสวนน้ำ บริเวณภูขี้ไก่ รอยต่อของ อ.หล่มเก่า และ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ พื้นที่ประมาณ 1,800 ไร่ ที่ออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ และการเพิกถอนล่าช้า ทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าจำนวนมาก
 
 ถึงเวลาหรือยังครับ…ถ้าช้ากว่านี้ป่าต้นน้ำป่าสักหมดแน่นอน ผมขอวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้มากกว่านี้ ต้องช่วยกันต่อสู้กับขบวนการฟอกป่า กว่าเราจะทวงคืนมายากอยู่แล้ว…ถ้าไม่ช่วยกันป้องกัน ผมว่ายกให้กลุ่มทุนไปเลยดีกว่า ผมตรวจสอบพบ เมื่อ 3 – 4 ปีที่แล้ว สภาพป่ายังสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันสภาพเป็นดังภาพถ่าย

ผมขอให้เครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ป่า ทุกภาคส่วนมาช่วยกันครับ…จาก “พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.”
 


ข่าวเล็กๆ ชิ้นนี้สะท้อนภาพใหญ่ของงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสะท้อนว่าการปฏิบัติงานของหลายคน และหลายหน่วยงานในด้านนี้ มีปัญหาที่ต้องแก้ไขอยู่อีกมากมาย เช่น
 
1. การปฏิบัติงานในพื้นที่มีปัญหา 
เพราะกรณีนี้ ระดับหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. เป็นทหารยศพันเอก มีอำนาจพิเศษ ยังท้อแท้จนขอความช่วยเหลือเครือข่ายกลุ่มอนุรักษ์ให้มาช่วยกันปกป้องผืนป่า ชายชาติทหารถ้าไม่เหลืออดเหลือทนจะไม่ยอมออกมาแบบนี้ และสะท้อนต่อไปว่าการทำงานร่วมกับหน่วยงานราชการบางหน่วยมีปัญหาและอุปสรรค ไว้ใจไม่ได้ อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้มาเห็นข่าวนี้ ใครก็ได้ช่วยตัดข่าวนี้ส่งให้ท่านหน่อย แล้วจะคอยฟังว่าท่านจะพูดถึงเรื่องนี้อย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร และท่านจะได้รับรู้ว่าการปฏิรูประบบราชการที่ท่านผลักดันอยู่นั้น ได้ผลมากน้อยแค่ไหน ทำไมผลลัพธ์จึงออกมาเป็นเช่นนี้ และเชื่อว่าปัญหาในการปฏิบัติงานในพื้นที่อื่นๆ ก็มีปัญหาแบบเดียวกันนี้ จนกลายเป็นปัญหาทั่วไปเสียแล้ว
 
2. ความเชื่อมั่นต่อท่านนายกฯ มีปัญหา
แต่เดิมทุกคนเชื่อว่าท่านนายกฯ มีข้อมูลและสะสมข้อมูลไว้มากที่สุด โดยเฉพาะชุดข้อมูลจากทีมของท่านโดยตรง ไม่ใช่ข้อมูลจากฝ่ายราชการที่ยังรายงานแบบแผ่นเสียงตกร่องว่า “ป่ายังอุดมสมบูรณ์ และการยึดคืนผืนป่าได้คืนมาหลายแสนไร่ และประสบความสำเร็จในการฟื้นสภาพป่าเป็นอย่างดี” ประกอบกับท่านนายกฯ มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังตั้งแต่วันมารับตำแหน่งใหม่ โดยให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง มีบัญชาในเรื่องนี้แล้วหลายครั้ง และมีเครื่องมือที่พรั่งพร้อม แต่ทำไมหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ ไม่สนองนโยบาย ไม่ทำตามบัญชา ยังปล่อยเกียร์ว่างให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้ จนปรากฏการณ์นี้ไปทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของนายกฯ ไม่มากก็น้อย
 
3. การใช้อำนาจของ คสช. และหัวหน้า คสช. มีปัญหา
ตลอดเวลาร่วม 5 ปี คสช. ได้ใช้อำนาจหลายครั้งในการโยกย้ายแต่งตั้ง โดยใช้มาตราที่ 44 เพื่อเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ถือเป็นการจัดทัพใหม่ เพื่อเปลี่ยนมือจากการครอบครองมาอย่างยาวนานของกลุ่มอำนาจเก่า ที่ถึงกับเคยใช้กำลังของกระทรวง ทส. มาเป็นม็อบทางการเมือง จนทำให้ขาใหญ่ในกระทรวงเหี่ยวแห้งหมดแรงไปพอสมควร แต่การดำเนินการที่ผ่านมา อาจจะยุติปัญหาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ทำให้พวกเลวร้ายเหล่านั้นแค่สลบหรือแกล้งตาย เพราะพิษสงอิทธิพลมากมายเหล่านั้นยังซ่อนตัวอยู่ จนไม่สามารถขจัดได้โดยง่ายๆ จากปรากฏการณ์นี้เห็นได้ว่าอำนาจของ คสช. คลายความศักดิ์สิทธิ์ลงไปมาก ไม่เหมือนกับช่วงใหม่ๆ หากจะให้กลับมาศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิมก็ต้องนำม.44 กลับมาใช้ใหม่และให้รุนแรงกว่าเดิม โดยต้องประเมินผลด้วย ไม่ใช่ปล่อยแล้วปล่อยเลยแบบที่ผ่านมา จึงทำให้การใช้อำนาจของ คสช. และหัวหน้า คสช.มีปัญหา
 
4. นโยบายทวงคืนผืนป่ามีปัญหา
นายกฯ พูดถึงเขาหัวโล้นหลายครั้ง ด้วยความพยายามจะแก้ปัญหาแต่ข้อเท็จจริงพบว่า นโยบายการทวงคืนผืนป่าไม่ประสบความสำเร็จ ไม่เป็นไปตามเป้ายึดคืน 600,000 ไร่ และพบว่าบางจังหวัดมีพื้นที่บุกรุกกว่า 300 ไร่ แต่มีเป้าหมายทวงคืนแค่ 1.97 ไร่ บางพื้นที่จับกุมมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2552 และคดีถึงที่สุดแล้ว แต่ยังไม่ยึดคืนจริงๆ ยังมีการกรีดยางอยู่จนถึงปัจจุบัน บางจังหวัดมีพื้นที่บุกรุก 3,000 ไร่ ยึดคืนได้จริงแค่ 300 ไร่ ทำให้เห็นว่านโยบายทวงคืนผืนป่าไม่ประสบความสำเร็จ เพราะผู้รับผิดชอบไม่จริงจังที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จแต่อย่างใด นโยบายทวงคืนผืนป่าจึงยังคงมีปัญหา
 


5. นโยบายฟื้นฟูป่ามีปัญหา
นายกฯ พูดถึงการปลูกป่าแบบเดิมๆ ที่ล้มเหลว โดยในระหว่างมอบโล่รางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2559 ได้พูดถึงถึงปัญหาด้านป่าไม้ของประเทศอีกครั้งว่า “ปัญหาการบุกรุกทำลายป่ากลายเป็นเขาหัวโล้น ที่ผ่านมาหลายคนไปปลูกป่าแล้วก็ตาย เพราะไม่มีร่มเงา เอากล้าไม้เล็กไปปลูก รดน้ำออกทีวีกันใหญ่โต ผ่านไป 2 วันต้นไม้แห้งหมด น้ำไม่มีจะปลูกทำไม เขาต้องปลูกกันหน้าฝน ต้นไม้ถ้าเอาไปปลูกบนเขาต้อง 2 เมตรถึงจะรอด ไม่ใช่เอาต้นคืบเดียวไปปลูก ก็ตายหมด ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ ใครจะไปปลูกบอกเขาด้วย ไม่ใช่แค่ปลูกแล้วถ่ายรูปสวยงาม เสียเงิน เสียแรงงาน แถมทำอากาศเสียอีก ขึ้นไปปลูกเป็นพันเป็นหมื่นคน หายใจเอาของเสียออกมา นอกจากจะไม่เกิดป่าแล้วยังไปปล่อยแก๊สเสียออกมาอีก ได้เพียงแค่ภาพหล่อสวย โดยปีนี้ได้สั่งให้นำต้นไม้ที่โตเร็วไปปลูก เพื่อให้เกิดร่มเงา ก่อนจะมีการปลูกป่า” บัญชาดังกล่าวของนายกฯ ยังไม่มีการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง ประกอบกับการปลูกป่ามีปัญหามาโดยตลอด ทั้งปลูกไม่ครบ ไม่บำรุงรักษา ปล่อยให้มีการบุกรุกสวนป่า จนบางสวนป่าไม่เหลือแม้แต่ไร่เดียว บางสวนเหลือแค่ 10% แปลงปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ บางแปลงไม่เหลือต้นไม้เลย และบางแปลงก็เหลือน้อยมาก สวนป่าของกรมอุทยานฯ ส่วนใหญ่ส่งต่อให้กรมป่าไม้ตามนโยบายไม่ได้ เพราะไม่มีป่า กรมป่าไม้ไม่ยอมรับมอบ
 
6. นโยบายการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ มีปัญหาหลายเรื่องมาก
กรณีที่เป็นข่าวคราวการส่อทุจริต และมีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ แต่ฝ่ายตรวจสอบเพิกเฉย หรือตรวจสอบกันเองแล้วช่วยเหลือกัน เช่นกรณีเพาะชำกล้าไม้ 50 ล้านกล้า วงเงิน 100 ล้านบาท ทำเสร็จภายใน 1 เดือน น่าจะมีเทวดาและคนทุจริตเท่านั้นที่สามารถทำได้ เงินค่าธรรมเนียมอุทยานที่ห่างกันปีเดียวแต่กลับเก็บเพิ่มได้เกือบ 500 ล้านบาท ในขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนใกล้เคียงกัน ไม่ทุจริตก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว ทำให้นโยบายการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลมีปัญหา
 
ข่าวเล็กๆ ชิ้นดังกล่าวนั้น จะเป็นข่าวใหญ่ในไม่ช้า เพราะเป็นข่าวที่ได้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า การบริหารงานทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในหลายด้านของประเทศมีปัญหา จึงเป็นเรื่องท้าทายมากกับเวลาที่เหลืออยู่ไม่มากของรัฐบาลชุดนี้และคสช. ว่าจะทำอย่างไรให้รัฐบาลและคสช. กลับมาสร้างผลงาน สร้างความเชื่อมั่น และความพึงพอใจให้กับประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้กับชาติบ้านเมืองได้
 
ทุกรัฐบาลอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่นของประชาชน และนายกฯ จะบริหารงานต่อไปได้ก็ด้วยความศรัทธาจากประชาชน.
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 172