อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

โลกที่กว้างใหญ่ของสุนัข ในกะลาแลนด์(ตอนจบ)

สัปดาห์นี้ฟังเรื่องราวของสุนัขกันต่อให้จบ “ไอ้ม่อน-ไอ้เคน-อีขาม” โลกของสัตว์ 4 ขา ที่อยู่ใต้ผืนฟ้าทุกตัวมีสิทธิ์การมีชีวิตและเสรีภาพเท่าเทียมกัน พุธที่ 31 ตุลาคม 2561 เวลา 14.00 น.


การต่อสู้กันครั้งแรกของเคนและม่อน เกิดขึ้นในวันหนึ่งจนได้ ม่อนยังรำพึงว่าตัวเองคือ...ผู้ยิ่งใหญ่ในซอย เป็นผู้คุมความถูกต้องทั้งมวล และตอนนี้มันรู้ดีว่ามันชอบอีขามน้องสาวเคน วันนั้นจุดแตกหักก็มาถึง มันไปฉอเลาะกับอีขาม

ม่อนโปรยเสน่ห์แห่งความเป็นชายใส่ ขณะกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็ม เคนก็โผล่มาแล้วส่งเสียงคำรามเห่าใส่

ม่อนฉีกยิ้มแล้วมองตาด้วยความเย้ยหยัน มันเป็นสุนัขเด็กเมื่อวานซืนและยังไม่รู้อะไร กะอีแค่เห่าหมาตัวเล็ก ๆ ได้ก็ทำกล้าอาจหาญลบหลู่ม่อน ดังนั้นชั่ววินาทีฉับพลัน การต่อสู้ครั้งแรกจึงเริ่มขึ้น



พริบตาเดียวกรงเล็บของม่อนก็ฉีกเนื้อบริเวณเหนือตาขวาของเคนได้ ศึกครั้งนั้นกินเวลาไม่นาน อีขามกลัวภาพตรงหน้าวิ่งเข้าบ้าน ส่วนเคนรู้สึกแสบปวดเหลือคณาของบาดแผลที่ม่อนประทับไว้ ต้องย่องเข้าบ้านด้วยความชอกช้ำ แต่ดวงตาของมันยังส่งประกายใส่ม่อน มันเป็นดวงตาเหมือนที่ม่อนเคยส่งใส่สุนัขตัวอื่นๆ มันเป็นดวงตาไม่ยอมแพ้ และประกาศว่าจะเอาคืน

ช่วงเวลาเลียแผลฟื้นฟู คือช่วงทรมานที่สุดของเคน เจ็บจนกินอาหารไม่ได้หลายวัน เจ้าของต้องเอายาแก้ปวดละลายในน้ำให้มันดื่ม มันจ้องมองถนนตรงหน้า มองท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ มันสงสัยว่าทำไมใต้ขอบฟ้านี้ถึงต้องมีผู้กุมความถูกต้องแต่เพียงผู้เดียว ทำไมต้องมีผู้ยิ่งใหญ่จนทุกคนต้องกลัว ทำไมต้องมีความกลัวที่มองไม่เห็นมากำกับชีวิต เคนคิดตรึกตรอง



ภายใต้ท้องฟ้าอันสวยงาม สายลมและอากาศบริสุทธิ์ ทำไมต้องมีความแตกต่างอย่างถึงที่สุด ทำไมสุนัขจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขและเป็นมิตรกันไม่ได้

หลายเดือนผ่านไป มันใช้เวลาตระเวนไปทั่วหมู่บ้าน เคนไปอย่างมิตร มันฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง ว่ายน้ำที่อ่างเก็บน้ำหลังบ้านทุกวัน โดยมีอีขามไปร่วมว่ายด้วย แต่อีขามก็ว่ายอย่างสนุกสนาน ตรงข้ามกับเคนว่ายเหมือนฝึกฝนกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่ง กินเวลาไม่นาน ขาทั้งสี่ข้างจึงแน่นด้วยพละกำลัง คมเขี้ยวขาวของมันข่มขู่และเห่าคำรามใส่สุนัขอันธพาลทั้งหลาย ชื่อเสียงของเคนเริ่มขจรขจายถึงความเป็นหมาที่รักในพวกพ้อง และเอื้อต่อสุนัขที่อ่อนแอทั้งหลาย



ยามค่ำคืนเสียงหอนของเคน ปลุกภวังค์สุนัขให้แหงนมองท้องฟ้ายามมืดมิด บ่งถึงเสรีภาพแห่งการมีชีวิตอยู่ เสรีภาพทั้งหลายแหล่ มันส่งสัญญาณว่าเขตแดนของแต่ละตัวอาจมีได้ แต่ไม่ได้นำมาซึ่งการวิวาทกัน มันเป็นการอยู่ร่วมกันใต้ผืนฟ้าแห่งนี้

เคนกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ไอ้ม่อนรู้ ขณะที่ตัวมันเริ่มแก่ เรี่ยวแรงเริ่มหดหาย ตาของมันไม่คมกริบดุจเหยี่ยวเหมือนวันวาน เสียงหอนของมันไม่คำรามเหมือนสิงโตดังก่อน มันเริ่มโรยรา แต่เป็นความร่วงโรยที่มากด้วยบารมี มันคิดเสมอว่า จำเป็นต้องมีผู้สืบทอดสายเลือดของมันเอง สายเลือดที่ครอบครองซอยแห่งนี้และหมู่บ้านแห่งนี้เสมอกาล คือความถูกต้อง คือกฎเกณฑ์ การท้าทายของเคนจึงเป็นสิ่งที่รับไม่ได้

มันเล็งอีขามไว้ ว่าจะต้องเป็นแม่ของลูกมัน การได้อีขามคือการสยบไอ้เคนให้รู้ว่า ผู้มาก่อนอย่างมันมีอำนาจอันชอบธรรม จะชี้ถูกผิด ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นนกได้

มันต้องเร่งทำ วันเวลาเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้ ดังนั้นวันนี้มันจึงพร้อมจะขืนใจอีขาม เพื่อร่วมสังวาส ร่างของมันเดินอย่างมั่นคง สุนัขที่มาเล่นในซอย เห็นการเดินของม่อนแล้วรู้สึกสะพรึงกลัว มันเห็นอีขามนอนเล่นอยู่หน้าบ้าน มันยิ้มอย่างกระหยิ่ม มันจึงเดินไปอย่างย่ามใจ จนไม่สังเกตว่ามีสุนัขมากมายยืนมองมัน เหมือนว่าจะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น

มันมัวแต่คิดเรื่องในเชิงกามา จนลืมมองให้รอบด้าน หูตามัวเมาในการมีทายาท จนไม่ได้ยินเสียงขู่ของเคน ไอ้ม่อนก้าวล้ำมาในอาณาเขตต้องห้ามของเคน หรือไอ้ม่อนอาจมองว่าไอ้เคนยังเป็นหมาละอ่อนที่ไม่คู่ควรต่อกรด้วยก็เป็นได้



เสี้ยววินาทีดุจฟ้าผ่า...!!! คมเขี้ยวของเคนงับเข้าที่คอของม่อนอย่างแรง มันดึงภาวการณ์ต่อสู้กลับคืนสู่ม่อนอีกครั้ง แต่คราวนี้มันรู้ดีว่ามันช้าไป หากเป็นเมื่อหลายปีก่อน มันจะไม่พลาดแบบนี้ คมเขี้ยวของเคนคมและหนักหน่วง มันงับเข้าที่คอโดยไม่ปล่อย ติดแน่น จนม่อนครางด้วยความเจ็บปวด มันเป็นเสียงครางที่สุนัขตัวอื่นไม่เคยได้ยิน ไม่คิดว่าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มาก่อน ผู้กุมความถูกต้องจะเจ็บเป็น

มันพยายามสะบัดตัวออกจากคมเขี้ยว แต่ไม่สำเร็จ เขี้ยวบาดลึกเข้าในเนื้อ ฉีกขนปุกปุยมันหลุดร่วงเป็นแผง เรี่ยวแรงขาของเคนมั่นคงและแข็งแกร่ง เสียงร้องของม่อนครางขึ้น มันเจ็บถึงขีดสุด หยดเลือดปรากฏบนเขี้ยวของเคน มันหยดลงพื้น หยดเลือดของผู้มาก่อน ได้ปรากฏให้สุนัขและผืนฟ้าแห่งนี้เห็นแล้ว

เคนกัดแน่นฝังบาดแผลครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดม่อนกระเด็นหลุดออกไปกลิ้งบนพื้นถนน และแล้วสุนัขทั้ง 2 ตัวก็เผชิญหน้ากันอีกครั้ง

ม่อนรู้ดีว่าหากพ่ายจะไม่เหลือสิ่งใดๆ ทุกอย่างที่เป็นของมันจะเป็นของเคน มันนึกถึงสุนัขชราขี้เรื้อนที่หมดท่า นอนรอความตายอย่างเดียวดายที่บ้าน มันคือสุนัขที่ม่อนเคยเอาชนะมาก่อน ดังนั้นศึกครั้งนี้จะต้องสู้อย่างถึงที่สุด แม้ชีวิตจะหาไม่ เป็นศึกที่ต้องโถมกายต่อกรอย่างสุดชีวิต

เคนแน่ใจแล้วว่าพร้อมจะปะทะกับม่อนแล้ว มันจะทำลายกฎเกณฑ์อันมัวเมา และควบคุมความถูกต้อง มันไม่ต้องการก้าวไปแทนความมิชอบที่ม่อนทำอยู่ทุกวัน แต่ต้องการประกาศให้สุนัขตัวอื่นรู้ว่า ใต้ผืนฟ้าทุกตัวเท่ากันในสิทธิ์การจะมีชีวิตและเสรีภาพ มันจะต้องต่อสู้เพื่อรักษาสิ่งที่มันเชื่อ และทำลายสิ่งที่มันไม่ชอบ ไม่เห็นด้วย

ศึกครั้งนี้หากมันพ่าย มันจะไม่เหลือค่าใด ต้องชนะเพื่อประกาศเจตนารมณ์ให้จงได้ จะต่อสู้จนสุดชีวิตไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว มันเชื่อว่าม่อนคือกฎเกณฑ์อันโบราณไม่ถูกต้อง และตัวมันคือความเปลี่ยนแปลง

สายลมโหมกระหน่ำสุนัข 2 ตัวเผชิญหน้า มีชัยชนะเป็นเดิมพัน มีสุนัขทั่วหมู่บ้านยืนชมเป็นสักขีพยาน เป็นการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต และจะไม่มีใครยอมถอยจนกว่าจะรู้ผล ชั่ววินาทีนั้นทั้ง 2 ต่างกระโจนเข้าหากัน คมเขี้ยวเผย เรี่ยวแรงสาดใส่กัน เป็นการปะทะต่อสู้อย่างสุดชีวิตของทั้งคู่ และ 2 ความเชื่อ หลังจากนี้ทุกอย่างจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


อ่านเรื่องของสุนัขตอนที่ 1

- โลกที่กว้างใหญ่ของสุนัข ในกะลาแลนด์(ตอนที่1)


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 79