อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561

อย่านิ่งนอนใจ'อัลไซเมอร์' โรคที่ได้ชื่อว่าไร้วิธีป้องกัน

สัปดาห์นี้มีวิธีชะลอ “โรคอัลไซเมอร์” เป็นแล้วอย่าปล่อยทิ้งไว้นาน เสี่ยงประสาทหลอน อาละวาดคลุ้มคลั่งได้ ซ้ำก่อนเกิดโรคไร้วิธีป้องกัน เพราะสาเหตุของโรคไม่แน่ชัด เสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2561 เวลา 12.00 น.


ถ้าถามว่า...โรคไหนเป็นแล้วน่ากลัวที่สุด? สำหรับความคิดคนไทยก็คงจะตอบว่า...ก็มะเร็งสิ น่ากลัวจะตาย!!! แต่อีกโรคที่ลุกลามอย่างช้าๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป จนเราเองมองข้ามคือ “โรคอัลไซเมอร์” ที่เริ่มแรกอาการมักจะไม่รุนแรงเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าเราปล่อยไว้นานอาจประสาทหลอน จนเกิดอาการอาละวาดอย่างคลุ้มคลั่งได้

ในสัปดาห์นี้ก็เลยจะพาไปคุยกับ นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า โรคอัลไซเมอร์คือภาวะสมองเสื่อมที่พบมากที่สุด โดยเกิดจาก “การฝ่อตัวของสมอง” ซึ่งส่งผลกระทบต่อโครงสร้างและการทำงานของสมองบริเวณนั้นๆ โดยเฉพาะสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมความคิด ความทรงจำ และการใช้ภาษา

อาการใน ระยะเริ่มต้น จะเริ่มจากการหลงลืมที่ไม่รุนแรง เช่น ลืมบทสนทนาหรือเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำอะไรซ้ำ ๆ หลายครั้ง อารมณ์แปรปรวน ขณะที่ระยะกลาง ผู้ป่วยจะยิ่งจำชื่อของคนรู้จักไม่ได้ ทำกิจวัตรประจำวันที่มีหลายขั้นตอนได้ยากขึ้น ขยับมาที่ ระยะสุดท้าย เป็นระยะที่อาการรุนแรงมากขึ้น โดยมีอาการประสาทหลอน อาละวาด เรียกร้องความสนใจ และมีอาการชัก



โดยปัญหาเกี่ยวกับความทรงจำนั้น อาจ...ไม่ได้มีสาเหตุมาจากโรคสมองเสื่อมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดขึ้นได้จากภาวะซึมเศร้า ความเครียด ผลข้างเคียงจากยารักษาโรค หรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ ซึ่งคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านจิตแพทย์ จะสามารถช่วยตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการที่เกิดขึ้นได้

ขณะที่ นพ.ประพันธ์ พงศ์คณิตานนท์ ผอ.สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ ให้ความรู้เสริมว่า การรักษาโรคอัลไซเมอร์ในปัจจุบันมีเพียงการใช้ยารักษา และการดูแลที่จะช่วยบรรเทาอาการด้านความคิดและพฤติกรรมของผู้ป่วยได้เพียงชั่วคราว หรืออาจช่วยให้โรคพัฒนาได้ช้าลงในบางราย โดยการดูแลรักษาดังนี้

1.วางแผนดูแลผู้ป่วย โดยแพทย์ร่วมกับสาขาวิชาชีพอื่นๆ ซึ่งจะมีการพูดคุยสอบถามถึงสิ่งที่ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลอาจต้องการความช่วยเหลือ

2.สร้างสิ่งแวดล้อม เป็นสถานที่ที่ซึ่งปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย และมีการปรับสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิต

3.ออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพและควรปฏิบัติสม่ำเสมอ โดยอาจให้ผู้ป่วยเดินเป็นประจำทุกๆ วัน เพื่อปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านการเดินอาจขี่จักรยานอยู่กับที่ หรือออกกำลังกายด้วยนั่งบนเก้าอี้แทน



4.การรับประทานอาหาร ควรเสริมด้วยน้ำปั่นจากผลไม้ผสมนมหรือโยเกิร์ตที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีแคลอรี่สูง และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

5.การใช้ยารักษา แพทย์จะสั่งจ่ายยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการบางชนิด และชะลอพัฒนาการของโรค

6.การบำบัดทางจิต โดยนักจิตวิทยา เช่น กระตุ้นสมองช่วยปรับปรุงความสามารถด้านความทรงจำ ทักษะการแก้ปัญหา รวมทั้งการบำบัดด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม ดนตรีบำบัด ศิลปะบำบัด

ทว่าปัจจุบันสาเหตุการเกิดโรคอัลไซเมอร์นั้น คงยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด จึงไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรค!!!

แต่มีวิธีที่อาจช่วยชะลอการเริ่มต้นของโรค ด้วยการปฏิบัติดังนี้ เลิกสูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที ใน 5 วันต่อสัปดาห์ ควบคุมระดับความดันโลหิต และที่สำคัญควรฝึกการทำงานของสมอง เช่น อ่านหนังสือ เล่นดนตรี เล่นกีฬา เป็นต้น.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

ขอบคุณภาพจาก : Pixabay

ร่วมสนับสนุนโดย :






คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 62