อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 30 กันยายน 2563

'วิบากกรรม'ที่ยังตายไม่ได้ ลูกอัมพฤกษ์ดูแลพ่อซึมเศร้า

สัปดาห์นี้เปิดชีวิตลูกคนจีน ฝ่าวิบากกรรมสูญเสียน้ากับแม่ หวังต่อยอดมรดก 15 ล้าน แต่ธุรกิจเจ๊งไม่มีจะกินเมียขอหย่า ซ้ำอัมพฤกษ์กินครึ่งซีก สุดช้ำใจไร้เงินรักษาพ่อ ปล่อยนอนจมเตียงป่วยซึมเศร้า อาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.00 น.


ภายในบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้นในจ.นนทบุรี ที่มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง แต่กลับมีความสุขกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่ตารางเมตร มันถูกปกคลุมด้วยความเงียบ เมื่อก้าวเข้าไปในตัวบ้าน มองเห็นชายคนหนึ่งกำลังก้มๆ เงยๆ ปรนนิบัติพัดวีชายชราที่ป่วยนอนติดเตียง

ใช่แล้วครับ...ทั้งคู่เป็นพ่อลูกกัน ลูกชายพยายามที่สุดหวังเพียงให้พ่ออยู่กับเขาไปแสนนาน แต่วิบากกรรมของมนุษย์ก็ใช่ว่าเกิดขึ้นแล้วผ่านพ้นไปง่ายๆ “ผมท้อ ผมตายไม่ได้ ถ้าผมตาย ใครจะดูแลป๊ะป๋า” เสียงเจ้าของบ้าน “นายยงยุทธ งามศิลป์” วัย 51 ปี ลูกชายที่บอกเล่าบางทีสิ่งที่เห็นอาจไม่เป็น...อย่างที่คิด





มันคงเป็นกรรมเวร วิบากกรรมของผม...” ก่อนพี่ยงยุทธจะเล่าให้ฟังว่า พ่อของเขาเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยเรือสำเภาได้มาพบรักกับแม่ที่เป็นลูกครึ่งไทยจีน จึงตั้งรกรากที่สามย่านเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นบนเนื้อที่ 4ไร่ ซึ่งพ่อของเขา “นายหั่งพวง แช่ตั้ง” วัย 95 ปี เป็นผู้ร่วมบุกเบิก สมาคมเผยแผ่คุณธรรม “เต็กก่า” จีจินเกาะ

ชีวิตของครอบครัวคนจีนก็น่าจะไปได้ดี แต่มีเหตุจำเป็นต้องย้ายที่อยู่ เพราะบ้านอยู่ในเขตเวนคืนที่ดิน จากนั้นแม่และน้องชายของแม่ได้นำเงินไปซื้อบ้านย่านบางมด ซึ่งเป็นสวนส้ม และทาวน์โฮมเล็กๆ ย่านบางแค เมื่อโตขึ้นลูกชายคนเดียวในบ้านหลังนี้กลายเป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดี ที่มีพ่อแม่และน้าสาวให้ความรัก เข้าเรียนในคณะมนุษย์ศาสตร์ ม.รามคำแหง ได้โอกาสเล่นละคร ถ่ายเอ็มวี เดินแบบ กระทั่งย้ายมาเรียนคณะศึกษาศาสตร์ สาขาโสตทัศนศึกษาในที่สุด







โดยที่ใครจะรู้ได้...แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้สึกว่า “วิบากกรรม” มันกำลังเริ่มก่อตัวแฝงเป็นเนื้อร้ายอยู่ในคำว่าโอกาส เขาคิดว่า “เราจะมัวมาให้ป๊ะป๋ากับหม่าม๊าดูแลเราอย่างเดียวไม่ได้ จึงเลือกทุ่มเททำงานก่อน พักการเรียนไว้” และในระหว่างนั้นเองงานแสดงก็ลดลงเรื่อยๆ แต่เขามีโอกาสเข้าไปทำงานในบริษัทขายรถหรู มีรถขับ ครองตำแหน่งผู้จัดการสุดหล่อ แต่หน้าที่การงานที่เติบโตจนกลืนกินเวลากลับไปเรียนต่อ จนเขาไม่สามารถคว้าใบปริญญาได้

แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป โอกาสที่ได้รับอีกครั้ง....ถูกเติมเต็มจาก “แฟนสาว” เข้ามาในชีวิต เขาตัดสินใจแต่งงานสร้างครอบครัว จนมาถึงยุคฟองสบู่แตกวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 เมื่อยอดขายไม่ได้ตามเป้า ตำแหน่งผู้จัดการก็เลือนหายไป คนในบ้านคือ “น้าสาว” ก็เริ่มป่วยจากอาการปากเบี้ยวโดยไม่รู้สาเหตุ และน้องชายของแม่ก็มาเสียไป ต้องแบ่งมรดกกันได้ 15 ล้านบาท จึงไปซื้อบ้านที่จ.นนทบุรี บ้านหลังที่อยู่ในปัจจุบัน



เขาและภรรยาพยายามใช้เงินเก็บเปิดกิจการขายตุ๊กตา แต่ก็ล้มไม่เป็นท่า เพราะห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมาย หันไปเปิดร้านนวดแผนไทย ก็บังเอิญมีวิกฤติการเมืองเข้ามา เรียกว่า...เจ๊งสนิทกว่า 1 ล้านบาท

วิบากกรรมที่เขาเรียกมันว่า “ทุกข์” ได้เกิดขึ้นครั้งแรก...เมียขอหย่า!!! ทรัพทย์สินที่ร่วมกันหามาจึงถูกแบ่งให้ภรรยาไป 1 ล้านบาท กรรมที่ถูกลิขิตไว้ลากยาวมาจนถึงปี 54 ความทุกข์ที่เข้ามาหาเขาอีกครั้ง...โรคเส้นเลือดหัวใจตีบพรากชีวิตของแม่เขาไปด้วยอายุ 95 ปี เมื่อ 17 เม..54 แม้เขาจะทำทุกทางรักษาใช้เงินกว่า 1.3 ล้านบาท แต่ก็ยื้อได้เพียงเวลา เพราะมัจจุราชไม่เคยปราณีใคร





กระทั่ง 6 ปีให้หลัง มัจจุราชหวนกลับมาอีกครั้ง แม้ 2 มือที่เป็นระวิงของพี่ยงยุทธ จะดิ้นรนดูแลคนป่วยทั้งบ้านอย่างถึงที่สุด แต่น้าสาวก็ต้องสู้กับโรคหมอนรองกระดูกจนติดเชื้อ เงินเป็นล้านรั้งเอาชีวิตไว้ไม่ได้ และเงินก็เริ่มร่อยหรอลง พี่ยงยุทธเริ่มรับงานร้องเพลงตามร้านอาหาร แต่ก็มีเหตุการณ์ทำให้หยุดชะงัก แม้กระทั่งสมัครเป็นคนขับรถได้งานแล้ว แต่รถก็ดันไม่พอขับ มันติดขัดไปหมดจนรู้สึกท้อแท้

ในวันที่ 2 พ.ย.59 น้าสาว” ได้จากเขาไป...มันคือความทุกข์ทรมานหนที่ 3 ที่เข้ามาในชีวิต เขาบอกว่า น้าหรือแม่ความรู้สึกของเขาคือคนเดียวกัน ตั้งแต่เด็กจนโตเป็นทั้งน้าสาวและเพื่อนที่ดีที่สุด สอนสวดมนต์ ใส่บาตร มีเมตตากับคนทั้งหลายไม่แบ่งชนชั้น และดูลายมือ นอกจากแม่ก็มีน้าที่ดูแล ซึ่งตั้งแต่แม่เสียปี 54 ก็ขอเรียกน้าว่า...แม่มาตลอด “หลับให้สบายนะครับ บอกแม่บนสวรรค์ด้วยนะ...ว่าคิดถึง และจะดูแลป๊ะป๋าให้ดีที่สุด”





เมื่อเงินหมดการหมุนบัตรเครดิต 5 ใบโดยที่ไร้งานทำจึงเป็นทางรอดของ “พ่อ-ลูก” 2 ชีวิตที่เหลืออยู่ แม้บางครั้งจะย้อนกลับไปคิดว่า...ทำไมชีวิตถึงเป็นแบบนี้?? จากคนที่เคยแบ่งปันช่วยเหลือยามคนอื่นเดือดร้อนเรื่องเงิน “ไม่เป็นไร...เอาไปก่อน มีเมื่อไหร่ก็ค่อยมาคืน” เป็นคำติดปากที่พูดบ่อยครั้ง แต่วันนี้ความช่วยเหลือเหล่านั้นแทบไม่เคยกลับคืนมา ซ้ำร่างกายพี่ยงยุทธยังต้องสู้กับโรคความดันสูง และอัมพฤกษ์ครึ่งซีก แขนขาข้างซ้ายไร้ความรู้สึก

แต่นั้นไม่ทำให้เขาท้อแท้ได้เท่ากับ...เห็นพ่อนอนป่วยโรครุมจมอยู่บนเตียง เขาเสียใจที่สุดที่ไร้เงินรักษาพ่อ ในสภาพที่เขาก็ตกอยู่ในฐานะคนป่วย จนอยากจะฆ่าตัวตาย นั่งร้องไห้ แต่ถ้าตายไปใครจะดูแล...ป๊ะป๋า ใช่แล้วครับ...ทุกวันนี้ทุกข์ที่เขากำลังเผชิญ คือ พ่อของเขาป่วยเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่เสียคู่ชีวิตไป ต้องทานยาต้านไว้





เรื่องราวของพี่ยงยุทธ มันแฝงธรรมะไปด้วยข้อคิดไว้ทั้งหมด ทุกอย่างเป็นวิบากกรรมที่ต้องพบเจอ ทุกๆ อย่างมีเหตุมีผลเสมอ เหตุมาก่อนผลถึงตามมา ดังเช่นพี่ยงยุทธฝากไว้ว่า...

ในตอนนี้ ผมต้องยอมรับชะตากรรมตัวเอง แต่ละคนมีชะตากรรมเป็นของตัวเอง มีกรรมที่เกิดจากการกระทำของตัวเอง ก่อนจะคิดจะทำอะไรให้คิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า คือ วางแผนที่ดี ลาภ ยศ สรรเสริญ มีได้เสื่อมได้ ไม่มีใครรักเราเท่าพ่อแม่ และตัวเราเอง ผมขอขอบคุณน้ำใจของทุกคน หวังว่าขอคิดเรื่องจริงที่แฝงธรรมะ คงจะทำให้หลายๆ คนได้คิดนะครับ”
...................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    18%
  • ไม่เห็นด้วย
    82%

บอกต่อ : 1.92K