อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

บันทึกประสบการณ์ตรง กิน'คีโต'ระยะเวลา6เดือน

สัปดาห์นี้มาดูวิถีคนกิน “คีโต” ผลลัพธ์คนทักหน้าใส ผ่านไป 3 เดือนน้ำหนัดลด 10 กก. แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรศึกษา เพราะชีวิตการกินจะได้แฮปปี้ จันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2561 เวลา 14.00 น.


ผมควรจะเขียนทิ้งท้ายอะไรไว้เสียหน่อย หลังจากกิน “คีโต” มาครบ 6 เดือน...บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้อง 6 เดือน เพราะเป็นระยะเวลาพอสมควรที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะตรวจเลือด ดูค่าไขมันและน้ำตาล แล้วนำผลมาเปรียบเทียบกัน

เริ่มกันเลยดีกว่าครับ...เนื่องจากผมเป็นคนแนะนำหนังสือที่คุณไอซ์เขียนในคอลัมน์
วิถีคีโต : เมื่อไขมันกลายเป็นฮีโร่ในการลดน้ำหนัก ผมเองก็ควรจะลองทำว่าดีจริงหรือไม่ ไม่งั้นจะรู้สึกว่าแนะนำคนอ่าน แต่ยังไม่เคยสัมผัสด้วยตัวเอง บังเอิญผมชอบทดลอง แถมดื้อเสียด้วยครับ อะไรที่อ่านในหนังสือและเพจก่อนหน้านี้ ต้องขอลองดูสักที หากมีข้อดีหรือไม่ดีอย่างไร จะได้บอกและแนะนำกับคนอื่นได้เต็มปาก

ต้องบอกพื้นฐานเดิมว่าผมลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายและกิน Low Carb (งดแป้งมื้อเช้าและมื้อเย็น ส่วนมื้อกลางวันกินปกติ) แต่เรื่องกินผมก็หลุดตลอดครับ เจออะไรอร่อยก็กินไม่ยั้ง บางทีต้องไปชิมอาหารก็เพลิน ไปงานเลี้ยงก็มีหลุดบ้าง ตอนนั้นออกกำลังกายหนักๆ จากน้ำหนัก 97 กก.เหลือ 90 ปริ่มๆ แค่นี้ก็แฮปปี้แล้วนะครับ

ผมลองพยายามจะลดให้น้ำหนักให้ต่ำกว่า 90 กก.มาครึ่งปี แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ผมออกกำลังเยอะ เพราะชอบเล่นกีฬา เช้าออกกำลังกายที่ฟิตเนสแบบ Circuit Workout แนวหนักๆ โหดๆ ใช้เวลา 30 นาที 3 วัน/สัปดาห์ เย็นๆ วิ่งกับลูกราวๆ 5-7 กม. 1-2 วัน/สัปดาห์ วันพุธเล่นบาสที่โรงเรียนลูก วันอาทิตย์ไหนไม่ติดอะไรก็มีก๊วนบาสประจำตอนสายๆ พูดง่ายๆ คือ ออกกำลังกาย 4-5 วัน/อาทิตย์ ถือว่าเยอะมาก แต่น้ำหนักก็ลงต่อไม่ได้แล้ว

ก่อนเริ่มกินคีโต ผมเริ่มศึกษาทั้งเรื่องของคีโต การใช้แอพฯ MyFitnessPal และลองทำเมนูคีโตบางส่วนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในขณะเดียวกันผมก็กินของที่อยากกินส่งท้ายไปด้วย (พูดง่ายๆ ปฏิบัติการโละตู้เย็นนั่นเอง) ปกติผมชอบกินอาหารที่เป็นกับมากกว่าข้าวอยู่แล้ว ถ้าจะงดแป้งในส่วนนี้ จะไม่มีผลกระทบอะไรมาก ผมไม่ติดของหวาน เค้ก ขนม พอตัดใจได้ แต่ผมชอบกินไอติม เดือนเมษาร้านเจ้าประจำมีโปรโมชั่นซื้อ 1 ควอท แถม 1 ควอท ผมซื้อมากิน 4 ควอทใน 2 อาทิตย์ (สั่งลาแบบสุดๆ)



ตอนเริ่มก็กำหนดวันเอาแบบง่ายๆ วันที่ 30 เม.ย. ผมไปเจาะเลือดเก็บผลไว้เรียบร้อย เริ่มต้นกินคีโตวันที่ 1 พ.ค.จำง่ายดี ไล่ไปทีละวันจะได้รู้ว่ากินคีโตไปกี่วัน นับไปอีก 6 เดือน วันสุดท้ายคือวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา

ช่วงเวลาที่ผมกินคีโต แล้วมีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง...ผมขอเล่าไปตามลำดับก็แล้วกันนะครับ โดยขออนุญาตเน้นที่ 2 เดือนแรก ซึ่งสำคัญที่สุด เลยบันทึกไว้ละเอียดเป็นรายสัปดาห์เลยครับ

สัปดาห์แรก เริ่มแบบงงๆ ดื้อๆ
แม้จะศึกษาและลองทำมาก่อนแล้ว แต่อาทิตย์แรกก็กินมั่วไปหมดครับ ซัดหมูสามชั้น ขาหมูเป็นว่าเล่น คงเหมือนๆ กับใครหลายคนที่บอกว่า คีโตกินมันๆ ได้...ผมก็ซัดหมูสามชั้นและแกงเขียวหวานอยู่เป็นอาทิตย์ แถมยังดื้อ เขาบอกว่า 2-3 สัปดาห์แรกอย่าเพิ่งออกกำลังกาย ผมไม่เชื่ออยากรู้นักว่าจะเหนื่อยขนาดไหน ผมใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิม ออกกำลังกายตั้งแต่วันแรกนี่แหละ ผลคือ “เหนื่อยแทบขาดใจ”...โชคดีที่ผมบอกเทรนเนอร์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ผมจะเริ่มกินคีโต เขาเข้าใจครับ

จากที่ผมเคยเล่น 30 นาที แต่พอไม่มีพลังจากอาหารจำพวกน้ำตาลและแป้ง แรงก็เลยหมดตั้งแต่ 20 นาที ปกติจะ Finisher ด้วย Chin-Up เคยทำได้ 10 ทีเหลือแค่ 7 ที / วิ่งกับลูก 7 กม.หมดตั้งแต่ 5 กม. / เล่นบาสได้ไม่กี่เกมนั่งข้างสนาม เพื่อนร่วมทีมงงไปทำอะไรมา...มันเหนื่อยจริงครับ แต่ก็อยากออกกำลัง เพราะรู้ดีว่า ร่างกายเราขาดน้ำตาล มันก็หมดอย่างนี้นี่แหละ

สัปดาห์ที่ 2 วินัยการกินผมเป๊ะมาก
ผมว่า Key to Success ของวิถีคีโต (หรือถ้าออกจากคีโตไปแล้ว) ผมว่ากินตามโควต้านี่แหละ รู้ค่า BMR (Basal Metabolic Rate) ของตัวเองไว้ กินให้ถึงไม่ให้ขาด ระบบเผาผลาญจะได้ไม่พัง วันไหนนิ่งๆ ก็กินให้ถึง วันไหนออกกำลังกายบ้าคลั่งก็กินให้เพียงพอกับพลังงานที่เสียไป การใช้แอพฯMyFitnessPal ยอดเยี่ยมครับ (ผมเคยนินทารุ่นน้องที่เคยลดน้ำหนักแล้วใช้แอพฯ นี้ว่า “เยอะ!”)

แต่พอใช้เป็น แอพฯ อันนี้นี่แหละตัวควบคุมการกินได้อย่างดี เรากินอะไรก็คีย์ลงไปไม่งั้นวิถีเดิมที่ผมเคยเป็นคือ “ถ้าอร่อยก็จะไม่มีคำว่าหยุด” แล้วเราก็จะกินบางอย่างที่เราชอบจนเกินโควต้าโดยไม่รู้ตัว

การออกกำลังกายยังเหมือนเดิม แล้วพอมาชั่งน้ำหนัก “เฮ้ย กินคีโตสัปดาห์เดียวลดไป 4 กก.” ออกกำลังกายมาครึ่งปีไม่เคยลดเลย แต่พอมาอ่านเพิ่มก็คือ ตัดแป้งน้ำตาล คาร์บมันก็ลด แล้วคาร์บมันอุ้มน้ำตั้ง 2-3 เท่า พอคาร์บหาย น้ำก็หายไปด้วย “อ๋อ...เผาหลอกนี่เอง” แต่ก็ดีใจมากครับ

แล้วเข้าสัปดาห์ที่ 2 ลมหายใจผมก็มีกลิ่น (ซึ่งมาจากการกินอาหารประเภทที่มีไขมันเพิ่มขึ้น) เหมือนกับที่เขียนในหนังสือ...ถามว่าเหม็นมั้ย? เอาเป็นว่าไม่หอม ไม่กล้าให้ใครดมครับ หุ หุ หุ แต่คนรอบข้างไม่ถึงกับวิ่งหนีหรอกนะครับ

สัปดาห์ที่ 3 เข้าคีโต
น้องที่ออกกำลังกายที่ฟิตเนสด้วยกันเอา Keto Stick มาให้ตรวจปัสสาวะ เป็นกระดาษเส้นๆ ที่จุ่มลงไปแล้วแสดงผลออกมาด้วยการเปลี่ยนเป็นสีตามระดับสารอาหารที่อยู่ในร่างกาย ผลคือ...ผมได้สีชมพู

แสดงว่าเข้าสู่ภาวะคีโตแล้ว (ผมว่ามันมาตั้งแต่มีกลิ่นลมหายใจแล้วแหละ) สัปดาห์นี้รู้สึกได้ว่า พลังกลับมาบางส่วนแล้วนะ อึดขึ้นกว่าเดิม แต่ก็ยังเหนื่อยง่าย เล่นอะไรทีหัวใจจะกระเด็นออกมา น้ำหนักที่เคยลด 4 กก. รอบนี้ลดไปแค่จึ๋งเดียว

อ้อ...!!! สัปดาห์นี้เป็นตะคริว 1 ครั้งตอนนอนครับ รีบหาเกลือ 3 ชนิด (เกลือทะเล เกลือชมพู เกลือ Lo-Salt) มากินมาโรยอาหารทันที แมกนีเซียมนี่ต้องกินทุกคืนก่อนนอน หลังจากนั้นผมเริ่มเข้ามาอ่านหาความรู้ในเพจ เพิ่งรู้ว่าผมกินแต่ไขมันอิ่มตัวเยอะเกินไป เข้าไปศึกษาไขมัน 3 ชนิด (ไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน) ที่ร่างกายควรได้รับและจำขึ้นใจ เปลี่ยนเมนูการกินใหม่หมด น้ำมันมะกอกจากที่เคยซื้อขวดเล็กไปถอยขวดใหญ่ เพราะต้องกินทุกมื้อ พอดีกับที่ภรรยาก็หันมากินคีโตด้วยกัน เวลาทำกับข้าวคีโตก็เลยใช้ปริมาณเพิ่มขึ้นด้วย

สัปดาห์ที่ 4 ทะลุเป้าหมาย
น้ำหนักตั้งเป้าไว้ที่ 85 กก. มันทะลุไปที่ 84.9 กก. เลยครับ วูปปี้มากๆ แต่ก็มีคำถาม...เฮ้ย!!! ถึงเป้าหมายเร็วไปไหม? ก้มมองพุงก็ยังอยู่ อย่างนั้นลุยต่อ พลังกำลังเรี่ยวแรงก็เริ่มกลับมาเหมือนก่อน ครบเดือนผมวัด Body Fat ด้วย Caliper ที่เป็นคีมหนีบตำแหน่งต่างๆ ตัวเลขลดลงหมดจากก่อนกินคีโต ตำแหน่งหน้าท้องก็ลง แต่ก็มีพุงและมีห่วงยาง ลองไปวัดกับเครื่องวัดไฟฟ้า เอามันทุกทาง เก็บค่าตัวเลขต่างๆ เอาไว้ก่อน

สัปดาห์ที่ 5 แรงกลับมา น้ำหนักลงอีกรอบ
สัปดาห์นี้ออกกำลังกายได้เต็มเวลา วิ่งก็จบดี รู้สึกเลยว่าบางวันมัน “ดีด” เรี่ยวแรงมาจากไหนไม่รู้ ผมก็คิดว่าตอนนี้ร่างกายคงเริ่มใช้พลังงานไขมันเป็นแล้ว และนี่เริ่ม “เผาจริง เบิร์นจริงแล้ว”

ผมลืมพูดถึงเรื่องสำคัญ ตั้งแต่กินคีโตมา การขับถ่ายของผมดีขึ้นมาก ใครบอกว่ากินคีโตแล้วท้องผูก ผมไม่เป็นเลย อาจจะเป็นเพราะแต่เดิมเป็นคนถ่ายง่ายและถ่ายบ่อยอยู่แล้ว ตอนนี้เลยปรับมากลายเป็นพอดี ส่วนภรรยา แต่ก่อนท้องผูก หลังจากกินคีโตกลายเป็นขับถ่ายได้ทุกวัน ถือว่าเป็นเรื่องดีของเราทั้งคู่

สัปดาห์ที่ 6 หน้าใส
ผ่านไปเดือนกว่า คนเริ่มทักเรื่องน้ำหนักและหน้าเล็กลง อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว สัดส่วนเริ่มเปลี่ยนครับ
แต่ที่แปลกใจไม่รู้ใครที่กินคีโตเป็นบ้างไหม?? ถูกทักเรื่อง “หน้าใส หน้าเด็ก” พอทักทีไร ผมก็จะจับหน้า เออมันก็มันๆ ชุ่มชื่นดีนะ ครั้งแรกนึกว่าคงเป็นเพราะครีมกันแดดที่ทาเวลาไปตีกอล์ฟกับลูก แต่วันที่ไม่ได้ทาคนก็ยังทัก อีกอันที่แปลกครับ สิวมันหลุดเอง (สงสัยกินไขมันดีไปดันสิวที่เป็นไขมันอุดตัน ไขมันคงพุ่งไปทั่วร่าง ขึ้นหน้าเลย…อันนี้คิดไปเองครับ)

สัปดาห์ที่ 7 พักผ่อนให้เพียงพอ
ตั้งแต่กินคีโตมา ผมไม่ป่วยเลย ปกติผมจะเป็นหวัดง่ายมาก ฝนตกเกือบทุกวัน คนรอบข้างจามกันระงม แต่ผมนี่ไม่เป็นอะไรเลย แต่มีอยู่วันลุกแล้ววูบๆ หมดแรงดื้อๆ หยั่งกะเป็นคีโตฟลู ตอนหลังพบว่า คืนก่อนนั้นนอนไป 5 ชม. อีกวันไม่ไหวครับ ร่างกายมันฟ้อง ผมรีบเข้านอนทันที เช้ามาหายสนิท เพราะฉะนั้นเรื่องการพักผ่อนก็ต้องเพียงพอด้วย

สัปดาห์ที่ 8 พยายามรักษาการกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกายให้สมดุล
ผ่านมาขนาดนี้แล้ว จะเรียกว่าเป็นวิถีก็น่าจะได้ เหมือนมันรู้แล้วว่าอันไหนควรกิน อันไหนไม่ควรกิน ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ก็มีวันหลุด 2-3 วัน เพราะต้องไปชิมอาหารเพื่อเขียนคอลัมน์ หรือเวลาไปกินเลี้ยงกับเพื่อนก็นานๆ ที แต่พอหลุดอีกวันก็ต้องรีบกลับมา พูดง่ายๆ กินไม่ดีก็รีบกลับมากินดี นอนน้อยก็กลับมานอนให้พอ

อ้อ! สัปดาห์นี้ วัดค่า Body Fat ด้วย Caliper อีกรอบ ทุกค่าลด วัดด้วยเครื่องวัดไฟฟ้าก็ลด แต่อันนี้มันดีตรงที่บอกมวลกล้ามเนื้อด้วย มวลกล้ามเนื้อก็หายไปจากเดือนก่อน ผมขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ผมเลยปรับสัดส่วนโปรตีนจาก 20% เพิ่มขึ้นเป็น 25%



เดือนที่ 3 น้ำหนักลดลงไป 10 กก.
การกินคีโตมาไกลกว่าที่คิด ตั้งใจจะลดแค่ 5 กก. แต่ไปได้ถึง 10 กก. รูปร่างเปลี่ยนชัดเจน ผิวพรรณดีขึ้น ขับถ่ายดีขึ้น ออกกำลังกายได้เหมือนเดิม จริงๆ ผมตั้งใจจะหยุดตั้งแต่เดือนนี้ แล้วไปวัดผลตรวจเลือดดูค่าไขมันและน้ำตาล แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ารอให้ถึง 6 เดือนดีกว่า เพราะถ้าเจาะเลือดวัดตอนนี้ รับรองค่าไขมันพุ่งกระฉูด ผมเกือบลืมปรับค่า BMR ให้ลดลงด้วย เพราะน้ำหนักลดลงไปแล้ว ไม่ควรกินเท่าเดิม

เดือนที่ 4 ผมร่วง น้ำหนักมีแนวโน้มจะลงไปอีก
เป็นเดือนที่ผมว้าวุ่นใจที่สุด เพราะถ่ายรูปออกมาแล้ว รู้สึกได้ว่าผมบนศีรษะหายเป็นหย่อมๆ เอามือลูบผมก็มีผมก็หลุดติดมือ ผมแก้ปัญหาโดยการตัดผมสั้นและกินวิตามินเสริมเข้าไป Zinc (สังกะสี) และ Biotin (บำรุงผมและเล็บ) แม้พุงและห่วงยางเริ่มหายไปชัดเจน แต่พบว่าน้ำหนักลงไปเกินกว่า 10 กก.แล้ว ใครไม่ได้เจอสักพักก็ตกใจ นึกว่าผมป่วย เพราะแขนขาก็เล็กลงไปด้วย (แบบไม่มีกล้ามเนื้อ)

ช่วงนี้ลิ้นจะรับรสไวมาก ชิมอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลจะรู้ทันที มีอยู่วันหนึ่ง ผมกินเครื่องดื่มโกโก้ร้อนผสมน้ำตาล ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีน้ำตาล แต่เห็นว่าแก้วเล็กนิดเดียว ไม่น่าจะเป็นอะไร ผลคือ ผมมึนและปวดหัวเลยครับ คงไม่ได้กินน้ำตาลมานานหลายเดือน พอกินเข้าไปโดยตรงร่างกายปรับตัวไม่ทัน

เดือนที่ 5 เพิ่มโปรตีน เวทสร้างกล้ามเนื้อ
นอกเหนือจากที่ผมเพิ่มน้ำหนักโดยการกินโปรตีนมากขึ้น ลดสัดส่วนของการกินไขมันลง ผมต้องปรับค่า BMR ขึ้นมาด้วย ทำให้น้ำหนักค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาช้าๆ ผมเล่นเวทเพิ่ม กล้ามเนื้อแขนและขาเริ่มกลับมา มีกล้ามท้องขึ้นมาบางๆ ลดการวิ่งลงเพราะเป็นคาร์ดิโอจะทำให้กล้ามเนื้อหายไป

มีอยู่วันหนึ่ง ผมไปดื่มน้ำแก้วเดียวกับลูกชายที่เป็นหวัด คืนนั้นผมเริ่มระคายคอและมีน้ำมูกไหล เดาได้ว่าหวัดมาหาแน่ๆ ผมรีบกินกีวี่และสตรอเบอร์รี่เพื่อเพิ่มวิตามินซี แล้วเข้านอนเร็ว ทำอย่างนี้ 2 วัน ร่างกายหายดีเป็นปกติ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเชื่อว่าหวัดลงคอ น้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเขียว กว่าจะหายต้องกินยาเป็นอาทิตย์ แต่ถ้ารู้ตัวเนิ่นๆ พักผ่อนให้เพียงพอก็หายเองได้ครับ

เดือนที่ 6 รอตรวจผล
ผมกินตามโควต้า ออกกำลังกายเพียงพอ ที่ฟิตเนสมีการจดสถิติจำนวนการออกกำลังกายต่อเซ็ต เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยังไม่ได้กินคีโต ปีนี้ผมกินคีโต ร่างกายปรับตัวได้ เห็นได้ชัดว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น อย่างไรก็ตามผมอยากเห็นเป็นตัวเลขที่ชัดเจน จึงไปเจาะเลือดหลังจากกินคีโตครบ 6 เดือน ผลออกมามีดังนี้ครับ

ค่าน้ำตาลลดจากเดิม 100 ปริ่มๆ เหลือเลข 2 ตัวได้ 94 ค่าไขมันพุ่งขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าแยกเป็นตัวๆ แล้ว ค่า Triglyceride ลดลงชัดเจน ค่า HDL (ไขมันตัวดี) เพิ่ม อันนี้ดี ส่วน LDL (ไขมันตัวไม่ดี) อันนี้ไม่ดี และค่ายูริกเพิ่มนิดหน่อย สันนิษฐานว่าผมกินโปรตีนเยอะเกินไปนิด




สุดท้ายขอฝากไว้ สำหรับคนที่ตั้งใจจะกินคีโตให้สำเร็จ ผมขอพูดทั้งข้อดีและไม่ดีที่ผมเจอมานะครับ

- ผมคิดว่าคีโตเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักโดยใช้เวลาระยะสั้น ทุ่มเท และตั้งใจจริง เพราะในระยะเวลา 2 เดือนก็เริ่มเห็นผลแล้ว แต่ผมไม่แน่ใจในระยะยาว เพราะต้องยอมรับว่ากินอาหารได้ไม่ครบทุกประเภท ขาดสารอาหาร แร่ธาตุและวิตามิน ต้องกินวิตามินเสริม
- แต่ถ้าจะทำให้สำเร็จ กลั้นใจกินให้เป๊ะและกินให้ถูกต้องตั้งแต่ 1 สัปดาห์ คุณจะได้ว้าว...กับน้ำหนักลดตั้ง 2-4 กก.จะได้มีกำลังใจไปต่อ
- แนะนำว่า 2 เดือนแรกควรทำอาหารกินเอง เพราะควบคุมปริมาณอาหารได้ รู้สัดส่วนสิ่งต่างๆ ที่ปรุงลงไปในอาหาร ได้ชั่งน้ำหนักเนื้อและผักได้เป๊ะๆ จากคนที่ไม่เคยทำอาหาร หลายคนที่เริ่มกินคีโต ต้องทำอาหารเอง ก็ชอบทำอาหารไปเลย เริ่มจากเมนูง่ายๆ อย่างเมนูไข่ก็ทำได้แล้วครับ
- ไม่จำเป็นต้องรีบออกกำลังกายใน 1-2 สัปดาห์แรก มันหมดแรงจริงๆ นะ แถมทำลายกล้ามเนื้อไปด้วย ถ้าอยากจะออกจริงๆ ออกกำลังกายแค่เบาๆ ก็พอ
- กลั้นใจกินให้เป๊ะอีก 2-3 สัปดาห์ น้ำหนักตอนนี้มันไม่ไปไหนอย่าเพิ่งท้อ ถ้าพ้นเดือนแรกไปได้ adapted ได้แล้ว เดี๋ยวมันจะลงอีกรอบ อดทนเพื่อความสุขข้างหน้าครับ
- น้ำหนักไม่ต้องชั่งบ่อย ไม่ต้องชั่งทุกวัน ไม่อย่างนั้นใจมันไปอยู่กับตัวเลขบนตาชั่งเดี๋ยวเครียด ผมตั้งรางวัลว่าวันไหนไปฟิตเนสครบ 3 วัน/สัปดาห์ วันสุดท้ายจะได้ชั่งน้ำหนัก แบบนี้มันลุ้นสนุกดี
- ลองตั้งใจทำอะไรจริงจังกันดู ผมลองมาหลายวิธี ทำได้แป๊บเดียว ไม่จริงจังก็เลิก แต่ผมว่าวิถีคีโตมันคุ้มค่ากับเวลาและความอดทนที่ลงไป ส่วนที่สำคัญคือทำให้เราใส่ใจเรื่องอาหารการกินของตัวเองมากขึ้น
- ยอมรับว่าอาหารคีโตแพง แค่น้ำมันมะกอกก็แพงกว่าน้ำมันพืชตั้ง 3-4 เท่า แต่ให้คิดว่าก็ซื้อสิ่งที่ดี กินของดีให้กับร่างกายครับ
- ผมชอบเครื่องดื่มเย็นๆ โซดานี่ขาดไม่ได้เลยครับ บีบมะนาวใส่เกลือทำเครื่องดื่มเพิ่มพลังเวลาออกกำลังกาย หรือไปงานเลี้ยงก็ดื่มโซดาเพียว...เฟี้ยวทั้งคืน
- ให้ดูที่สัดส่วนของร่างกาย กางเกงผมหลวมทุกตัวแล้ว แต่เผอิญชอบบันทึก เลยให้เจ้าลูกชายถ่ายรูปตั้งแต่วันแรกก่อนเริ่มกินคีโต แล้วก็ถ่ายทุกวันอาทิตย์ตอน 9 โมงเช้า เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง พอลองเอามาเทียบกันทุกสัปดาห์ สัดส่วนลดจริงๆ นะครับ
- เท่าที่สังเกต ผู้ชายที่กินคีโตจะลดง่ายและเร็วกว่าผู้หญิง ผมว่าน่าจะเกี่ยวกับฮอร์โมนเพศด้วย
- เหมาะกับคนน้ำหนักเยอะมากๆ เกิน 100 กก. เปลี่ยนนิสัยการกินให้น้ำหนักลดมาสักระยะ หลังจากนั้นค่อยออกกำลังกายเพิ่มเข้าไป หุ่นดีขึ้นแน่นอน




ข้อดีของคีโต
- ผมว่าเป็นการลดน้ำหนักแบบที่กินอย่างมีความสุข กินเนื้อก็ได้ กินมันก็ได้ ปรุงรสได้ แค่ไม่กินแป้งและน้ำตาล ยอมตัดรสหวานออกไปแค่รสเดียว แบบนี้ค่อนข้างจะเหมาะกับผมครับ
- ตัวช่วยอาหารทดแทนก็มีเยอะ อยากกินหวานจริงๆ ก็มี Stevia หรือหญ้าหวานมาทดแทนโดยไม่เพิ่มค่าคาร์บ หรือถ้าอยากกินแป้งหรือขนมปังก็นำแป้งอัลมอนด์มาทำขนมได้ สำหรับข้าวหรืออาหารเส้นๆ ก็มีบุกข้าวหรือเส้นแก้วใช้ทดแทนกันได้สำหรับบางเมนูครับ แถมรสชาติก็ดีอีกต่างหาก
- สำหรับผมที่ดีมากๆ คือ ด้านสุขภาพร่างกาย ผมแข็งแรงไม่ป่วยเลย ผมขอชี้นิ้วโทษไปที่น้ำตาลให้เป็นตัวร้ายที่เคยทำให้ร่างกายผมป่วยมาตลอด พอตัดน้ำตาลทิ้งไป ผมไม่เป็นอะไรเลยแม้ว่าจะตากฝนหรือไปอยู่ที่อากาศเย็นๆ แถมผิวพรรณก็ดีขึ้น หน้าเด็กลงชัดเจน
- อย่างไรก็ตาม ผลที่สะท้อนหลังจากกินคีโตต่อร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ภรรยาผมไม่ได้ออกมาทางผิวหนัง หน้าไม่ได้ผ่องเหมือนผม แต่เธอได้ระบบภายในร่างกายดีขึ้น ขับถ่ายปกติ ประจำเดือนมาปกติจากเดิมที่เคยมาไม่สม่ำเสมอ ปัจจุบันนี้มาตามวันที่กำหนดไว้เป๊ะ และโรคภูมิแพ้หายไปด้วย ส่วนเพื่อนอีกคนเล่าว่า ผมหงอกหายไป มีผมดำขึ้นมาใหม่


ข้อเสียของคีโต
- สำหรับหลายๆ คน อาจเป็นวิธีลดน้ำหนักที่สุดโต่งเกินไป กินปริมาณไขมันถึง 75% ต่อวัน โปรตีน 20% คาร์โบไฮเดรตแค่ 5% กินผักใบเขียวได้ทุกชนิด ห้ามกินนม ผลไม้ ผักที่เป็นหัวๆ เพราะแป้งเยอะ เช่น มันฝรั่ง แครอต คนที่ไม่ถนัดแนวนี้จะรู้สึกว่าถูกจำกัดการกินมากครับ
- อาหารและวิตามินเสริมแพงจริง ช่วงที่กินคิดว่ากินของดีย่อมแพง แต่ถ้าได้ผลที่ต้องการแล้ว ก็ยังต้องกินอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าอยากจะกินคีโตไปยาวๆ ผมคิดว่าค่อนข้างสิ้นเปลือง
- ถ้าเจาะเลือดแล้ว อาจจะกังวลเกี่ยวกับค่าไขมัน เพราะเรากินไขมันเยอะ แต่ดูที่ค่าไขมันต่อละตัวว่าตัวที่ดีเพิ่มขึ้นด้วยหรือไม่


เมื่ออยากหยุดกินคีโต
- ผมคิดว่าหลังจากนี้ ผมจะพยายามปรับการกินให้สมดุลขึ้น โดยค่อยๆ ถอนการกินคีโต เพราะผมก็เชื่อว่าคาร์โบไฮเดรต ผักและผลไม้ทุกชนิดก็สำคัญ
- ถ้าจะหยุดกิน จำเป็นต้องค่อยๆ ถอน อย่าเพิ่งกลับมากินแบบปกติทันที เพราะผมลองกลับมากินอาหารที่มีแป้ง (พิซซ่าชิ้นเล็กๆ 2 ชิ้น) ถัดไปไม่ถึงชั่วโมงผมมึนหัว คงเหมือนกับปลาเปลี่ยนน้ำใหม่ๆ ร่างกายยังไม่คุ้นกับแป้งและน้ำตาล
- ถ้าจะเริ่มกินคาร์โบไฮเดรตควรกินมื้อเช้า เพราะหลังจากนั้นร่างกายจะมีกิจกรรมทั้งวัน การใช้พลังงานช่วยเผาผลาญสิ่งที่กินไปได้
- ไม่ลืมที่จะกินตามโควต้า ดูค่า BMR เหมือนเดิม กินอะไรก็ควรเก็บข้อมูล เพราะถ้าปล่อยตัวอีกครั้ง รับรองว่าน้ำหนักโยโย่กลับมาแน่ครับ แต่ถ้ายังรักษาการกินตามโควต้า น้ำหนักจะไม่เด้งกลับขึ้นมาเยอะ

การกินคีโตถือว่าเป็นการลดน้ำหนักที่กำลังฮิตอยู่ในตอนนี้ ท่านผู้อ่านลองอ่านบันทึกของผมแล้วตัดสินใจเองว่า วิธีนี้จะเหมาะกับคุณหรือไม่นะครับ
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://www.facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 3.41K