อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 เมษายน 2562

หลักคิดพระราชา พึงน้อมนำมาพิจารณาพัฒนาตนเอง

สัปดาห์นี้เพื่อให้ทุกคนในชาติได้ตระหนัก และพึ่งตนเองไม่เป็นภาระผู้อื่น จึงขออัญเชิญพระราชดำรัสในหลวงร.9 มาให้น้อมนำพิจารณาพัฒนาตนเอง พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00 น.


พลเมืองของบ้านเมืองใดเป็นคนมีคุณภาพและมีความเข้มแข็ง บ้านเมืองนั้นย่อมมีความเจริญมั่นคงและเจริญผาสุก ปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งยวดที่เป็นเหตุนำพลเมืองไปสู่การเป็นผู้มีศักยภาพดังกล่าว ขึ้นอยู่กับมาตรฐานและคุณภาพการศึกษาของชาติที่สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาคนในชาติให้เป็น “ผู้มีการศึกษา” (the well educated) ซึ่งไม่ได้หมายถึงผู้สำเร็จการศึกษาในระดับสูงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ศึกษาในระบบตามหลักสูตรระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา

แต่ยังหมายถึงการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย ซึ่งจะต้องมีการเรียนรู้ตลอดชีวิต (long life learning) ทั้งในด้านวิชาการ (scholar) วิชาชีพ (professional) ทักษะในการดำเนินชีวิต (experience) โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีคุณสมบัติเป็น “ผู้มีหลักคิดที่ถูกต้อง” (proper) โดยสามารถแยกแยะความผิดชอบชั่วดี รู้ว่าอะไรเหมาะอะไรไม่เหมาะ รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ฯลฯ และเป็น “ผู้มีจิตสำนึก” (conscious people) อาทิ จิตสำนึกในความรักชาติบ้านเมือง จิตสำนึกในความกตัญญูต่อแผ่นดิน จิตสำนึกทางประวัติศาสตร์ จิตสำนึกในศิลปวัฒนธรรม จิตสำนึกในความปลอดภัย จิตสำนึกในวิทยาศาสตร์ ฯลฯ

เพื่อให้คนในชาติได้ตระหนักความสำคัญและตื่นรู้ในความเป็นพลเมือง ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไร อาชีพอะไร ยากดีมีจนเป็นเพียงไร ต่างล้วนเป็นพลังสำคัญของแผ่นดินในการรักษาบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยและมีความเจริญก้าวหน้า โดยหันกลับมาพิจารณาตนด้วยการหมั่นศึกษาหาความรู้และนำความรู้มาพัฒนาตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้เป็นผู้ที่สามารถพึ่งตนเองได้ ไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น ไม่สร้างปัญหาแก่ตนครอบครัวและสังคม จึงขออัญเชิญพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทมาให้ได้น้อมนำมาพิจารณาในการพัฒนาตนเองดังต่อไปนี้



พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร 13 มี.ค.2514 ความว่า “...ถ้าทุกคนสนใจในความรักประเทศชาติ รักษาความดีเอาไว้ ไม่ต้องไปตามอย่างในสิ่งที่เราเห็นว่าไม่น่าที่จะเจริญไม่น่าจะพัฒนา เราต้องรักษาแนวทางความคิดตามที่เรามีอยู่ แม้จะเป็นสิ่งที่ตกทอดมาแต่โบราณกาลจากปู่ย่าตายายของเรา แต่เป็นระเบียบการหรือเป็นวิธีการที่ดี จะไม่ล้าสมัย...”

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ครูโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม 4 จังหวัดภาคใต้ จ.ปัตตานี 24 ส.ค.2519 ความว่า “...ความเจริญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดมาจากประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพชอบ เป็นหลักสำคัญ ผู้ที่จะสามารถประพฤติชอบและหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้น ย่อมจะมีทั้งวิชาความรู้ ทั้งหลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรกเป็นปัจจัยสำหรับใช้กระทำการทำงาน สิ่งหลังเป็นปัจจัยสำหรับส่งเสริมความประพฤติ และการปฏิบัติงานให้ชอบคือให้ถูกต้องและเป็นธรรม...”

พระบรมราโชวาท พระราชทาน แก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนจิตรลดา วันที่ 27 มี.ค.2523 ความว่า “…การดำรงชีวิตที่ดีจะต้องปรับปรุงตัวตลอดเวลา การปรับปรุงตัวจะต้องมีความเพียรและความอดทนเป็นที่ตั้ง ถ้าคนเราไม่หมั่นเพียร ไม่มีความอดทน ก็อาจจะท้อใจไปโดยง่าย เมื่อท้อใจไปแล้ว ไม่มีทางที่จะมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่ๆ…”

พระบรมราโชวาทพระราชทาน แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สวนอัมพร 14 ส.ค.2525 ความว่า “...การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้า แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่าย จะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึกตัว แต่ละคนจึงต้องตั้งใจและเพียรพยายามให้สุดกำลัง ในการสร้างเสริมและสะสมความดี...”



พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา 4 ธ.ค.2533 ความว่า “...ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัวโดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกันจะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ...”

พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวันที่ 13ก.ค.2537 ความว่า “...ผู้ที่มีจิตสำนึกในคุณธรรม สามารถหักห้ามความคิดที่ไม่ถูกต้อง สามารถยับยั้งคำพูดที่ไม่ถูกต้องสมควร แลสามารถควบคุมตนเองให้ประพฤติปฏิบัติแต่ในทางที่ดีได้ จึงได้รับการยกย่องนับถือว่าเป็นบัณฑิตอย่างแท้จริง...”

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 12 ก.ค.2540 ความว่า “...คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...”
...............................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 345