อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 9 เมษายน 2563

งานฟื้นฟูป่า งบมากแต่ป่าหาย

สัปดาห์นี้ไปติดตามจะคืบหน้าหรือไม่? การตรวจสอบโครงการเพาะชำกล้าไม้ จนบัดนี้ยังไปไม่ถึงไหน แต่มีข่าวเล็ดออกมาว่า ใครกำลังวางแผนช่วยเหลือกัน... พุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561 เวลา 08.00 น.


เมื่อวัน 16 พ.ย.ที่ผ่านมา รายการนายกรัฐมนตรีพบประชาชน หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า รายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างนั่งยืน” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดถึงการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้อีกครั้งหนึ่ง แต่ดูว่าไร้มนต์ขลัง คลายความศักดิ์สิทธิ์จากเดิมไปมาก เพราะพฤติกรรมการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ไม่ตอบสนองคำสั่งการของท่านนายกฯ บางหน่วยเริ่มอยู่เฉยๆ หรือเกียร์ว่าง

ยกตัวอย่าง เช่น กรณีการสอบสวนและเอาผิดกับผู้ทุจริตในโครงการเพาะชำกล้าไม้ ซึ่งขณะนี้การดำเนินการสอบสวนยังไปไม่ถึงไหน ไม่มีใครทราบสาเหตุ เพราะไม่มีการแถลงความคืบหน้าเลย เพียงแต่มีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า มีการวางแผนเพื่อช่วยเหลือกัน โดยให้ผู้รับผิดชอบแปลงเพาะชำกล้าไม้ ที่ร่วมโครงการกว่า 200 แปลง ได้ช่วยกันให้การว่า ได้ดำเนินการเพาะชำจริงตามจำนวน แต่เอกสารที่แสดงว่าแจกจ่ายไปให้ใครหน่วยงานใด ตลอดจนเอกสารเรื่องนี้ทั้งหมด ได้สามัคคีพากันหายเหมือนกันหมดทุกหน่วยงาน จึงสอบสวนเพิ่มเติมต่อไปไม่ได้ และเอาผิดกับใครไม่ได้ เพราะหลักฐานหาย ทั้งๆ ที่ระเบียบต้องเก็บรักษาไว้ บางคนโอดโอยให้ได้ยินว่าตนเองยอมเจ็บเล็กน้อย เพราะมีคนขอร้องให้ช่วยกันรักษาชีวิตเจ้านายเอาไว้
 
จะเห็นได้ว่าการเพาะชำกล้าไม้ มีการส่อทุจริตเป็น “กระบวนการ” เริ่มจากการขออนุมัติเปลี่ยนแปลงงบประมาณ ในช่วงปลายปีงบประมาณ วงเงิน 108 ล้านบาทจากเงินค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจจะเข้าไปหาประโยชน์ได้ยาก มาทำโครงการที่หาประโยชน์ได้ง่าย คือเพาะชำกล้าไม้ โดยเพาะให้แล้วเสร็จ 53 ล้านกล้าในเวลา 1 เดือน ถ้าเพาะชำจริงๆ ไม่มีใครทำได้ การเพาะชำกล้าไม้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทุจริตในการฟื้นฟูป่า และกระทำกันเป็นกระบวนการ มีการวางแผน เรื่องคน เรื่องเงินอย่างแยบยล
 


วันนี้จะชี้ให้เห็นอีกกระบวนการหนึ่ง คือ กระบวนการปลูกป่า เพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการสอบสวน และผู้บังคับบัญชาจะได้ทราบและดำเนินการ ตลอดจนภาคประชาสังคมจะได้ร่วมกันติดตาม เพราะกระบวนการนี้มีการวางแผนการทำงานแบบแยบยลเช่นกัน วางคนของกระบวนการไว้ตั้งแต่ผู้บริหารกรม ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการส่วน หัวหน้าสวนป่า หากศึกษาไม่ละเอียดพอก็จะหาไม่พบความไม่ชอบมาพากลนั้นได้

ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์แห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ดูแลพื้นที่ป่าอนุรักษ์ จำนวน 5,598,763 ไร่ และพื้นที่นอกป่าอนุรักษ์อีก จำนวน 14,307,278.11 ไร่ ในตอนนี้จะไม่พูดถึงความล้มเหลวในการป้องกันรักษาป่า และทวงคืนผืนป่า โดยจะเก็บไว้ตอนหน้า แต่จะพูดถึงความล้มเหลวและกระบวนการหาประโยชน์จากการฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกบุกรุกยึดครอง และจะพูดแค่ช่วงปัจจุบันนี้เท่านั้น
 
กระบวนการนี้ได้จัดวางคนไว้เป็นระบบ คือ ผู้อำนวยการส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ และผู้อำนวยการส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ ของกรมอุทยานฯ และผู้อำนวยการสำนักฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ ให้เป็นคนชุดเดียวกัน และเคยมีคนๆ เดียวกันเป็นมาทุกตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ทำให้เห็นถึงความแข่งแกร่ง และยาวนานของกระบวนการนี้ ทั้งหมดก็เพื่อให้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการปลูกป่า เมื่อมีการวางทีมงานไว้ในพื้นที่อย่างเรียบร้อยครบถ้วนแล้ว จึงจัดสรรเงินงบประมาณลงไป พร้อมสั่งการให้มีการแบ่งซอยแปลงพื้นที่ปลูกป่าให้เป็นแปลงเล็กแปลงน้อย แปลงละ 100-150 ไร่ แม้พื้นที่ติดกันก็ตาม เพื่อหลีกเลี่ยงการทำประมูลระบบ E-bidding มาใช้ระบบเฉพาะเจาะจง เพื่อสามารถมาทำกันเองได้ และหลีกเลี่ยงภาษีอีกด้วย
 


ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษี สูญเสียเงินงบประมาณอย่างมากมาย และทำความเสียหายให้กับทรัพยากรธรรมชาติอย่างยับเยิน และพร้อมจะกวาดล้างคนที่ขัดแย้ง หรือไม่ร่วมมือกับกระบวน โดยการจับย้ายให้ออกไปนอกเส้นทาง ที่สำคัญป่าในพื้นที่ดังกล่าวยังเว้าแหว่งอยู่เป็นจำนวนมาก
 
นี่แค่หนึ่งตัวอย่างเท่านั้น ในการบริหารงานด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ ที่ทำให้การฟื้นฟูป่าของประเทศล้มเหลว จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ ผู้บริหารกระทรวง ทส. และผู้มีหน้าที่ในการตรวจสอบต้องช่วยท่านนายกฯ ตรวจสอบ ทั้ง ปปช., ปปท., บก.ปปป. ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สตง. ต้องตรวจสอบโดยละเอียดถึงผลงานของโครงการว่า มีผลงานครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมดูทุกสวนป่าว่า ปัจจุบันมีสภาพอย่างไร ดูว่าในอดีตมีการปลูกครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งสามารถสืบค้นได้ไม่ยากแต่อย่างใด
 
และที่สำคัญขอให้ ปปง. ดูเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องทุกคนในกระบวนการปลูกป่า ทั้งผู้อำนวยการส่วนฟื้นฟูและผู้อำนวยสำนักพื้นที่ ผู้อำนวยการส่วนฟื้นฟูและเป็นผู้อำนวยการสำนักฯ ที่กรมอุทยานฯ ตลอดจนขอให้สอบเส้นทางการเงินของผู้บริหารกรม ผู้บริหารกระทรวง และฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้องทุกคน ที่ได้เรียกผู้ดำเนินการปลูกป่ามาที่ทำงาน เพื่อรับนโยบายอยู่ประจำทุกเดือน รายละเอียดผมพร้อมจะให้ข้อมูลทั้งหมด พร้อมกับข้อมูลชุดนี้จะใช้ต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ที่มีบางคนกำลังพยายามหยุดผมให้ได้อยู่ในขณะนี้ และหากหลังเลือกตั้งผมมีโอกาสได้เป็นตัวแทนประชาชนอีกสักครั้ง ผมจะอภิปรายตีแผ่เรื่องนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ให้สาธารณชนได้รับทราบอย่างกว้างขวางต่อไป เพื่อหวังว่าจะช่วยหยุดยั้งกระบวนการนี้ให้ได้ และเพื่อหวังจะปกป้องทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่ต่อไป
 
นายกรัฐมนตรีลองสั่งคนของท่าน ถอดดูกล้องวงจรปิดหน้าห้องทำงานผู้บริหารบ้างเถอะครับ ท่านอาจจะพบเห็นคนปลูกป่าของสำนักฟื้นฟู กับหัวหน้าอุทยานฯ ทางทะเล เดินสวนเข้าออกกันตลอดเวลา ไม่เชื่อลองดูครับ ผมไม่อยากให้สังคมต่อว่าท่านนายกฯ ได้ว่า ดีแต่พูด ไม่จริงจัง มีคนชี้ให้แล้วแต่ไม่ยอมทำ”
 
สั่งเลยครับ...
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    97%
  • ไม่เห็นด้วย
    3%

บอกต่อ : 299