อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562

ยิ้มสู้ลูกต้องผ่าตัดเนื้องอก สามีหอบเงินหนีมีเมียใหม่

สัปดาห์นี้วิบากกรรมชีวิตคู่ “2 แม่ลูก” ดิ้นรนพ้นความตาย หลังช้ำใจสามีหอบเงินหนีไปมีเมียใหม่ ไม่ท้อแม้จะเลี้ยงลูกลำพัง ทำทุกทางหาเงินจ่ายค่าผ่าตัดเนื้องอกหวังลูกรอดชีวิต อาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2561 เวลา 08.00 น.


“แม่เลี้ยงเดี่ยว” คำนิยามที่ผู้หญิงหลายคนไม่อยากได้รับเสียเท่าไหน่นัก แต่เมื่อชีวิตคู่เดินทางมาพบกับทางตัน การจากลาที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น “แยกทางกัน” หรือ “หย่าร้าง” เช่นเดียวกับทางเดินชีวิตคู่ของ ..วาสนา ผลเจิรญ หรือ “ดาว” ที่กลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวในวัย 23 ปี

เธอถ่ายทอดเรื่องราวให้ฟังว่า ถ้าย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน จากเด็กสาวชาวจ.อุดรธานี วัย 19 ปีที่เข้ามาทำงานโรงงานกับญาติที่จ.ปราจีนบุรี เพื่อแบ่งเบาภาระทางบ้าน กระทั่งได้พบกับแฟนหนุ่มในโรงงานเดียวกันและศึกษาดูใจกันนานนับปี โดยที่บ้านทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็รับรู้ และให้สัญญากันไว้ว่า...เมื่อพร้อมจะตบแต่งกันตามประเพณี



ในระหว่างนั้นอีก 1 ชีวิตก็ได้เกิดขึ้นมา โดยเธอท้องได้ 3 เดือนแล้ว ซึ่งเธอกลัวว่าจะทำงานไม่คุ้มกับค่าแรง ประกอบกับอาการแพ้ท้องรุนแรง จึงตัดสินใจขอลาออก และหันไปขายสินค้าออนไลน์ “ขายของมันก็พออยู่ได้นะพี่ รายได้ไม่มากมาย” เธอทำทุกวิถีทางเพื่อหาเงิน แม้กระทั่งไปรับขาเสียบไฟคู่มาประกอบเข้าด้วยกัน

“วันหนึ่งหนูนั่งทำตั้งแต่ 6-7 โมงเช้าไปจน 3-4 ทุ่มได้ประมาณ 1,000 ตัว จะได้เงิน 125 บาท ช่วงนั้นก็พยายามหาเงินช่วยแฟนเพื่อลูก หนูกับเขาก็จะกินไข่กับมาม่า กินไปร้องไห้ไปก็มีค่ะ บางวันไม่ไหวจริงๆ ก็โทรไปร้องไห้กับแม่ ทางแฟนหนูก็มีแต่ปู่ย่า ถ้าไม่เดือดร้อนแบบสุดจริงๆ หนูก็ไม่อยากรบกวนแม่”



เมื่อผ่านไป 5 เดือนแพทย์นัดตรวจครรภ์ แจ้งว่าเด็กแข็งแรงดีไม่มีความผิดปกติอะไร หัวใจของความเป็นแม่จึงถูกเติมเต็มจากลมหายเล็กๆ ที่อยู่ในร่างกาย จวบจนเดือนที่ 7 เธอรู้สึกเจ็บท้องจึงรีบไปหาหมอ เธอตกใจมากเพราะตรวจพบติ่งเนื้อที่ท้ายทอยของเด็ก แพทย์ส่งต่อไปอีกโรงพยาบาลเฉพาะทาง จนแน่ใจแล้วว่าต้อง “ยุติการตั้งครรภ์” ความหมายคือ...การเอาเด็กออก หรือ “ทำแท้ง” นั้นเอง

ในเวลานั้นทุกความรู้สึกมันพุ่งเข้ามาที่เธอ ทำไม...ทำไม และ...ทำไม ต้องเกิดขึ้นกับลูกของเธอ เมื่อซักประวัติจนพบว่า ญาติฝั่งแฟนหนุ่มมีกรรมพันธุ์นิ้วเกินและหูแหว่ง ถ้าปล่อยไว้อาจจะเป็นอันตรายทั้งเด็กและแม่ได้ แต่ใจของเธอไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร เธอก็จะเลี้ยงดูให้อย่างดีที่สุด



วันที่ได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งแรก ความรู้สึกมันล้นออกมาผ่านสายตาที่มองไปเห็นร่างกายของลูกชายที่ไม่เหมือนกับเด็กแรกคลอดทั่วไป เธอคิดในใจว่า “ทำไมลูกชายถึงเป็นเยอะจัง” ก้อนเนื้อส่วนเกินที่งอกติดศีรษะ มีน้ำเป็นของเหลวอยูข้างในได้ขยายใหญ่ขึ้นทุกวันๆ เธอจึงตัดสินใจระบายความอัดอั้นตันใจที่ต้องแบกรับ เพราะสงสารลูกใจจะขาด ทำให้เพื่อนๆ ในเฟซบุ๊ก รวมไปถึงนายปรเมศร์ มีสมภพ และบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ร่วมใจช่วยกันบริจาคเงินเพื่อเป็นค่ารักษา “น้องโชคดี” ได้เงินจำนวน 1 แสนบาท ซึ่งความจริงแล้วมันก็น่าจะเป็นเรื่องดีแก่เธอและลูก

ตรงกันข้ามเงินที่ได้มากลับทำให้เธอทุกข์ใจซ้ำกว่าที่เป็นอยู่ เริ่มจากบ้านที่เธออาศัยอยู่ เป็นบ้านของญาติฝ่ายชาย ทางญาติจึงอยากได้เงินไปซ่อมแซมบ้านก่อน แล้วทำไมไม่เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายผ่าตัดของเด็กก่อน?? คือคำถามจากเธอ มันเป็นจังหวะชีวิตที่ถาโถมเข้ามาทุกด้าน แม้กระทั่งแฟนหนุ่มที่เริ่มเปลี่ยนไป??





หลังจากที่หนูย้ายกลับมาอยู่ที่อุดรฯ แต่ด้วยใจที่หนูยังรักเขา มันตัดกันไม่ขาด เพราะเขาก็คือพ่อของลูก เขาโทรมาบอกว่าขอเงิน 5 หมื่น หนูก็ให้เขาเพราะไม่ได้คิดอะไร หลังจากนั้นเขาก็หายไปเลยไม่ติดต่อมา” เธอจึงมารู้ทีหลังว่า 3 วันหลังจากที่กลับไปจ.อุดรฯ แฟนหนุ่มของเธอได้พาหญิงสาวคนใหม่เข้าบ้าน ซึ่งเป็นอดีตภรรยาเก่าและมีลูกด้วยกัน 1 คนก่อนหน้านี้แล้ว และพักหลังก็เริ่มหลงอบายมุขจนไม่ทำงานทำการ

ขณะที่อาการของ “น้องโชคดี” ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อายุได้เพียง 2 เดือนก้อนเนื้อก็ขยายใหญ่มากขึ้นและสีคล้ำลงเรื่อยๆ ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็น แพทย์ต้องผ่าตัดเอาออกแม้จะรู้ว่าโอกาสกลับมาเป็นเด็กปกติแทบไม่มี แต่เธอก็ดีใจที่ลูกชายผ่านพ้นความตายมาได้ หลังจากนั้นเธอต้องเห็นลูกทำกายภาพบำบัด เพราะลักษณะขาที่เหยียดไม่ตรง ทำให้ภาพความทรมานฝังติดตาคนเป็นแม่ เธอไม่อยากเห็นลูกเจ็บ หากเจ็บแทนได้เธอก็อยากรับไว้แทนลูกทั้งหมด



ปัจจุบันลูกชายของเธออายุได้ 3 ขวบแล้ว ชื่อ “โชคดี” มีที่มาตั้งเเต่เกิดเธอเชื่อแบบนั้น ซึ่งจะโชคดีมีชีวิตอยู่ต่อไปและเป็นกำลังใจสุดท้ายที่เเม่คนหนึ่งเหลืออยู่ เพราะเธอไม่เคยเสียใจที่ชีวิตเป็นแบบนี้ แต่เจ็บใจความมักมากของผู้ชาย...

“อย่างเเรกเลยหนูขอให้กำลังใจเเม่ๆ ทุกท่านนะคะ ที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ขอให้ทุกคนสู้ๆ ค่ะ เขาเกิดมาเป็นลูกของเราเเล้ว เราต้องเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ความสุขของเราคือลูก ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาพไหน เขาก็คือลูกเราค่ะ สู้นะคะ เป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ เเละต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี ผู้ใจบุญทุกท่านที่รักเมตตาน้องโชคดี ไม่มีคำไหนนอกจากคำว่าขอบคุณจากใจจริงๆ ถ้าไม่มีท่านทั้งหลาย ป่านนี้หนูกับลูกก็ไม่รู้จะเป็นยังไง เหมือนได้เกิดใหม่ตั้งเเต่น้องได้รับการช่วยเหลือ จนมีสุขภาพเเข็งเเรง น่ารักจนถึงทุกวันนี้ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธ์คุ้มครองทุกท่าน ขอให้สุขภาพร่างกายเเข็งเเรงยิ่งๆ ขึ้นไป อย่าเจ็บอย่าจน พบเจอเเต่สิ่งดีๆ ร้อยเท่าทวีคูณ สาธุ”
..................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 5.59K