อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562

นักข่าวถามผู้กองเหลี่ยมจัด "ไหนว่าจะไม่หลอกกัน?"

สัปดาห์นี้ใครสงสัยบ้างนักข่าวกับตำรวจสนิทกันแค่ไหน บางครั้งความสนิจก็ทำให้เกือบตกข่าว ถ้าได้เจอผู้กองเจ้าเล่ห์ จับคนร้ายได้ดันบอกว่าจับไม่ได้ “ไหนว่าจะไม่หลอกกัน” พุธที่ 12 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00 น.


หลายคนอาจสงสัยว่า...ทำไมนักข่าวอาชญากรรม มันถึงรู้เรื่องในโรงพักว่าตำรวจจับคนนั้นคนนี้มาได้ยังไง ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้อ่านประชาชนเท่านั้นที่สงสัย บางทีตำรวจก็สงสัยไปด้วย

ก็แหล่งข่าวนะ มันมีอยู่ทุกที่ ไม่เผยตัว กระซิบกระซาบกับสารพัดเครื่องมือการสื่อสาร นักข่าวก็รู้แล้วไปทำข่าวนำมาเสนอแก่ประชาชน ส่วนจะมีค่าหรือไม่มีค่านั้นอยู่ที่ผู้อ่านพิจารณากันเอาเองครับ

หลายครั้งตำรวจที่ผู้อ่านอาจจะคิดว่าเป็นมิตรกับนักข่าวอาชญากรรม บางทีก็ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก ตำรวจบางครั้งก็หลอกนักข่าว บอกว่าจะพาออกไปประตูนี้ แต่ดันพาออกหลังโรงพัก จับยังไม่ได้กำลังหาตัวอยู่ ปรากฏ...อ้าวววววววว จับได้แล้วหลอกกันไปมา

จนนักข่าวสาวๆ ต้องบอกว่า “อย่าหลอกกันอีกนะ” แต่สุดท้ายก็หลอกกันได้จนนักข่าวสาวๆ ต้องพูดว่า “ไหนว่าจะไม่หลอกกัน” ซึ่งก็คงจะต้องหลอกกันไปอีกนานระหว่างเราสอง ตำรวจ-นักข่าว



วันหนึ่งผมกับวิชัยนั่งเล่นคุยกันเรื่องสถานการณ์วงการสื่อ ที่ปลดคนออกมากกว่ารับคนเข้า อยู่ดีๆ เราสองก็เปิดมือถือเช็กข่าวแล้วปรากฏเว็บข่าวแห่งหนึ่ง นำเสนอข่าวจากโรงพักในเขตความรับผิดชอบของพวกเรา จับคนร้ายคดีหนึ่งได้

อยู่ใยล่ะครับ เว็บข่าวแห่งหนึ่งลงข่าวเสียแล้ว แบบนี้เขาเรียกว่า “ตีหัว” ถ้าไม่ไปทำปล่อยให้เกิดการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ไปแล้ว เขาเรียก “ตกกรอบ” มีหวังเลือดอาบหัวแน่นอน พวกเราจึงโทรศัพท์ถามตำรวจในโรงพักแห่งนั้น แต่ไม่มีใครรับกันสักคน ที่รับก็บอกไม่มี หรือไม่ก็ “ให้นายพูดดีกว่าครับ” ยุคนี้ต้องขมขื่นใจชะมัด ทุกอย่างรอนายกันหมด

เมื่อเช็กใครไม่ได้ว่ามีการจับกุมจริงไหม ก็ต้องไปที่โรงพักให้รู้แล้วรู้แรดกัน เมื่อขึ้นรถตระเวนไปกันถึงโรงพัก ยิ่งช่วงดึกแล้วรถไม่ติดมากนัก เมื่อไปถึงโรงพักก็แทบจะกระโดดลงจากรถเหมือนธนูพุ่งจากแล่น เราวิ่งขึ้นโรงพักเจอป๋าแก่ๆ อยู่คนหนึ่ง ซึ่งชอบแจ้งเรื่องให้นักข่าวทราบในอดีต แต่ปัจจุบันแกไม่แจ้งข่าวกับใครแล้ว ไม่รู้นักข่าวที่ไหนทำให้แกงอน ผมสอบถามเรื่องราวการจับกุม ป๋าแกก็ไม่รู้อย่างเดียว

เราลองเข้าไปในห้องร้อยเวร เจอคนนั่งแจ้งความ ผู้หญิงนั่งอยู่คนหนึ่ง วิชัยกระซิบว่าร้อยเวรในห้องเป็นเจ้าของคดีที่เรากำลังมาตามหาผู้ต้องหาซึ่งมามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ พวกเราก็ยกกล้องจะถ่าย ร้อยเวรเห็นพวกเรา ตอนนั้นผมมีการคาดคะเนในชั่วแว่บว่า เรื่องจะออกมาทรงใด ระหว่าง .โดนร้อยเวรตวาดไล่ .โดนร้อยเวรพูดให้ออก .ร้อยเวรเล่าเรื่องราวให้ฟังทั้งหมด .พวกเราโดนตำรวจจับตรวจฉี่แล้วดันฉี่ไม่ออก เป็นที่น่าละอายแก่ตัวเองและตำรวจยิ่งนัก

ปรากฏว่าไม่มีคำตอบไหนถูกต้องเลย...ทางร้อยเวรส่ายหน้าให้พวกเราแบบเหนือชั้น เหมือนจะพูดออกมาว่า ที่เราจะถ่ายผู้หญิงในห้องนะ ไม่ใช่ผู้ต้องหา เราก็เลยต้องเดินออก “เชื่อได้ ร้อยเวรนี้ ทำข่าวกับเขามาบ่อย หลอกจนไม่หลอกแล้ว”

ผมยังตามหาผู้ต้องหารายสำคัญอยู่ ขึ้นห้องสืบสวนก็ไม่ได้ เพราะต้องสแกนนิ้ว นี่เรามาตามหาอะไรกันในโรงพักเนี่ย หลังจากครุ่นคิดวิธีการชั่วแว่บ ผมก็ตัดสินใจเปิดกระจกถามห้องพักของพลวิทยุ ซึ่งอยู่กับสิบเวรห้องขัง ถามหาผู้ต้องหาคดีสำคัญ ถามห้องวิทยุซึ่งแจ้งว่า “มานานแล้วนะ” แล้วก็บอกชุดเครื่องแต่งกายของผู้ต้องหา ถึงตรงนี้ผมกับวิชัยง่วนกับการโทรหาตำรวจเพื่อสอบถามเรื่องราว



ทันใดสะดุ้ง!!!

ผู้หญิงที่เราเห็นในห้องร้อยเวรเดินออกมา ผมมองเจ้าหล่อนแล้วพบว่าเครื่องแต่งกายตรงกับที่สิบเวรห้องขังบอก อยู่ใยล่ะครับ ใช่ไม่ใช่ ถ่ายไปก่อน พวกเรารีบวิ่งไปถ่ายรูป เกือบจะไม่ทัน ปากก็ถาม ผมเรียกชื่อจริงหญิงสาว แต่เธอไม่ตอบ ร้อยเวรเดินตามออกมา เธอเดินไปห้องสืบสวนเข้าไปในห้อง เราอยู่กันนอกห้อง ร้อยเวรเดินมาเจอเราแล้วยิ้มโปรยเสน่ห์

ไหนว่าจะไม่หลอกกัน” วิชัยพูดออกมาอย่างระอากับร้อยเวรที่ตัวเองอ้างว่าสนิท น่าตบกบาลวิชัยชะมัดยาก

ยังดีครับร้อยเวรยังเล่าคดีให้เราฟัง ว่าเจ้าหล่อนเดินทางมามอบตัวเอง ก็ต้องปล่อยตัวไป แล้วนัดพบที่ศาลในวันพรุ่งนี้ เพื่อยื่นเรื่องฝากขัง

“ทำไมไม่ให้ถ่ายในห้องตั้งแต่แรก”

ได้ยังไงเล่า ร้อยเวร “เขามามอบตัว มันเป็นสิทธิที่เขาจะป้องกันการถูกถ่ายรูปทำข่าวได้”



ร้อยเวรเหมือนจะพูดต่อ แต่เจ้าหล่อนเดินออกจากโรงพัก เราพยายามสัมภาษณ์แต่หล่อนไม่พูดอะไรเลย พยายามเดินหนีพวกเรา ถึงตอนนี้ปฏิกิริยาในฉับพลันต่างพยายามเก็บภาพผู้ต้องหารายสำคัญให้ได้มากที่สุด โดยระหว่างที่ถ่ายกันอยู่นั้น ก็มีเสียงคุ้นหูของร้อยเวรดังออกมาว่า “ไม่ใช่คนนี้ นั่นตัวปลอม นั่นตัวปลอม”

ไหนว่าจะไม่หลอกกันไง” ผมเค้นเสียงถามวิชัย ระหว่างถ่ายภาพผู้ต้องหา

วิชัยไม่ตอบครับ เพราะมัวแต่ใช้สมาธิถ่ายรูปสัมภาษณ์ผู้ต้องหาอยู่ ดีนะครับที่ถ่ายรูปทำข่าวได้ ถ้าไม่ถามสิบเวรและพลวิทยุห้องขัง มีหวังเราร่วงไม่ได้ข่าวแน่

คืนนั้นเราถ่ายเจ้าหล่อนกันอยู่หลายรูป จนเจ้าหล่อนกลับไป ส่งรูปทันกรอบไปได้อย่างฉิวเฉียด เราโล่งใจก่อนจะเจอร้อยเวรคนเดิมที่กำลังกลับบ้าน ทางเรากระซิบย้ำกับแกอีกครั้งว่า “คราวหน้าอย่าหลอกกันอีกนะครับผู้กอง”

แกได้ยินแล้วก็ยิ้มโปรยเสน่ห์ตอบใส่พวกเรา ก่อนจะเดินลับหายจากไปโดยไม่พูดอะไร

สงสัยคราวหน้าน่าจะหลอกกันอีกแน่นอน” ผมย้ำกับวิชัยที่พยักหน้าเห็นด้วย แต่ทำไงได้ครับนี่แหละความสัมพันธ์ส่วนหนึ่งในหลายส่วนระหว่างตำรวจ-นักข่าว ที่ถ้าไม่หลอกกันบ้าง มันจะสนุกกับการทำข่าวได้อย่างไรเล่า

ว่าแต่...ถ้าขอได้ ก็ขอเพียงอย่าหลอกกันบ่อยเลยนะครับ พวกผมเหนื่อย.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”
ขอบคถณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%