อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562

แผนปฏิทินเลือกตั้งออกมา แต่ยังต้องดูระหว่างทาง

สัปดาห์นี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่า วันที่ 24 ก.พ.62 จะมีการจัดให้เลือกตั้ง แต่ก็เริ่มระแวงกันขึ้นมาบ้างแล้วว่า เกณฑ์การหาเสียง จะทำให้พรรคหาเสียงลำบากหรือไม่ พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2561 เวลา 12.00 น.


เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “แม่น้ำห้าสายของรัฐบาล” นัดพรรคการเมืองหารือถึงปฏิทินการเลือกตั้ง โดยเบื้องต้นยืนยันหนักแน่นว่า วันที่ 24 ..62 จะมีการจัดให้เลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่ระหว่างนี้ก็กางปฏิทินกันไปก่อนคร่าวๆ คือต่อไปจะต้องมีการออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) จัดเลือกตั้ง แล้วจะให้หาเสียง เปิดรับสมัคร ส.ส.ของแต่ละพรรค จนไปถึงจัดเลือกตั้งและยาวไปจนถึงเปิดสภานัดแรกได้

เรามาไล่ดูปฏิทินกันคร่าวๆ อันดับแรก เรื่องการปลดล็อกทางการเมืองยังไม่เกิดขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. คือจะพูดคุยกันเรื่องปลดล็อกหลังวันที่ 11 ธ.ค.นี้ แล้วกำหนดวันปลดล็อกกัน พอมาดูปฏิทินคร่าวๆ วันกำหนดออก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งก็ยังไม่ออกมาด้วยซ้ำ กลับมีข่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมจัดงานระดมทุนขายโต๊ะจีน “โต๊ะละล้าน” ที่เมืองทองธานี วันที่ 19 ธ.ค.นี้แล้ว



ถ้าทำแอ๊บแบ๊วกันหน่อยก็คงจะคิดว่า “พรรคนี้รู้ก่อนพรรคอื่นได้อย่างไรว่า จะปลดล็อกได้ก่อนวันที่ 19 ..จริงๆ” ถ้าโลกสวยหน่อย ก็คงจะบอกว่า ก็เขาบอกว่าจะหารือปลดล็อกหลังวันที่ 11 ..นี่ แสดงว่าก็จะคุยกันไม่นานแล้วก็จะปลดล็อกสิ ก็เขาบอกเดือน ธ..แน่นอน” แต่ถ้าแบบมามองโลกในแง่ร้าย ก็คงจะคิดว่า “คนของ พปชร.ก็เป็นองคาพยพในรัฐบาล คงมีความได้เปรียบที่จะรู้กำหนดการก่อน” ก็แล้วแต่ว่าจะเชื่อกันแนวไหนแล้วกัน

ทีนี้ในการปลดล็อก ก็เห็นมีรายงานข่าวว่า มันก็มีวลีหนึ่งกำกับไว้คือ “ยกเว้นในข้อที่ไม่เกี่ยวกับการทำกิจกรรม” ก็ไม่รู้ว่า “จะเป็นการปลดล็อกอย่างมีเงื่อนไขหรือเปล่า” และถ้าอย่างนั้น คำสั่ง คสช.อะไรที่จะยังคงไว้ใช้ คำสั่ง คสช. มีสภาพเป็นกฎหมายนะ ถ้าจะให้ยกเลิกเด็ดขาดจริงๆ ก็ต้องออกกฎหมายยกเลิก และ คสช.เองก็ยังอยู่ไปจนถึงตั้งรัฐบาลใหม่โน่น คำสั่งบางอย่างก็ยังคงใช้ ไม่รู้ว่าวันปลดล็อกประกาศออกมาจะอื้ออึงกันอีกหรือเปล่าว่า “ไม่ให้เรื่องอะไร”



แต่ก่อนที่จะไปถึงวันปลดล็อก ก็อึงกันไปหนาหูแล้ว เพราะมีข่าวว่าในที่ประชุมพรรคการเมืองวันนั้น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดทำนอง “อยากให้บัตรเลือกตั้งมีแต่เบอร์ ไม่มีชื่อหรือโลโก้พรรค” ซึ่งพรรคการเมืองเขาก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที เพราะระบบเลือกตั้งเที่ยวนี้ก็ยุ่งยากอยู่แล้ว ยังจะหาเรื่องให้คนไปใช้สิทธิ์ลำบากเข้าไปอีก มันไม่เอื้อตั้งแต่ออกแบบการเลือกตั้งให้เปลี่ยนเขตต้องเปลี่ยนเบอร์แล้ว

การที่ต้องจำกันใหม่ว่า “เขตนี้พรรคไหนเบอร์อะไร” มันยุ่งยาก บางคนเขาก็ไม่ได้จำหน้าคูหา แต่ต้องการเลือกพรรค ก็ไปดูโลโก้ตรงหน้าบัตรเลือกตั้งแล้วเลือก จำโลโก้ไม่ได้ ไม่ได้เลือกที่ตั้งใจไว้ก็ “เสียเจตจำนง” และพรรคการเมืองว่า ไม่ให้โอกาสคนแก่ที่ตาไม่ดี หรือคนที่อ่านหนังสือไม่ออก เพราะคนกลุ่มนี้มีโอกาสจำโลโก้พรรคไปกา ไม่ได้มานั่งสำรวจเปิดเอกสารอยู่หน้าคูหาซ้ำเท่าไหร่หรอกมันลำบาก

อดีต กกต.อย่าง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็ยังบอกว่า “อาจขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ” ที่ให้คนมีโอกาสในการเลือกพรรคที่ตัวเองชอบ เพราะบัตรไม่เอื้อให้เขาจำพรรคได้ และสิ่งที่พรรคการเมืองหลายพรรคมอง คือบัตรแบบนี้มันเอื้อต่อการจำ ส.ส.เขตได้มากกว่า โดยเฉพาะอดีต ส.ส.ที่อยู่มานานเข้าถึงประชาชน รณรงค์ได้ง่าย จะว่าไปมันก็สอดคล้องกับการที่มีบางพรรคดูด ส.ส.เก่าเข้ามาร่วมจำนวนมาก จนกลายเป็นพรรคใหญ่ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งอยู่

เหตุผลของทาง กกต.คือ “เพื่อการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร” เพราะเวลาหลังพิมพ์บัตร ส่งบัตรเลือกตั้งเสร็จมันก็กระชั้น ถ้าส่งไปแบบติดโลโก้ แล้วต้องส่งไปหาคนไทยในต่างประเทศให้ตรงเขต มันก็ยุ่งยากเกรงจะไม่ทันการณ์ แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยืนยันว่า “เรื่องบัตรนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ” ก็ต้องรอดูต่อไป ส่วนพรรคการเมืองอย่างเพื่อไทย ก็ตั้งท่าจะฟ้องศาลปกครองอยู่เพราะเห็นว่ามันทำให้การเลือกตั้งมันไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม



เรื่องบัตรเลือกตั้งก็เป็น “ระหว่างทาง” อันแรก ซึ่งน่าสนใจว่า วันที่ 19 ธ.ค. ทาง กกต.จะเชิญพรรคการเมืองหารืออีกรอบ เพื่อกำหนดกฎเกณฑ์การหาเสียงเลือกตั้ง ในสัปดาห์นี้อาจเห็นพรรคการเมืองเริ่มความเคลื่อนไหวกับเรื่องนี้บ้างเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ แต่ก็เริ่มระแวงกันขึ้นมาบ้างแล้วว่า เกณฑ์การหาเสียงจะทำให้พรรคหาเสียงลำบากหรือไม่ เช่นจะให้ กกต.ติดป้ายให้ผู้สมัครเอง หรือเรื่องการขึ้นเวทีปราศรัย ต้องใช้เฉพาะเวทีของ กกต.หรือไม่

ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ “เกณฑ์การควบคุมการหาเสียงในโซเชียลฯ” ซึ่งในพ.ศ.นี้ โซเชียลฯ มีอิทธิพลมาก ใครๆ ก็มีอุปกรณ์ในการเข้าถึงสื่อ และมีหลายช่องสาร กกต.จัดมีกฎเกณฑ์ในการจัดสรรเวลาหรือไม่ และน่าสนใจว่าพวกเพจเชียร์ เพจด่า ที่เขาบอกว่า “ไม่ได้มีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง” จะมีการควบคุมดูแลหรือไม่ ยุคนี้พรรคก็คงหวังใช้โซเชียลฯ เพราะราคาถูกและสามารถกำหนดเนื้อหา ความยาวสารได้

ว่าจะพูดถึงปฏิทินการเมือง เจอ 2 เรื่องที่น่าสนใจระหว่างทางก็ต้องเล่ากันหน่อย กำหนดการที่น่าสนใจต่อมา คือ มีการกำหนดว่า วันที่ 28 ธ.ค.61 จะเป็นวันที่รัฐบาลจะต้องยุติการเสนอร่างกฎหมายเข้า สนช.แล้ว เพื่อให้กฎหมายเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนฯ ชุดต่อไป นี่ก็นึกถึง พ.ร.บ.คู่ชีวิตที่เขาว่าจะได้ในรัฐบาลนี้ ใครติดตามอยู่ก็รอดูแล้วกันว่า ก่อนวันที่ 28 ธ.ค.นี้ ครม.อนุมัติผ่านร่างแล้วส่งเข้าบรรจุระเบียบวาระหรือไม่



จากนั้นวันที่ 2 ม.ค.62 เมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็จะเริ่มเปิดให้มีการหาเสียงได้ ก็คงหาเสียงกันในนามพรรค เปิดนโยบายกันไปก่อน ซึ่งนโยบายที่เป็นเรื่องการใช้งบประมาณจำนวนมาก ก็ต้องแจกแจงที่มาของเงินและความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณได้ด้วย แต่การหาเสียงในแต่ละพื้นที่ ก็ต้องหลังรับสมัครผู้สมัคร ส.ส.เขาถึงจะประกาศจับเขตได้ ซึ่งวันสุดท้ายที่จะประกาศรายชื่อทั้งแบบเขตทั้งบัญชีรายชื่อ คือ 25 ม.ค.62

แล้วก็ไปถึงวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.จากนั้น กกต.มีเวลารับรอง 2 เดือนตามกฎหมาย ถ้ามี ส.ส.เขตโดนใบแดง เลือกใหม่ก็ต้องนับคะแนนบัญชีรายชื่อกันใหม่เพราะมันก็บัตรใบเดียว ก็ไม่รู้ว่าจะชักเข้าชักออกกันสนุกแค่ไหน แต่เมื่อหมดเวลารับรอง ก็ต้องเปิดสภาฯ ซึ่งก็เป็นราวๆ ต้นเดือน พ.ค.62 เพื่อเลือกประธานสภาฯ เลือกผู้นำฝ่ายค้านกันไปก่อน ซึ่งเรื่องภาพบรรยากาศการจับขั้วเราก็คงจะได้เห็นตั้งแต่หลังเลือกตั้งเสร็จ ที่เขาประเมินกันได้แล้วว่าไปฝั่งไหน

พอเปิดสภาฯ ได้ก็โหวตเลือกนายกฯ ซึ่งผลการเลือกตั้งก็จะเป็นตัวแปรว่า จะสามารถเลือกจากบัญชีคนในพรรคได้หรือไม่ หรืออยากดันใครจากคนนอกบัญชี ก็คงมีวิ่งกันขาขวิดอีก พอเลือกนายกฯได้ เลือก ครม.เสร็จ ครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญญาณ นั่นแหละ แม่น้ำห้าสายที่เหลือคือ คสช.และ สนช.ก็จะพ้นจากตำแหน่งทั้งหมดให้รัฐบาลใหม่ทำงาน แต่จะเข้าสู่ยุครัฐบาลเก่าสานงานต่อ หรือยุครัฐบาลใหม่ คำตอบอยู่ในอนาคต

จากวันนี้ถึงวันเปิดสภาฯ การเมืองก็คงจะเป็นวาระที่ร้อนแรงตลอดของเมืองไทย.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 267