อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

'คริส พีรวัส'มุมมองที่โตขึ้น ยกแฟนๆเป็นเกินครึ่งชีวิต

สัปดาห์นี้พาแฟนๆ ไปพูดคุยกับนักแสดงวัยรุ่นดาวรุ่ง "คริส พีรวัส" เด็กหนุ่มรักดนตรีสู่เส้นทางวงการบันเทิง กับมุมมองที่เติบโตขึ้นและข้อความจากใจที่ให้พี่ชายคนสนิท "สิงโต ปราชญา" อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00 น.


หากพูดถึงนักแสดงวัยรุ่นใน พ.ศ. นี้ แน่นอนว่าชื่อหนึ่งของบรรดาแฟนคลับนักแสดงวัยรุ่นหลายๆ คน จะมีชื่อของ "คริส พีรวัส แสงโพธิรัตน์" เป็นหนึ่งรายชื่อในดวงใจ จากเด็กหนุ่มรักในเสียงดนตรีสู่การโด่งดังในระดับเอเชียกับผลงานซีรีส์วาย Sotus the Series ในบทอาทิตย์ และก็มีผลงานอื่นๆ ตามมาเรื่อยๆ และจากจุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้ "เดลินิวส์ออนไลน์" มีโอกาสได้พูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับหนุ่มคริสอีกครั้ง หนทางในวงการบันเทิงที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ มุมมองจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน มาติดตามกัน...
 
"คริส" ในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา
"เป็นปีที่แทบไม่ได้ทำงานอะไรอื่นเลยนอกจากโซตัสครับ เป็นช่วงที่โซตัสเป็นที่พูดถึงครับ ส่วนใหญ่งานแต่ละอย่างเกี่ยวกับโซตัสทั้งนั้นเลย เช่นไปแฟนมีต หรือเวลาโชว์ตัวที่ไหนก็ไปในนามโซตัสทั้งนั้นเลย ถามว่าเป็นปีทองมั้ย มันคงพีคที่สุดในชีวิตผมแล้ว ถ้าไม่มีตรงนี้ ไม่รู้ว่าจุดพีคชีวิตอยู่ตรงไหนเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้ผมมาร์คไว้ในใจละว่านี่คือจุดที่พีคมากๆ ครับ"
 
ผลงานเพลง อีกหนึ่งโอกาสที่ได้รับและพิสูจน์ตัวเอง
"จริงๆ คริสอยากเป็นนักดนตรี เด็กๆ ไม่ได้อยากเป็นนักแสดง แต่ว่าเราก้าวเข้ามาเพราะดนตรีดึงเข้ามา อยู่ๆ ไป เห็นเราจากการไปโชว์ตัวมีร้องเพลงบ้างนิดหน่อย ผู้ใหญ่มองว่าคริสน่าจะร้องเพลงได้นะ ส่งไปเรียนเพิ่มน่าจะโอเค พอมีการพัฒนานิดๆ หน่อยๆ เขาก็เลยอยากให้คริสมีซิงเกิ้ลของตัวเอง (ประตู อากาศ และวันดีดี) คริสอยากมีมากๆ เหมือนกัน เป็นจุดมุ่งหมายแรกๆ ของคริสเลย ได้ศิลปินที่เป็นเพื่อนกัน พี่น้องกันมาช่วยทำเพลง ทำให้คริสอยากทำมากขึ้นครับ"

 
อนาคตจากนี้ของ "คริส"
"คือตอนนี้คริสอยากพัฒนาด้านการร้อง ให้มากที่สุด เวลาไปร้องเพลง เมื่อก่อนไม่ได้ร้องเก่งมาก คนก็แซวๆ ว่าร้องเพี้ยน แต่ไม่เป็นไรหรอก เป็นนักแสดงไม่ใช่นักร้อง จะร้องดีอะไร แต่ผมไม่อยากให้คนพูดถึงเราในแบบนั้นแล้ว เราเป็นนักร้อง อยากให้คนมองเราเป็นนักร้องจริงๆ มองเป็นนักแสดงด้วยก็ได้ แต่พอเมื่อไหร่เราจับไมค์ร้องเพลง ก็เป็นศิลปินที่เป็นนักร้องนะ ไม่ใช่นักแสดงที่มาร้องเพลงนะ อยากพัฒนาตรงนี้ เอาดีด้านร้อง ตอนนี้ยังมาน้อยมากครับ"
 
แพลนเรื่องเรียนต่อจากนี้ยังไง
"จริงๆ คริสไม่ได้เป็นเด็กชอบเรียนหนังสือ (ยิ้ม) เราเบื่อง่าย การที่เราหมกกับหนังสือนานๆ แบบนั้น แต่เราไม่ใช่คนทิ้งการเรียนนะ อยู่ระดับกลางๆ แต่อยากตอบโจทย์คุณแม่ก่อน คือคว้าปริญญาตรีมาให้ได้ แต่เขาก็เคยบอกนะว่าอยากให้ต่อปริญญาโท แต่ผมยังไม่คิดเอาไว้ อยากรันทุกอย่างที่อยากทำก่อน มีอีกหลายอย่างที่อยากทำครับ"
 
วงการบันเทิงให้อะไรกับคริสบ้าง
"คริสทำงานเองแต่เด็กแล้ว ไม่ใช่งานในวงการนะครับ งานอื่นๆ ก็ค่อนข้างสอนคริสในหลายอย่าง เราเด็กมาก ตอนเข้าวงการ มีความเด็ก งอแง เอาแต่ใจ ตามประสาเด็ก สิ่งที่ได้คือได้สังคมตรงนี้ ต่างรุ่นต่างอายุทั้งนั้น  แต่คอยช่วย คอยสอน คอยตักเตือน มันดีมากๆครับ ทำให้เรารู้สึกว่าถ้าอยู่ต่อไปนานๆ เราจะเป็นผู้ใหญ่ที่ค่อนข้างมีคุณภาพครับ"

 
วงการบันเทิงในฝันของคริส
"คริสอยากอยู่ในวงการบันเทิงแต่อยากเป็นเบื้องหลัง คริสอยากเป็นมือกลองมาก อยากเป็นนักดนตรี ตอนเด็กๆฝั่งโปเตโต้ บอดี้สแลม อยากเป็นมือกลองแบบพี่เค้า ถ้าเรามีวงดนตรีสักวง และเป็นมือกลอง เลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัวได้ ก็เป็นสิ่งที่ชอบมาก แต่ว่าพอมาตรงนี้เรามีโอกาสหลายอย่างที่คว้าไว้ได้ผมอยากทำให้หมดครับ ปกติผมไม่เคยจับไมค์อยู่ข้างหน้า มีแต่อยู่ข้างหลัง ก็ทำให้รู้ว่าการเป็นนักร้องอยู่ข้างหน้ามันสนุกมากครับ" 
 
"คริส" กับความเป็นส่วนตัว-ความดังขึ้นของตัวเอง
"ความเป็นส่วนตัว คริสและทุกคนแหละ ต้องยอมรับแต่แรกอยู่แล้วว่าออกมาประตูบ้านมาคือทำงาน คือเรื่องจริง เราไม่สามารถพูดได้ว่า จะอะไรตอนนี้อยากได้เวลาส่วนตัว คุณขายเวลาส่วนตัวหากินไปแล้ว แน่นอนว่าอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องเปิดใจให้กว้าง ผมสละไปแล้ว ผมเข้าใจได้ แต่ปัญหาที่แฟนคลับเขาทะเลาะกัน ผมค่อนข้างเครียดตรงนี้มากกว่า ผมไม่อยากให้ทะเลาะกัน ถ้ามีอะไร ผมจะเอาตัวลงไปเลย คุยเองมันง่ายกว่ามากครับ"

 
"คริส" กับแฟนคลับ
"คือตอนนี้เค้าไม่ได้แค่ส่วนเดียวของเราแล้ว คือเกินครึ่งแล้ว ไม่มีอะไรจะคุยกับใครเราก็คุยกับแฟนคลับ หิวอยากกินอะไร บอกแฟนคลับ วันสำคัญทุกๆ อย่างแฟนคลับจำได้ ไม่ว่าจะไปไหน แฟนคลับไปตามให้กำลังใจทุกที เวลาเราเศร้า เราโกรธใครมา หงุดหงิดหัวร้อนมา เขาก็คือคนปลอบ ทำแทนเพื่อนแทบทุกอย่าง เพื่อนเราบางคนยังไม่ทำขนาดนี้เลย เราเห็นความสำคัญตรงนี้ เราเลยแคร์เขามา เราเห็นเป็นครอบครัวแล้วล่ะครับ" 
 
"เวลาสื่อสารกับแฟนคลับ คริสก็คุยเองทุกอย่าง คริสอยากคุยเอง เวลามีปัญหาอยากชี้แจงอะไรบางอย่างผมทำเองหมด เพราะผมรู้สึกว่าให้คนอื่นทำแล้วเพื่ออะไร เขาอยากฟังเรา เวลาแฟนคลับดื้อมากๆ อยากเข้ามาหาเรามากๆ แล้ว ผู้จัดการหรือคนรอบข้างบอกให้ถอยๆ ก่อน แต่เขาอาจไม่ถอย แต่ถ้าหนึ่งคำจากเรา  ทุกคนถอยหน่อย คริสไม่ไหวแล้ว เขาจะรีบถอยสุดพลังเลย เพราะเขามาดูเรา เขามาหาเรา เขาแคร์เรา ขอบคุณทุกอย่างเลยที่ทำให้ มันเต็มมากๆ ทุกวันนี้ตื่นมามีความสุข สบายมากๆ เราทำงานที่ชอบ งานที่ใช่ มีงานทำทุกวัน ก็เป็นเพราะพวกเขาทั้งนั้น ถ้าเราไม่มีพวกเขาเราก็ไม่มีอะไร ใครจะมาจ้างเราถ้าไม่มีแฟนคลับ การที่เขาอยู่กับเราทำให้ชีวิตเราดีขึ้น สดใสขึ้นเพราะเขา"
 
"คริส" กับพี่ชายคนสนิท "สิงโต ปราชญา"
"ผมว่าทั้งผม และพี่สิงโต คิดเหมือนกันว่าเราโชคดีมากที่เป็นเราทั้งคู่มาเล่นซีรีส์ด้วยกัน เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนคริสอยู่ ปี 1 ปี 2 ทุกวันนี้รู้จักกันมากขึ้นครับ มีปรับจูนกันเยอะครับ ช่วงแรกๆ ด้วยความที่เราไม่ได้สนิทกันมากขนาดนั้น แต่มาถึงแล้วขึ้นจุดพีคเลย บางอย่างเรายังไม่ได้เข้าใจกันหรือเชื่อใจกันขนาดนั้น มีเหตุการณ์ต่างๆ ให้เราเข้าใจผิด เราอาจปรับตัวกันไม่ได้ แต่พอเวลาผ่านไป มันไม่มีอะไรแล้ว คนรอบตัวจะเป็นยังไง ใครจะพูดอะไร ถ้าสนิทกันมากๆ ไว้ใจกันมากๆ ไม่มีอะไรครับ เวลามีปัญหาคุยกันได้แทบทุกเรื่องครับ ถ้ามีครั้งไหนจะมีเรื่องให้เราเข้าใจเขาไม่ดี เราจะปักหมุดว่าไม่ได้มาจากเขาแน่ๆ จริงๆ ผมกับพี่สิงแตกต่างสุดขั้วไปเลยครับ ผมเป็นคนชอบพูด ชอบคุย ชอบมีสังคม เพื่อนเยอะๆ แต่พี่สิงโตมองว่า เขาจะมีเพื่อนฝูงเขานะ แต่เขาชอบอยู่คนเดียวมากกว่า สันโดษ มีโลกของตัวเอง แต่โลกของผมคืออยากให้มีคนอยู่ด้วย ผมขี้เหงาครับ"

 
อนาคตหากไม่มีงานของคริสสิงอีกแล้ว
"คริสรู้แหละว่าโซตัสภาค 3 อาจไม่มีแล้ว มันก็เท่ากับว่าพอมี ourskyy ต่อไปเป็นยังไงเราก็ไม่รู้แล้ว ถ้ามองในเคสว่ามันไม่ได้มีอีก ผมว่าไม่ได้แย่อะไร ผมว่าวันนึงเรามีโอกาสกลับมาอยู่ด้วยกัน ยืนอยู่ข้างๆ กันอีก ผมเชื่อว่าแฟนๆ พีรญาทุกคนก็จะกลับมา แต่ถามว่าจะลดน้อยลงมั้ย ผมไม่ซีเรียส เราค่อนข้างยืนกันแล้วว่า มีแฟนคลับคริสนะ แฟนคลับบ้านคู่นะ แฟนคลับพี่สิงนะ ซึ่งทั้งหมดเราจะ keep ไว้ให้ดีที่สุดครับ เขาอยู่กับเรามาตั้งแต่แรกเลยครับ"
 
"ถามว่าความสนิทจะลดลงมั้ย มันจะกลายเป็นแค่เราอาจไม่รู้เรื่องกันเหมือนทุกเรื่องแบบตอนนี้แล้ว คริสตอนนี้รู้ว่าเขามีสอบ มีทำรายงาน ทำโน่นทำนี่ ถ้าเกิดเราไม่ค่อยเจอกัน ไม่ค่อยพูดคุยกัน ปกติคริสกับพี่เขาไม่ค่อยได้คุยไลน์กันมาก จะคุยแบบมีอะไรจริงจัง หรือมีอะไรอยากให้ดู ให้รู้ มันเป็นเรื่องธรรมดาเลย คนที่ไม่คุย ไม่ได้เจอกัน อาจไม่รู้ชีวิตกันขนาดนั้น ผมอาจไม่รู้เขาแล้วว่ามีงานอะไรอยู่ เขาก็อาจไม่รู้ว่าผมมีงานอะไรอยู แต่ความสนิทสนมเวลากลับมาคุยกันมันก็เหมือนเดิมครับ"
 
ฝากข้อความถึงพี่ชายคนสนิท
"ช่วงนี้เขาเหนื่อยมั้งครับ เขางานเยอะอยู่แล้ว และยังเรียนอยู่ด้วย ผมเชื่อว่าถ้าเขาหลุดออกจากการเรียนและลุยการทำงานอย่างเดียว มันจะช่วยให้เขาหายเหนื่อยมากๆ ช่วงนี้ก็ตั้งใจเรียน สู้ๆ ครับ"
 
และหากใครที่คิดถึงคู่จิ้นสร้างปรากฎการณ์อย่าง คริสสิง แล้วล่ะก็ ห้ามพลาดกับ Our Skyy อยากเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างวันนั้น ตอนอาทิตย์-ก้องภพ ในวันที่ 21 ธ.ค. 2561 ทาง LINE TV และต้นปีหน้าเตรียมพบกับคอนเสิร์ตรวมบรรดาคู่จิ้น Y I LOVE YOU FAN PARTY 2019 ติดเกาะฮา Y จัดเต็ม 2 รอบการแสดง 26-27 ม.ค. 2562
..................................
คอลัมน์ : Talk Online
โดย "อานนท์ นันตสุคนธ์"





คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    99%
  • ไม่เห็นด้วย
    1%

บอกต่อ : 1.16K