อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562

5 เรื่อง(ที่สุด)ในชีวิตผู้ชายชื่อ 'ใหญ่-ฝันดี'

สัปดาห์นี้ "เดลินิวส์ออนไลน์" พาไปรู้ 5 เรื่องที่สุดในชีวิตของ "ใหญ่-ฝันดี" ซึ่งบอกเลยว่าน่าสนใจมากๆ ไปติดตามกันเลย พฤหัสบดีที่ 20 ธันวาคม 2561 เวลา 14.00 น.


โลดแล่นอยู่ในวงการมานานมากๆ สำหรับนักร้องและนักแสดงหนุ่มรุ่นเก๋า ใหญ่-ฝันดี จรรยาธนากร งานนี้ใครที่ติดตามชีวิตของหนุ่มใหญ่จะรู้ดีว่าเจ้าตัวสวมบทบาทในถนนสายบันเทิงแห่งนี้มาแล้วมากมาย แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า “ที่สุด” ในชีวิตของหนุ่มใหญ่มีอะไรกันบ้าง

ล่าสุด
yimyim เลยขอสวมบทนักสืบ(เหรอ)ของ “เดลินิวส์ออนไลน์” ไปล้วง แคะ แกะ เกา 5 เรื่องที่สุดในชีวิตของหนุ่มใหญ่มาฝากกันด้วย ยังไงอย่ารอช้าไปพบกับหนุ่มใหญ่กันเลยจ้า



เรื่องที่ดีใจที่สุด?
“ก็เป็นเรื่องที่ผมได้ออกเทปในปี พ.ศ.2536 (ยิ้ม) นานมากจริงๆ ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่เราไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าจะได้ทำสิ่งนี้ ก็รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากๆ พอเรามีโอกาสได้เซ็นสัญญาและอัลบั้มแรกของเราวางแผง วันนั้นมันเป็นอะไรที่เราดีใจที่สุดจริงๆ ยอมรับว่าชีวิตเปลี่ยนไปเลย หลังจากนั้นเราก็เติบโตขึ้นและชีวิตก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้เราก็คิดว่าอยากจะทำธุรกิจนั่นนี่ๆหลายอย่างมาก แต่ก็มีคิดในใจว่าอยากจะมีร้านเล็กๆสักร้านหนึ่ง ที่ผ่านมาก็มีไปทำบ้างเป็นหุ้นส่วนกับเพื่อนเล็กๆ น้อยๆ ก็สะสมประสบการณ์มาเรื่อยๆ แล้วก็ทำอาชีพนักแสดงซะส่วนใหญ่ รายได้ก็มาจากการทำงานในวงการ แต่ตอนนี้ผมได้มาทำร้าน “Bangkok Roti & Chachuk” ก็อยู่ที่ถนนเกษตร-นวมินทร์ ตอมอที่ 129 ผมก็ทุ่มเทและใส่ใจมันอย่างเต็มที่”

เรื่องที่ตื่นเต้นที่สุด?
“เรื่องเปิดร้านโรตี ชาชักนี่แหละ (ยิ้ม) ผมตื่นเต้นและอยากรู้ว่าลูกค้าจะชอบไหม จะมีคนมาทานหรือเปล่า สิ้นเดือนจะมีเงินจ่ายน้องๆพนักงานหรือไม่ ก็เลยรู้สึกตื่นเต้นมากๆและอยากทำให้ดีที่สุดเพราะมันเป็นธุรกิจเต็มตัวครั้งแรกของผมเลย ผมจึงตั้งใจทำมากๆอยากให้ลูกค้าที่มาทานโรตีชาชักร้านของผมไม่ผิดหวังกลับไป แม้ว่ามันอาจจะถูกปากบ้างไม่ถูกปากบ้าง แต่เราพยายามจะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า บอกตรงๆผมอยากให้ลูกค้าที่มาทานโรตีที่ร้านมีความสุขกลับไปเพราะร้านนี้มันเป็นความฝันของผม คือผมชอบกินโรตีมาก ทั้งโรตีปกติและโรตีกรอบเลย พอชอบก็เลยไปดูเทคนิกการปั้นแป้งของเขาและเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเรื่อยๆจนมาทำเอง”



เรื่องที่กลัวที่สุด?
“กลัวคนอื่นไม่เข้าใจในสิ่งที่เราเป็นมากที่สุด แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เราย่อท้อนะ ผมแค่กลัวคือภายในใจของแต่ละคนจะมีความกลัวแตกต่างกัน ที่ผมกลัวเรื่องนี้เพราะผมเป็นคนอ่อนไหวและเซ้นซิทีฟสูง เป็นคนที่ไม่ได้ต้องเพอร์เฟ็กซ์ทุกสิ่ง เรากลัวเพราะว่าสิ่งที่เราทำทุกอย่างเราใช้ใจไปกับมันและเราจะกลัวสิ่งนี้มากถ้าได้รับผลกระทบมา มันอาจจะดีหรือไม่ดีสำหรับตัวเราเอง แน่นอนมันทำให้เรากลัวและนอยด์กับสิ่งที่เราทำ ซึ่งมันเคยเกิดขึ้นตอนที่เราทำอะไรสักอย่างหนึ่งให้ด้วยความปรารถนาดี แต่เขามองเราเป็นแค่บันไดที่เหยียบขึ้นไปเพื่อให้เขาไปได้ในสิ่งที่เขาหวัง ผมจึงรู้สึกกลัว แต่ไม่ได้โกรธหรือเกลียด ซึ่งสิ่งที่เราทำตอนนั้นก็คือการละและปล่อยวาง มันก็เข้ากับคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่ว่าอย่าไปยึดติดไม่มีอะไรเป็นของเราทั้งหมด และก็ไม่มีสิ่งไหนที่จะทำให้เรามีความสุขตลอดกาล เราจึงต้องนิ่ง สงบและกลับมามองในจุดที่เราทำว่าเราทำแล้วเรามีความสุขไหม โอเคหรือเปล่า ดังนั้นเราจึงต้องยุติความกลัวด้วยการปล่อยวางและเราก็เชื่อในเรื่องของความบังเอิญว่าถ้าเรามีบุญวาสนาต่อกันยังไงก็ต้องเจอ แต่ถ้าเราไม่มีวาสนาต่อกัน ยังไงก็ต้องแยกกันไป”



เรื่องที่เสียใจที่สุด?
“น่าจะเป็นตอนที่คุณพ่อเสียชีวิตเพราะตอนนั้นผมทำงานอยู่ต่างจังหวัด ไกลมากอยู่บนเขา ซึ่งสิ่งที่เรารู้มามันไม่ครบ ผมรู้แค่ว่าพ่อล้ม ทุกคนไม่มีใครบอกอะไรผมเพิ่มเติม ซึ่งตอนนั้นเราต้องอยู่ในป่าอีก 4 วัน จากนั้นวันที่ผมเดินทางกลับมาถึงจะรู้ว่าพ่อเสียแล้ว ผมยอมรับว่าเสียใจ แต่ไม่ได้โกรธทุกคนเพราะที่บ้านผมจะสอนเสมอว่าเราต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก่อน ซึ่งตอนนั้นทุกคนพูดกันว่าพ่อไปสบายแล้ว ไปทีเดียวและทุกคนก็ไม่ได้แสดงถึงความอ่อนแอเลย ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่และดีที่สุด ผมจึงจดจำคำสอนนี้ไว้ในใจตลอดมา และมันก็ทำให้ผมคิดได้ทุกสิ่งในชีวิตของคนเราไม่ว่าจะเป็นดีใจ เสียใจ ตื่นเต้นหรือกลัวที่สุด ทุกคนบนโลกใบนี้ต้องมีเหมือนกันหมด แต่มันอยู่ที่ว่าเราจะรับและอยู่กับมันได้หรือเปล่า เราจึงต้องเข้มแข็งและพยายามมีความสุขกับชีวิตให้มากที่สุด”



เรื่องที่รักที่สุด?
“ผมว่าทุกคนก็คงบอกว่าพ่อแม่พี่น้องหรือครอบครัว ผมเองก็เช่นกัน ก็ไม่อยากทำให้ทุกคนในครอบครัวผิดหวังหรือเสียใจเพราะว่าเราโตมาในครอบครัวที่พ่อแม่สอนให้เราเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน พอเรามีลูกเราก็รักเขาที่สุด แต่ผมเป็นคนไม่แสดงออก ก็ไม่รู้เป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับครอบครัวคนที่มีเชื้อสายจีนหรือเปล่าก็ไม่รู้ (ยิ้ม) อย่างแฟนผมเขาเป็นคนไทยนะ ก็จะบอกว่านิสัยผมเหมือนคนจีนคือไม่แสดงออกเลย ไม่สัมผัส หอมแก้มหรืออะไรกัน ซึ่งสิ่งที่ผมยึดเสมอเลยคือการกระทำในสิ่งที่เราทำอยู่ข้างในมันคือคำตอบของทุกสิ่งทุกอย่าง ผมถูกเลี้ยงดูมาในลักษณะนี้ แม่รักผมแต่ไม่ได้แสดงออกต่อผมโดยการลูบหัว แต่เขาจะสอนให้ผมเป็นคนกตัญญูรู้คุณคน และเขาก็ดูแลผมอย่างดี ซึ่งเรื่องแบบนี้มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียเพราะถ้าคนที่ไม่เข้าใจเราจะมองว่าผมเป็นคนหยาบกระด้าง แต่คนที่เข้าใจก็จะรู้ ซึ่งผมเป็นแบบนั้นถึงจะไม่แสดงออกแต่ผมรักครอบครัวของผมมากๆและก็อยากให้แฟนๆของผมรักและดูแลคนในครอบครัวให้ดีเช่นเดียวกัน”



ไม่เพียงแต่ 5 เรื่องที่สุดในชีวิตที่เรานำมาฝากกันเท่านั้น
“เดลินิวส์ออนไลน์” ยังได้ไปตามติดหนุ่มใหญ่ทำโรตีให้เราดูกันด้วย ทั้งเมนู “โรตี ชีท” และ “บานาน่า ทวิน ชีท” ซึ่งเป็นเมนูไฮไลต์ของร้านหนุ่มใหญ่เลยทีเดียว งานนี้ใครที่ดูแล้วอยากชิมและชิลก็ลองไปทานโรตีอร่อยๆได้ที่ร้าน “Bangkok Roti & Chachuk” กันเลย

สัปดาห์หน้า
yimyim คนน่ารัก (มาก) จะมีอะไรมาฝากกันอีกนั้น อย่าลืมติดตามกันด้วย สำหรับวันนี้ขออนุญาตไป(สวย)ต่อไม่รอแล้วน้าจ้า หุหุ ^O^
….......................................
คอลัมน์ :
1 Day With ซุปตาร์
โดย : "yimyim"
ขอขอบคุณภาพประกอบเพิ่มเติมจากอินสตาแกรม @fundee.j



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.27K